'Hotel MiM Sitges' โรงแรมในเครือของ ลิโอเนล เมสซี่ ถูกศาลสั่งรื้อถอนอาคารหลังก่อสร้างผิดกฎหมายหลังกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ซื้อต่อมาจากนักธุรกิจชาวสเปนในบาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะดีสุดในโลกลูกหนัง เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ทั้งส่วนรวมและส่วนรวม ล่าสุดเพิ่งฟาดรางวัล 'บัลลง ดอร์' สมัยที่ 7 แม้ว่าจะมีเสียงบางส่วนไม่เห็นด้วย เนื่องจากต่างมองว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค คู่ควรกับรางวัลดังกล่าวมากกว่านั่นเอง

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกฎกติกา ทุกฝ่ายต้องยอมรับการตัดสินแม้ว่ามันอาจจะไม่ถูกใจพวกเขาก็ตาม 

เมสซี่ ประสบความสำเร็จบนเวทีลูกหนังตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา แต่ใช่ว่าเมื่อคุณเก่งอาจบนสังเวียนหญ้าแบบไร้ผู้ต่อกรแล้วคุณต้องประสบความสำเร็จในส่วนอื่นเสมอไป 


ตามรายงานจาก 'เอล กอนฟีเดนซิอัล' เปิดเผยว่า เมสซี่ กำลังเผชิญกับความล้มเหลวจากการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ หลังมีคำสั่งศาลให้รื้อถอนโรงแรมแห่งหนึ่งในนครบาร์เซโลน่าที่เขาจ่ายเงินซื้อกิจการไว้ก่อนหน้านี้ 

เมสซี่ ลงทุนซื้อกิจการโรงแรม 'Hotel MiM Sitges' ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2017 โรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ทางตอนใต้ของนครบาร์เซโลน่า โดยซื้อต่อจากนักธุรกิจ ฟรานซิสโก้ ซานเชซ โรดรีเกซ ในราคาที่เชื่อว่าสูงกว่า 30 ล้านยูโร 

ทว่ากองหน้าชาวอาร์เจนไตน์กำลังจะสูญเสียเงินจำนวนดังกล่าวหลังมีคำสั่งศาลให้รื้อถอนอาคารดังกล่าวที่ก่อสร้างผิดประมวลกฎหมายผังเมือง จนถูกตั้งข้อสงสัยว่า เมสซี่ ถูกนักธุรกิจคนดังกล่าวหลอกลวงขายทรัพย์สินที่มีปัญหาหรือไม่ 


นับตั้งแต่ เมสซี่ จ่ายเงินก้อนโตซื้อ 'Hotel MiM Sitges' ช่วงกลางปี 2017 โรงแรมระดับ 4 ดาวดังกล่าวยังไม่เคยถูกเปิดใช้งาน เนื่องจากอยู่ในระหว่างการต่อสู้ทางกฎหมาย จนกระทั่งศาลมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารดังกล่าวแล้ว แน่นอนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการสูญเสียเงินก้อนโตแบบไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆกลับมาของกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์

ตามข้อมูลเพิ่มเติมของ 'เอล กอนฟีเดนซิอัล' ระบุว่าโรงแรม 'Hotel MiM Sitges' มี 77 ห้องพัก ตั้งอยู่ห่างจากชายหาดเพียง 50 เมตร แต่ไม่ผ่านมาตรฐานอาคารที่กำหนดในนครบาร์เซโลน่า เนื่องจากระเบียงของโรงแรมมีขนาดใหญ่เกินกฎหมายกำหนดและอาคารอาจเสี่ยงต่อการพังทลายหากมีการลดขนาดหรือรื้อถอน 

นอกจากนี้แผนฉุกเฉินด้านอัคคีภัยของโรงแรม 'Hotel MiM Sitges'ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกต้องด้วย 


'Hotel MiM Sitges' มีจุดเด่นที่ 'สกาย บาร์' บนชั้นดาดฟ้า ที่มีสระว่ายน้ำ ทัศนียภาพอันงดงามของเมืองและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วย สปา, นวดทรีทเมนต์, ซาวน่า, ห้องอาบน้ำสไตล์ตุรกี, ฝักบัวระบบสัมผัส, สระว่ายน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ, อ่างแช่ตัวน้ำเย็นและสระน้ำเกลือ 

ตามรายงานระบุว่า เมสซี่ ไม่ทราบว่าทรัพย์สินที่เขาจ่ายเงินซื้อในปี 2017 อยู่ในระหว่างการต่อสู้คดีความจากคำสั่งให้รื้อถอนเนื่องจากการก่อสร้างผิดกฎหมาย มันจึงเป็นบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญของกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์หากเขาจะเดินหน้าทำธุรกิจโรงแรมแบบเต็มตัวหลังยุติอาชีพค้าแข้ง 

เมสซี่ และครอบครัววางแผนกลับมาใช้ชีวิตที่นครบาร์เซโลน่า หลังเลิกอาชีพค้าแข้ง เขามีความคุ้นเคยกับเมืองหลวงของแคว้นกาตาลุนย่าหลังย้ายจากอาร์เจนตินามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 13 ปี ก่อนจะแต่งงานกับ อันโตเนลล่า ร็อคกุซโซ่ และลูกๆสามคนทั้ง ติอาโก้ (2012), มาเตโอ (2015) และ ซีโร่ (2018) ต่างลืมตาดูโลกที่นครบาร์เซโลน่าทั้งหมด


ก่อนหน้านี้กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์เคยลงทุนซื้อโรงแรม 2 แห่งใน อีบีซ่า และ มายอร์ก้า โดยไม่มีปัญหาเหมือน 'Hotel MiM Sitges' แม้ว่าจะเป็นอาคารที่ได้รับการยกย่องในด้านแนวทางความยั่งยืน เนื่องจาก 80 เปอร์เซ็นต์ของวัสดุที่ใช้ก่อสร้างอาคารสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง แต่มันสร้างแบบผิดกฎผังเมืองจนกระทั่งศาลมีคำสั่งรื้อถอน 

ตามข้อมูลระบุเพิ่มเติมว่า ฟรานซิสโก้ ซานเชซ โรดรีเกซ ได้ยื่นใบขออนุญาตก่อสร้างอาคารกับสภาเมืองตั้งแต่ปี 2009 และได้รับอนุญาตในช่วงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน งานก่อสร้างเริ่มต้นในปี 2011 และแล้วเสร็ตในปี 2013 แต่ปรากฎว่าเจ้าของอาคารดังกล่าวไม่เคารพข้อจำกัดจากเทศบาลเมือง 

ความผิดเกี่ยวกับระเบียงของโรงแรม 'Hotel MiM Sitges'ก่อให้เกิดความขัดแย้ง มันถูกก่อสร้างขึ้นโดยยื่นออกมาจากด้านหน้าอาคารราว 2 เมตร ซึ่งขัดต่อระเบียบของเทศบาลเมือง เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตในเรื่องนี้ 

ดังนั้น ฟรานซิสโก้ ซานเชซ โรดรีเกซ จึงพยายามส่งแผนใหม่อีกครั้งในอีก 2 ปีถัดมา แต่มันสายเกินไปและกำลังอยู่ในกระบวนการสั่งรื้อถอน 

แน่นอนว่ามันอาจดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กน้อย แค่รื้อระเบียงที่สร้างเลยตัวอาคาร 2 เมตรออกไปเมื่อถูกทักท้วงครั้งแรก มันน่าเสียดายที่จะต้องรื้อถอนทั้งโรงแรมเพื่อรื้อโครงสร้างระเบียงที่ก่อสร้างผิดกฎหมายออก 


สำหรับกิจการโรงแรม 2 แห่งของ เมสซี่ ทั้งที่ อีบีซ่า และ มายอร์ก้า ดำเนินกิจการแบบไร้ปัญหาหลังเปิดให้บริการอีกครั้งนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อ 'โควิด-19' โดยมีการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีความยั่งยืนมากขึ้นและลดการปล่อยมลพิษ 

โรงแรมที่ อีบีซ่า มูลค่า 30 ล้านยูโรจะเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจและความสุขของ เมสซี่ ด้วยห้องพักจำนวน 52 ห้องและสระว่ายน้ำโฉมใหม่ โดยห้องพักมีราคาระหว่าง 226-525 ปอนด์ก่อนการระบาดครั้งใหญ่ แต่อาจมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นหลังการปรับปรุงใหม่ 

ส่วนโรงแรมที่ มายอร์ก้า มี 98 ห้อง, สปา, ยิม, สระว่ายน้ำ 2 สระ, ร้านอาหารและบาร์ที่มองเห็นทัศนียภาพของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนชัดเจน โดยตั้งอยู่ห่างจากชายหาด 'ซา โกม่า' เพียง 50 เมตรเท่านั้น 

ทั้งสองโรงแรมอยู่ในเครือ 'MIM Hotels' (Majestic i Messi Hotels) ซึ่งบริหารงานโดย Majestic Hotel Group ที่มี เมสซี่ เป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 2017 


เมสซี่ ยังวางแผนซื้อกิจการโรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมือง เยอีด้า ของแคว้นกาตาลุนย่าเพื่อดึงมาอยู่ในเครือ 'MIM Hotels'เพิ่มเติมด้วย 

โรงแรม 'ฮีมาลายา บาเกยร่า' (Himalaia Baqueira) ตั้งอยู่ใจกลางของสกีรีสอร์ต บาเกยร่า เบเร็ต ในเมืองเยอีด้า โรงแรมนี้ตั้งอยู่เชิงเขาลานสกีติดกับ รูด้า บอลเลย์ ใน เลรีดาโน่ ปีเรนีส์ โดยมีการคาดการณ์ว่าโรงแรมแห่งนี้อาจเป็นโรงแรมในเครือแห่งที่ 4 ของ 'MIM Hotels' 


ทว่าแผนงานดังกล่าวอาจต้องยุติลงชั่วคราวหลังเกิดปัญหาขึ้นกับ 'Hotel MiM Sitges'โรงแรมในเครือ 'MIM Hotels' แห่งที่สามของกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์

จากยอดแข้งของเวทีลูกหนังโลกกำลังจะเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมในเครือ 'MIM Hotels' เพียงแต่ เมสซี่ กำลังเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

ส่วนท่านใดสนใจเข้าพักและใช้บริการโรงแรมในเครือ 'MIM Hotels' ของ เมสซี่ สามารถเดินทางไปได้ทั้งเกาะอีบีซ่าและเกาะมายอร์ก้าในประเทศสเปนได้เลยครับ 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com