ชาบี เอร์นานเดซ คือผู้นำในโปรเจคต์ที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความคาดหวังของ บาร์เซโลนิสต้าทั่วโลก อะไรคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้งานชิ้นสำคัญนี้ประสบผลสำเร็จ ?

ชาบี เอร์นานเดซ คัมแบ็กสู่ คัมป์ นู ภายใต้ภารกิจสร้าง บาร์เซโลน่า ขึ้นอีกครั้ง ทีมที่เวลานี้เหมือนล่องลอยอย่างไรจุดหมาย หลังประสบปัญหาด้านการเงิน และผลงานในสนามครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี อันเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาด 


ชาบี มีแต้มต่อตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน เขาได้รับการยอมรับจาก บาร์เซโลนิสโม่ ในทันที ทุกคนเชื่อว่าเขาคือ el salvador พระผู้ไถ่ ผู้เข้ามาช่วยชีวิต และพาทีมกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ 


โจน ลาปอร์ต้า มอบอำนาจเต็มให้กับ ชาบี เพื่อทำให้ทีมเดินหน้าสู่ขบวนการฟื้นฟู โดย ชาบี รับบทผู้นำทีมเต็มตัว ซึ่งทุกคนเชื่อว่ามันคือฐานสู่ความสำเร็จของ บาร์เซโลน่า ยุคใหม่ 


โอริโอล เมร์กาเด้ นักจิตวิทยาการกีฬาชื่อดังชาวบาร์เซโลน่าผู้ออกหนังสือ ‘Entrenador lider’ (เทรนเนอร์ผู้นำ) ออกมาพูดถึง ‘ส่วนประกอบหลัก’ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ ชาบี กลายเป็นผู้นำในแบบที่ บาร์เซโลน่า มองหา 


ความเป็นผู้นำนี้ เมร์กาเด้ ชี้ว่าจะต้องสร้างความประทับใจและน่าเชื่อถือให้กับทีมตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน เพราะผู้นำที่แท้จริงนั้น “ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องสร้างขึ้น” 




แค่ชื่อเสียงไม่เพียงพอ 


ความเป็น ชาบี หนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกและในประวัติศาสตร์ลูกหนังสเปนซึ่งคว้าแชมป์มาแล้วทุกรายการกับ บาร์เซโลน่า ไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นผู้นำทีมโดยอัตโนมัติ 


ความเป็นผู้นำขึ้นอยู่กับการรับรู้ที่ผู้เล่นมีต่อโค้ช ไม่ใช่เงื่อนไขที่กำหนดโดยบทบาทที่ได้รับหรือความสำเร็จในฐานะนักฟุตบอล แต่เป็นอำนาจที่ได้มาจากการยอมรับในความสามารถ และการกระทำ 


ถ้าหากแค่การเป็น ชาบี ก็เพียงพอ เช่นนั้นทีมชาติอาร์เจนติน่าในยุคที่ ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นเทรนเนอร์ก็คงคว้าแชมป์โลกไปแล้ว แต่เราก็เห็นว่าผลไม่ได้ออกมาแบบนั้น 


การจะประสบความสำเร็จในโปรเจคต์ที่ยากลำบาก ชาบี จะต้องช่วยผู้เล่นรับแบกความรับผิดชอบ,ให้แต่ละคนคิดให้ออกว่าต้องทำอะไร และเร่งการเรียนรู้ในทุกระดับมุ่งสู่ปรัชญาแห่งความเป็นเลิศที่หายไปจากคัมป์ นู มาหลายปี”



ไม้นวม-ไม้แข็ง


ผู้นำนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งตลอดเส้นทางอาชีพอันยาวนานของ ชาบี นั้นพบเจอกับผู้นำมาทุกรูปแบบ ทั้ง ฟาน กัล,ไรจ์การ์ด,เป๊บ กวาร์ดิโอล่า,ตาต้า มาร์ตีโน่,ตีโต้ บีลาโนบา,เอ็นรีเก้,อาราโกเนส,บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ฯ ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ต้องดึงส่วนที่ดีที่สุดออกมา  


การเป็นผู้นำนั้นไม่มีรูปแบบตายตัว เทรนเนอร์ที่มีประสิทธิภาพจะต้องเป็นคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นฐานของนักเตะของเขา และข้อกำหนดของสถานการณ์ได้ 


ชาบี พบเจอกับบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวหลากหลายรูปแบบในสมัยค้าแข้งซึ่งฝึกความเป็นผู้นำให้กับเขา 


ในยุคของ ฟาน กัล ซึ่งเต็มไปด้วยการใช้อำนาจและกฏเกณฑ์ นั้น ชาบี พูดถึงกุนซือดัตช์ว่า “เขาขาดความฉลาดทางอารมณ์” (Emotional Quotient : EQ) 


นอกจากนั้นแล้ว ชาบี ยังมีประสบการณ์ทำงานกับเทรนเนอร์บางคนที่มีบารมีไม่สูงนัก ส่งผลให้ความเป็นผู้นำไม่โดดเด่น ซึ่งส่วนนึงมาจากอิทธิพลของนักเตะในทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก่อนหน้า 



ยุคของ ตาต้า มาร์ตีโน่ ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า หนึ่งในสาเหตุมาจากการที่เขาพยายามปรับวิธีการเล่นที่ประสบความอย่างสูงในยุคของ เป๊บ และ ตีโต้ แต่นักเตะไม่เปิดใจ


มาร์ตีโน่ ต้องการให้ บาร์ซ่า ลดเปอร์เซนต์การครองบอลลง เพิ่มสปีดการเล่นจากแดนหลังถึงพื้นที่สุด 


ให้เร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องต่อบอลมากมายอย่างที่ ตีโต้ หรือ เป๊บ เน้นย้ำ 


เขาเชื่อว่าความเร็วจะทำให้ บาร์เซโลน่า จะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งเล็งเห็นว่าทีมมีทรัพยากรที่เหมาะสมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่,เนย์มาร์,อเล็กซิส ซานเชซ และ เปโดร โรดริเกซ แต่ปัญหาคือเขาทำให้นักเตะเปิดใจยอมรับวิธีการนี้ไม่ได้


มาถึงยุคของ ชาบี ที่กองหน้าตัวข้างทำผลงานย่ำแย่ แม้เขาจะมีบารมีสูง แต่จะใช้ไม้แข็งทุกครั้งไม่ได้ บางครั้งก็ต้องยอมยืดหยุ่น ปรับให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อหาจุดสมดุลของทีมชุดปัจจุบัน แม้ไม่ได้เป้นอย่างที่ใจต้องการ 


การพยายามเรียกร้องความทุ่มเทจากนักเตะจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง นอกจากนั้นแล้วความเป็นผู้นำของ ชาบี จะต้องเป็นประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นของนักเตะ โน้มน้าวใจนักเตะให้เข้าร่วมกับโปรเจคต์ของตัวเองให้ได้ ให้พวกเขารู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลง 


เมื่อใดก็ตามที่นัดเตะเติบโตขึ้น ,พร้อมทำตามข้อเรียกร้อง ชาบี ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นไปตามรูปแบบที่ต้องการได้ตามใจชอบ 




คุณค่าของกฏระเบียบ


หนึ่งในสิ่งแรกๆที่ ชาบี ลงมือทำคือการวางกฏระเบียบให้กับนักเตะในทีมปฏิบัติตาม เป็นการกู้คืนวินัยที่หย่อนยานในช่วงหลายปีหลังกลับมา 


เมื่อเราทำการวิเคราะห์ทีมที่มีความเป็นปึกแผ่น ยืนระยะในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เราจะพบว่าพวกเขาเหล่านั้นมีระบบบูรณาการของกฏภายในสโมสร  


ยิ่งระดับสูงเท่าใด ก็จะยิ่งต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์อย่างเคร่งครัดมากขึ้นเท่านั้น นักเตะโดยส่วนใหญ่ต้องได้รับแนวทาง ‘จากบนลงล่าง’ 


กล่าวคือรับคำสั่งและนำมาปฏิบัติ มีไม่มากนักที่ปฏิบัติตัวเคร่งครัดในระเบียบวินัยด้วยตัวเอง โดยปราศจากคำสั่งหรือต้นแบบจากผู้นำ ดังนั้นผู้นำ หรือเทรนเนอร์จะต้องเป็นคนออกคำสั่ง และเรียกร้องให้นักเตะปฏิบัติตาม


ความเท่าเทียมเกิดขึ้นได้จากตัวผู้นำ เช่นการที่ ชาบี ออกกฏว่าใครที่ซ้อมได้ดีจะได้โอกาสลงเล่น ส่วนใครที่ซ้อมไม่ดี จะนั่งบนม้านั่งสำรอง หรือถูกตัดชื่อออกจากทีมนั้นเป็นกฏที่สมบูรณ์แบบ เพราทำให้นักเตะทุกคนในทีมมองเห็นโอกาส และผลักดันให้รีดศักยภาพของตัวเองออกเพื่อคว้าโอกาส ที่เทรนเนอร์พร้อมมอบให้อย่างยุติธรรม



มุมมองต่ออนาคต


การยึดถือความเป็นจริงในแผนการทำงานเพื่อโปรเจคต์ในอนาคตนับเป็นกุญแจสำคัญ และเพื่อการนี้จำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ควบคุมได้กับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม 


“ที่นี่ผลเสมอและความพ่ายแพ้ไม่มีความหมาย,พวกเราคือ บาร์ซ่า” 


“ผมไม่สัญญาเรื่องถ้วยแชมป์ มีเพียงแค่ความพยายามและความทุ่มเท” 


ข้างต้นนั้นเป็นคำพูดของ ชาบี และของ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ในวันแถลงข่าวเข้ารับตำแหน่ง 


ตรงส่วนนี้ โอริโอล เมร์กาเด้ มองว่า คำพูดของ ชาบี (ที่นี่ผลเสมอและความพ่ายแพ้ไม่มีความหมาย,พวกเราคือ บาร์ซ่า) มีความผิดพลาดเล็กน้อยตรงที่เขาให้ค่ากับสิ่งที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเองเพียงอย่างเดียว  


เมร์กาเด้ มองว่า ชาบี ควรตั้งเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ,ทัศนคติและโครงสร้างทีมก่อนเรื่องผลการแข่งขัน ไม่ควรสัญญาอะไรในสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ 


ชาบี สามารถพูดถึงคุณค่าความเป็นนักเตะบาร์เซโลน่า ที่ไม่สามารถต่อรองได้ เช่นความพยายาม,ความอ่อนน้อมถ่อมตน,ความอดทน,การพัฒนาตัวเอง เพื่อชี้ให้เห็นว่าใครก็ตามที่ไม่ร่วมแบ่งปันคุณค่านี้ก็ไม่สามารถอยู่ร่วมในโปรเจคต์ของเขาได้ 



บทบาทของนักเตะแต่ละคน


ในขณะที่ทีมกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนถ่าย ซึ่งบทบาทของนักเตะแต่ละคนไม่ชัดเจน เนื่องจากภายในทีมยังมีความไม่แน่นอนเนื่องจากความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการจากไปของนักเตะคนสำคัญอย่าง ลิโอเนล เมสซี่  


ในสถานการณ์นี้ความเป็นผู้นำไม่ได้เป็นสิ่งเดียวหรือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ ชาบี จะต้องแจกจ่ายฟังชั่นก์การทำงานให้กับนักเตะในทีม เหมือนเช่นที่ เป๊บ เคยท


สมาชิกแต่ละคนจะต้องเป็นผู้นำในบางแง่มุม เช่นความพยายามไม่มีการต่อการรอง ก็จะเห็นได้ชัดเจนจากมาตราฐานของ การ์เลส ปูโญล, ระบบการเล่น ก็จะยึดถือได้จากตัว ชาบี เอง,ผู้นำที่ห้าวหาญก็ชัดเจนว่าให้มองไปที่ ปีเก้, ความอ่อนน้อมถ่อนตน ความนิ่งสงบให้ดู อิเนียสต้า เป็นตัวอย่าง หรือผู้ชี้ขาดในเกมการเล่นก็ต้องเป็น ลิโอเนล เมสซี่ 


นี่คือผู้นำในแต่ละบทบาทที่ ชาบี จะต้องมองหาและมอบหมายให้กับนักเตะชุดปัจจุบัน ซึ่งการนำเอา ดาเนี่ยล อัลเวส กลับมา บ่งบอกชัดเจนว่า ชาบี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก 


อย่างไรก็ตาม หาใช่แค่ผู้นำแต่ละบทบาทเท่านั้น แต่ปลีกย่อยลงไป นักเตะคนอื่นๆก็สมควรมีบทบาทในทีมเช่นกัน 


ยกตัวอย่างเช่นที่ เป๊บ กล่าวยกย่อง เซย์ดู เกอิต้า ที่เป็นตัวสำรองในเกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2009 ว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทีมยามขาดแคลน


“เขาเป็นคนสำคัญมากสำหรับทีม และถ้าหากจำเป็น ผมจะส่งเขาลงเล่นในตำแหน่งแบ็ก” ซึ่งวันนั้น เป๊บ เปลี่ยน เกอิต้า ลงมาเล่นแทน เธียร์รี่ อองรี ในนาทีที่ 72




จากกลุ่มสู่ความเป็นทีม


สิ่งที่ บาร์เซโลน่า ขาดหายไปในช่วงหลายปีหลังก็คือสปิริตความเป็นทีม หลายปีที่ผ่านมาทีมคุ้นเคยกับการที่ เมสซี่ เป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง ทำให้ในแง่ความเป็นทีมนั้นลดความแข็งแกร่งลง นั่นคือสิ่งที่ ชาบี จะต้องกู้คืน 


อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เคยกล่าวไว้ว่า “ไม่มีผู้เล่นคนไหนจะดีได้มากเท่ากับทุกคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว” 


ที่ผ่านมาเรามักเห็นนักเตะจับคู่หรือรวมเป็นกลุ่มเล็กๆ เช่นการนั่งติดกันบนรถบัส เล่นไพ่ด้วยการระหว่างเดินทาง,พักห้องเดียวกัน หรือพาแฟนของทั้งคู่มาดินเนอร์ร่วมกัน นั่นคือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเตะคู่นั้น หรือกลุ่มนั้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงระดับความสัมพันธ์ในรูปแบบทีม ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับ บาร์เซโลน่า ในยามนี้ 



อัตลักษณ์ส่วนร่วม


สิ่งแรกๆที่ทั้ง เซร์จี้ บาร์ฆวน และ ชาบี ต่างก็พูดตรงกันคือจำเป็นต้องเรียกเอาบรรยากาศที่ดีกลับคืนมา ที่ผ่านมาทีมพบแต่ความเศร้า ผิดหวัง ท้อแท้ และส่งผลกระทบปถึงแฟนๆบนอัฒจรรย์ด้วย แฟนบอลเริ่มเข้ามาชมเกมใน คัมป์ นู น้อยลงเรื่อยๆ  


เมร์กาเด้ กล่าวว่า “มันสำคัญมากที่ทีมจะต้องเรียกความรู้สึกดีๆกลับมา ความรู้สึกว่าที่นี่คือสโมสรที่ดีที่สุดในโลก เช่นเดียวกับเรียกฟีลลิ่งเดิมๆของแฟนบอลที่ผูกพันกับ มอตโต้ ประจำสโมสรที่ว่า mes que un club” 


ต้องพยายามทำให้ทุกคนรู้สึกภูมิใจในสโมสร ในตราสัญลักษณ์ และระบบการเล่น รวมถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์


ทุกอย่างเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการปรุงแต่งให้ บาร์เซโลน่า กลับคืนสู่อัตลักษณ์เดิม ซึ่ง ชาบี มีหน้าที่นำทางเหล่านักเตะผ่านทางกฏระเบียบที่นำกลับมาใช้ แนวทางการเล่นที่จะใส่ลงไปเพื่อกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของทีม


เจมส์ ลา ลีกา 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com