มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าวัย 31 ปียังฝันถึงการหวนคืนทีมชาติอิตาลีของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ที่มีคิวลงเล่นรอบเพลย์ออฟของศึกฟุตบอลโลก 2022 ในช่วงเดือนมีนาคมศกหน้า

มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าวัย 31 ปีของ อาดานา เดมีร์สปอร์ ยังไม่ล้มเลิกความฝันในการหวนคืนทีมชาติอิตาลีชุดลงเล่นรอบเพลย์ออฟของศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ ช่วงเดือนมีนาคมศกหน้า หลังการพูดคุยกับ โรแบร์โต้ มันชินี่ พร้อมยืนกรานว่าเขาพร้อมจะเดินเท้าจากตุรกีเพื่อกลับสู่มาตุภูมิด้วยซ้ำ

อิตาลี ฐานะแชมป์ยูโร 2020 ล้มเหลวในการลงเล่น 2 เกมสุดท้ายของรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 ถูก สวิตเซอร์แลนด์ ปาดหน้าคว้าแชมป์กลุ่ม ซี ส่งทีมอัซซูรี่มาคลุกฝุ่นในรอบเพลย์ออฟเพื่อลุ้นคว้าตั๋วเข้าร่วมศึก 'เวิลด์ คัพ' ที่ประเทศกาตาร์ในช่วงปลายปีหน้า

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เอน็อค บาโลเตลลี่ น้องชายของ มาริโอ เปิดเผยผ่านสื่อว่าพี่ชายของเขาเหมาะสมกับ อิตาลี ของ มันชินี่ ก่อนที่กองหน้าวัย 31 ปีจะยืนยันว่าเขายังมีความฝันที่จะหวนคืนสู่ทีมอัซซูรี่อีกครั้ง 


'ผมรู้สึกดีหลังจาก 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผมรู้สึกพร้อมหวนคืนทีมชาติ มันจะเป็นความฝัน ตอนนี้ผมจะเดินเท้าออกจากตุรกี ถ้าผมรู้ว่าผมจะถูกเรียกตัวในเดือนมีนาคม' บาโลเตลลี่ กล่าว

'ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ มันชินี่ และผมมีมันเสมอมา เขาแค่ต้องการบอกว่าเขาต้องการอะไรจากผมเพื่อที่ผมจะได้กลับไปติดทีมชาติ และผมจะทำ ถ้าผมเคยได้ยินมาเมื่อเร็วๆนี้? ใช่'

'สิ่งที่เขาต้องการจากผม เขาพูดไปหลายครั้งแล้ว' กองหน้าวัย 31 ปีกล่าวต่อ 'ผมไม่ต้องสัญญาอะไรกับตัวเอง เขารู้ว่าถ้าผมโอเค ทำไมเขาจะไม่โทรหาผม?'

'สำหรับแคแร็กเตอร์ของผม ผมสามารถเล่นได้กับทุกคน แม้กระทั่ง ชิโร่ (อิมโมบิเล่)'

อิตาลี พลาดตั๋วเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ส่วนหนึ่งมาจากการสังหารลูกจุดโทษพลาดทั้ง 2 เกมกับ สวิตเซอร์แลนด์ ของ จอร์จินโญ่ เมื่อถูกถามว่าเขาพร้อมจะรับหน้าที่ยิงจุดโทษหรือไม่ หากถูกเรียกตัวติดทัพอัซซูรี่ในอนาคต 

'ผมจะยิงจุดโทษหรือไม่? ผมจะไม่ตอบเพราะมันจะทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่ทุกคนรู้ว่าผมสามารถยิงจุดโทษได้ นักฟุตบอลทุกคนฝันที่จะเป็นกองหน้าของทีมของเขา'


เหตุใด มันชินี่ ยังไม่โทรหาเขา? บาโลเตลลี่ ตอบว่า 'เขายังไม่ได้ทำเพราะเขารู้ถึงศักยภาพของผม และผมยังไปไม่ถึงระดับนั้น' 

'ตอนนี้ ผมยังมีเวลาจนถึงเดือนมีนาคมที่จะไปถึงจุดสูงสุด ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อบ่นว่าไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ ผมอยู่ไม่ไกลจากสภาพดีที่สุดของผม ผมแค่ต้องทำงาน'

บาโลเตลลี่ มาเซ็นสัญญากับ อาดานา เดมีร์สปอร์ สโมสรน้องใหม่ของ ตุรกี ซูเปอร์ลีก ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา เขาทำ 5 ประตูจากการลงเล่น 13 เกมในการลงเล่นทุกรายการของลีกเติร์ก 

'ผมปฏิเสธข้อเสนอจาก อิตาลี ก่อนจะย้ายไป ตุรกี แม้ว่า อิตาลี จะคว้าแชมป์ยูโร ทุกคนเริ่มสาดโคลนใส่กันหลังจากปัญหาแรก นั่นคือสิ่งที่ผมไม่เคยชอบเกี่ยวกับ อิตาลี'

'ผมมีความสุขที่หลายคนเขียนจดหมายถึงผม ร้องขอถึงการหวนคืนสู่ทีมชาติ แต่ปัญหาคือ คุณจะแปดเปื้อนทุกอย่างได้อย่างไรหลังจากปัญหาแรก? มีคนโง่เขลามากเกินไปในอิตาลี' 

กองหน้าวัย 31 ปี ลงเล่นกับทีมชาติอิตาลีครั้งสุดท้ายตั้งแต่เกมเสมอ โปแลนด์ 1-1 ในรายการ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในช่วงเดือนกันยายนปี 2018 หยุดสถิติการเล่นกับทีมอัซซูรี่เพียง 36 เกมและทำ 14 ประตู 


บาโลเตลลี่ เกิดที่ มาริโอ บาร์วูอาห์ ใน ปาแลร์โม่ จากครอบครัวผู้อพยพชาวกานา ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่ บาโญโล่ เมลล่า ใน เบรสชา, ลอมบาร์ดี้ ตอนเขาอายุ 2 ขวบ จากนั้นเขาได้รับการอุปถัมภ์เลี้ยงดูโดยครอบครัว บาโลเตลลี่ ช่วงอายุ 3 ขวบในปี 1993 เนื่องจากครอบครัวเขาไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ 

ซิลเวีย คุณแม่บุญธรรมของเขาเป็นลูกสาวชาวยิวที่รอดชีวิตมาจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ส่วนคุณพ่อบุญธรรมคือ ฟรานเชสโก้ บาโลเตลลี่ พวกเขาอาศัยอยู่ในเมือง คอนเซซิโอ ของ เบรสชา ทางตอนเหนือของอิตาล

บาโลเตลลี่ เริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุ 15 ปีกับ ลูเมซซาเน่ ก่อนลงประเดิมสนามใน เซเรีย ซี1 ในเกมกับ ปาโดว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2006 แต่เขาไม่ประสบความสำเร็จในการทดสอบฝีเท้ากับ บาร์เซโลน่า ก่อนจะเซ็นสัญญากับ อินเตอร์ มิลาน หลังจากนั้น จนกระทั่งลงประเดิมสนามกับทีมเนรัซซูร์รี่เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2007 หลังถูกส่งลงเล่นแทน ดาวิด ซัวโซ่ ในเกมชนะ กายารี่ 2-0


อย่างไรก็ตาม บาโลเตลลี่ ยังไม่สามารถตอบรับการเรียกตัวติดทีมชาติอิตาลีรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปีและ 17 ปี ก่อนหน้านั้น เนื่องจากเขายังคงถูกพิจารณาว่าเป็นผู้อพยพชาวกานา จนกระทั่งได้รับสัญชาติอิตาเลียนเมื่ออายุครบ 18 ปี 

แม้ว่า โคล้ด เลอ รัว โค้ชทีมชาติกานาจะเรียกตัวติดทีมดาวดำชุดลงเล่นเกมกระชับมิตรกับ เซเนกัล ที่กรุงลอนดอนก่อนหน้าวันเกิดครบ 17 ปีของเขาก็ตาม แต่ บาโลเตลลี่ ปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าเขาจะเล่นให้ทีมชาติอิตาลีเมื่อเขามีคุณสมบัติเหมาะสม

จากนั้น ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีชุดยู-21 ปี ประกาศความตั้งใจว่าเขาจะเรียกตัว บาโลเตลลี่ เมื่อเขาได้รับสัญชาติอิตาเลียนในวันที่ 13 สิงหาคม 2008

บาโลเตลลี่ มีชื่อติดโผอัซซูรินี่ตามคาด หลัง กาซิรากี้ เรียกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอิตาลีชุดยู-21 ปีเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมปีเดียวกัน สำหรับการลงเล่นกับ กรีซ และ โครเอเชีย ก่อน บาโลเตลลี่ จะลงประเดิมสนามเมื่อวันที่ 5 กันยายนและทำประตูในเกมเสมอ กรีซ 1-1


เขายังมีชื่ออยู่ใน 23 คนสำหรับการแข่งขันรอบสุดท้ายของศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่นอายุต่ำกว่า 21 เมื่อปี 2009 เขาทำประตูแรกในการเผชิญหน้ากับเจ้าภาพ สวีเดน ช่วงนาทีที่ 15 แต่ถูกไล่ออกจากสนามในอีก 15 นาทีถัดมาหลังมีปัญหากับ ปอนตุส เวิร์นบลูม ก่อน อิตาลี จะตกรอบตัดเชือกหลังการปราชัยต่อ เยอรมัน 0-1

ความฝันของ บาโลเตลลี่ กลายเป็นจริง หลังเขาปรากฎตัวกับทีมชาติอิตาลียุค เชซาเร่ ปรันเดลลี่ หลังการเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดลงเล่นเกมกระชับมิตรกับ ไอวอรี่โคสท์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2010 ซึ่งเป็นเกมแรกของทีมอัซซูรี่หลังศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปีดังกล่าว

บาโลเตลลี่ ออกสตาร์ทแนวรุกร่วมกับ อเมารี และ อันโตนิโอ คาสซาโน่ ในเกมพ่าย ไอวอรี่โคสท์ 0-1 ก่อนเขาจะทำประตูแรกกับทีมอัซซูรี่ในเกมชนะ โปแลนด์ 2-0 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2011


จากนั้น บาโลเตลลี่ มีส่วนร่วมกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกในศึก ยูโร 2012 ที่ โปแลนด์ และ ยูเครน ท่ามกลางกระแสเหยียดเชื้อชาติและสีผิวในหมู่แฟนบอลของชาติเจ้าภาพ ซึ่ง บาโลเตลลี่ ขู่ว่าเขาพร้อมจะเดินออกจากสนามทันทีหากถูกเหยียดผิวในทางใดทางหนึ่งและขู่ว่าเขาจะ 'ฆ่า' ทุกคนที่ขว้างกล้วยใส่เขาด้วย 

ท้ายที่สุด บาโลเตลลี่ กลายเป็นนักเตะผิวสีคนแรกที่ลงเล่นให้ อิตาลี ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง ศึกยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ หรือ ฟุตบอลโลก ในเกมเสมอ สเปน 1-1 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2012 ก่อนทั้งสองชาติจะพบกันอีกครั้งในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว แต่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามช่วงนาที 56 หลังพลาดโอกาสทองหลายครั้ง พร้อมเสียงวิจารณ์ในเวลาต่อมาว่า 'กองหน้าที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและคาดเดาไม่ได้'

บาโลเตลลี่ ยังมีส่วนร่วมกับศึกฟุตบอลโลกปี 2014 แต่หลุดจากโผของ อันโตนิโอ คอนเต้ ชุดทำศึกยูโรรอบสุดท้ายปี 2016 เนื่องจากฟอร์มแย่และมีปัญหาบาดเจ็บ 


หลังการตกรอบคัดเลือกของศึกฟุตบอลโลกปี 2018 อิตาลี แต่งตั้ง โรแบร์โต้ มันชินี่ เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ต่อจาก จาน ปิเอโร เวนตูร่า นั่นทำให้ บาโลเตลลี่ ถูกเรียกตัวติดทัพอัซซูรี่อีกครั้ง นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2014 

มันชินี่ เรียก บาโลเตลลี่ ติดทีมชุดลงเล่นเกมกระชับมิตรในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนปี 2018 เขาออกสตาร์ทในเกมพบ ซาอุดิอาระเบีย และทำประตูตั้งแต่นาทีที่ 20 ก่อนถูกถอดออกจากสนามช่วงนาที 58 เปิดทางให้ อันเดรีย เบล็อตติ ลงมาทำประตูให้ทีมอัซซูรี่เบียดคว้าชัย 2-1 

อย่างไรก็ตามจากปัญหาส่วนตัวและฟอร์มการเล่นที่ขาดความคงเส้นคงวาของ บาโลเตลลี่ ทำให้ มันชินี่ เรียกใช้งานกองหน้าเชื้อสายกานาครั้งสุดท้ายในเกมเสมอ โปแลนด์ 1-1 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2018 โดยลงเล่นเกมดังกล่าวเพียง 62 นาทีเท่านั้น


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com