เด็กหนุ่มที่ใฝ่ฝันเพื่อเป็นนักเตะอาชีพ จนวันหนึ่งสิ่งที่ปรารถนามาอยู่ตรงหน้า มีเพียงสองเท้าและหัวใจอันแกร่งกล้าที่พร้อมคว้าโอกาสนั้นมาครอง

ในยุคสมัยที่ดาวรุ่งพุ่งกระขึ้นมาไม่ต่างกับดอกเห็ดที่ผุดตามโคนต้นไม้ หลายคนแจ้งเกิดได้ทันที หลายคนต้องรอเวลา และหลายคนไม่สามารถทำได้ตามที่ต้องการ

แต่สำหรับ ไซดู โซว์ ปราการหลังหนุ่มวัย 19 ปี เส้นทางนักฟุตบอลของเขากำลังพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากเด็กหนุ่มที่เสาะหาโอกาสไล่ตามสิ่งที่ตนเองต้อง จะด้วยความไร้เดียงสาหรือเป็นคนตรงไปตรงมาอะไรก็ช่าง มีอยู่วันหนึ่ง โซว์ เดินเข้าไปคุยกับโค้ชโดยตรงเพื่อถามถึงการลงสนาม

“เด็กหนุ่ม โซว์ เข้ามาหาผม เขาแสดงท่าทางร้อนใจ และพูดว่า 'โค้ช คุณไม่ส่งผมลงสนาม' ผมบอกเขากลับไปว่า 'ฉันไม่อยากทำให้แกหมดแรง ไม่อยากทำลายแก แกจะได้เล่นแน่นอน' ตอนนี้เขากลายมาเป็นหนึ่งในนักเตะตัวจริงของผม” ดีดีเย่ร์ ซิก กุนซือทีมชาติกินีระบุ

ถึงตอนนี้ โซว์ กลายมาเป็นหลักของทีมชาติกินี ซึ่งไม่ต่างไปจากในนามสโมสร แซงต์-เอเตียน ที่เขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญจาก โคลด ปูแอล

ที่ เลส์ แวร์ สโมสรซึ่งพร้อมมอบโอกาสให้กับเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์และฝีเท้าเข้าตา โซว์ ได้แสดงให้เห็นถึงจุดนั้นจนในที่สุดเส้นทางของเขาก็เปิดออก


อันที่จริงนอกจากฝีเท้าที่เข้าตา มันยังมีเหตุผลอื่นๆ เข้ามาประกอบกันทั้งในเรื่องที่สโมสรปล่อยตัวแนวรับอย่าง วิลเลียม ซาลีบา และ เวสเล่ย์ โฟฟาน่า ออกไป อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการเงินที่ไม่สามารถดึงแข้งใหม่มาเสริมทีมได้ (แม้จะขายนักเตะออกไปก็ตาม) ทางออกที่ดีที่สุดคือการดันเยาวชนในทีมขึ้นมา

สิ่งนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของสโมสรอยู่แล้ว และมันยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อได้เห็นผลงานในสนามของ โซว์ คนที่ ปูแอล เฝ้าจับตามองมาระยะหนึ่งแล้ว

“ไซดู เป็นเด็กที่รับฟังอย่างมาก ถ้าเขายังคงทำงานแบบที่เขาทำอยู่ต่อไป เขาจะพัฒนาได้มากกว่านี้” โคลด ปูแอล กุนซือแซงต์-เอเตียน ระบุ

ฤดูกาลที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบที่ดี จากกองหลังทางเลือกก้าวมาเป็นแกนหลักของสโมสร พัฒนาการที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องถือเป็นสัญญาณที่ดีของทั้งนักเตะและ แซงต์-เอเตียน

ไม่แปลกใจที่ เลส์ แวร์ จะจัดการต่อสัญญาฉบับใหม่โดยเร็วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แม้ว่าเพิ่งจะเซ็นสัญญาอาชีพไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 ซึ่งในซีซั่นนี้ โซว์ ยึดตัวจริงของสโมสรอย่างเป็นทางเรียบร้อย (ต่อเนื่องจากปลายฤดูกาลที่ผ่านมา)


เกมแรกของซีซั่นอาจจะเป็นเพียงตัวสำรอง แต่นั่นมาจากปัญหาสภาพร่างกายที่ดันเจ็บจากตอนซ้อม แต่สองนัดต่อไปแข้งวัย 19 ปีกลับมายึดพื้นที่ 11 คนแรก

นี่คือสิ่งที่ โซว์ ต้องการให้เป็นไป แต่ท้ายที่สุดมันอยู่ที่นักเตะแล้วว่าจะสามารถเดินหน้าสร้างผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาไปยังขั้นต่อไปได้หรือไม่

“ฤดูกาลนี้ผมได้เรียนรู้เยอะมาก” โซว์ เผยหลังจากการต่อสัญญาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

“ในการซ้อม โคลด ปูแอล ผลักดันผมให้ทำมากกว่าเดิมในทุกๆ วัน ขอขอบคุณบรรดาโค้ชจากทีมเยาวชน ผมได้เรียนรู้เรื่องพื้นฐาน แต่ความต้องการของโค้ชและทีมงานของเขาช่วยให้ผมเติบโต”

การผลักดันและความเชื่อใจของกุนซือถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ โซว์ มาถึงจนทุกวันนี้ แต่นักเตะวัย 19 ปีไม่หลงระเริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเขาทราบดีว่ายังมีอะไรหลายๆ อย่างให้เรียนรู้และเผชิญหน้า นอกจากนั้นเส้นทางยังเพิ่งเริ่มต้นเพียงเท่านั้น


จุดหมายต่อไปของ โซว์ หนีไม่พ้นการยกระดับฝีเท้าให้รุดหน้าไปกว่าที่เป็นอยู่ นั่นคือสิ่งที่นักฟุตบอลทุกๆ คนต้องการให้เป็นไป และตอนนี้เขามีเวทีให้แสดงผลงานรวมไปถึงปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวยอย่างมาก

น่าจับตามองกันว่า ไซดู โซว์ จะไปได้ไกลเพียงใด แต่หากมองจากพื้นฐานโดยรวมถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

ด้วยรูปร่างสูงกำลังดี 185 เซนติเมตร บวกกับรูปแบบของกองหลังสมัยใหม่ที่เล่นกับบอลได้ดี มีทั้งความเร็ว พละกำลัง การอ่านเกม และที่สำคัญคือทักษะในการสกัดกั้นแนวรุกฝ่ายตรงข้าม จึงทำให้หลายๆ คนคาดหมายกันว่า โซว์ จะต้องย้ายไปยังสโมสรที่ใหญ่กว่าในอนาคต

นั่นคือเรื่องของวันข้างหน้า สำหรับตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลงานในสนาม และอย่างที่ ไซดู โซว์ เคยกล่าวไว้ว่า “ผมยังคงมีงานให้ทำอีกมากสำหรับการสานต่อพัฒนาการของตนเอง” นี่จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่านักเตะรายนี้ไม่หลงตัวเอง แต่พร้อมเรียนรู้เพื่อไปยังจุดหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า

“ความเชื่อใจที่สโมสรแสดงให้ผมได้เห็นเป็นแรงกระตุ้นการทำงานให้มากกว่าเดิม เพราะผมยังต้องยกระดับให้มากกว่านี้ ผมหวังว่าจะตอบแทนสโมสรให้เท่ากับที่พวกเขามอบให้ผม”


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com