ชาบี เอร์นานเดซ กลับมาทำงานฐานะเทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า ตามความตั้งใจที่ตอนประกาศอำลาสโมสรเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งเทรนเนอร์วัย 41 ปีน้อมรับความท้าทายในการนำบาร์ซ่าฝ่าวิกฤติทั้งในและนอกสนาม

ครั้งหนึ่ง ชาบี เอร์นานเดซ เคยกล่าวต่อหน้าทุกคนในครอบครัวของเขา โดยเฉพาะสาวก 'กูเล่' ที่ยิ่งใหญ่สุดน่าจะเป็น มาเรีย เมร์เซ่ เกรอุส มารดาของเขา ว่าการตัดสินใจอำลา 'คัมป์ นู' ในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 ขณะที่ยังอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพ เนื่องจากเขาไม่ต้องการกลายเป็นภาระของเพื่อนร่วมทีมหลังจากนั้น 

เขาจากไปพร้อมกับการเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นกับทีมอาซูลกราน่ามากสุด 767 เกม ก่อนสถิติดังกล่าวจะถูกทำลายโดย ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

ชาบี เข้ามาอยู่กับสโมสรในเดือนกรกฎาคม 1991 กลายเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ฝึก 'ลา มาเซีย' ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ เช่นเดียวกับเด็กจำนวนมากในรุ่นราวคราวเดียวกัน จากนั้นเขาค่อนๆไต่ระดับของทีมเยาวชนแต่ละรุ่น แต่เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของสโมสร 

ตามรายงานของสตาฟฟ์เทคนิคในช่วงเวลาที่ ชาบี อยู่ในทีมชุดยู-14 ปี ระบุถึงความสามารถของเขาในการผ่านบอลฐานะมิดฟิลด์ว่า 'ความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับวิธีการครองบอล เขาแทบจะไม่เสียบอลเลย'


ภายในเวลา 3 ปี ชาบี กลายเป็นขาประจำของทีมชาติสเปนชุดยู-17 ปี ก่อน หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ของทีมอาซูลกราน่าในขณะนั้นจะเรียกติดโผชุดทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกกับ นิวคาสเซิ่ล ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 1997 แต่ ชาบี เป็นเพียงผู้ชมบนม้านั่งสำรองในเกมชนะทีมสาลิกา 1-0

ชาบี ทำประตูแรกกับ บาร์เซโลน่า ในเกม สแปนิช ซูเปอร์ คัพ กับ มายอร์ก้า ก่อนเปิดตัวบนเวทีลีกาในช่วงเดือนตุลาคมของปีนั้น โดย ฟาน กัล ส่ง ชาบี ลงเล่นทั้งหมด 16 เกมในช่วงฤดูกาล 1998-1999 ซึ่งเขาเริ่มได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้สืบทอดโดยธรรมชาติของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

จากนั้น ชาบี ยึดตำแหน่งของเขาในทีมหลังการจากไปของ กวาร์ดิโอล่า ในปี 2001 ก่อนกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ประสบความสำเร็จมากสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เมื่อ เป๊ป กลับมาทำงานฐานะเทรนเนอร์ของทัพอาซูลกราน่าในเดือนพฤษภาคม 2008


ภายใต้การดูแลของ กวาร์ดิโอล่า, บาร์เซโลน่า และ ชาบี คว้าแชมป์ร่วมกัน 14 รายการ ซึ่งรวมถึงการคว้า 6 แชมป์ในปี 2009 นอกจากนี้ ชาบี ยังมีบทบาทสำคัญในการนำทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี จากการคว้าแชมป์ยูโร 2008 ก่อนจะนำทัพ 'ลา โรฆา' คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2010 ตบท้ายด้วยการนำทัพกระทิงป้องกันแชมป์ยุโรปในปี 2012

อย่างไรก็ตาม ชาบี เริ่มรู้สึกถึงความเครียดตั้งแต่ปี 2012 เนื่องจากเขาอายุ 32 ปีและลงเล่นเกมลีกกับ บาร์ซ่า มาแล้วกว่า 400 เกมและเล่นกับทีมชาติสเปน 100 นัด เขายังถูกอาการบาดเจ็บตามเล่นงานหลายจุดโดยเฉพาะ กล้ามเนื้อน่อง และ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทำให้เขาต้องพักฟื้นนานกว่าเดิม

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ ชาบี เคยคิดจะเลิกเล่นกับทีมชาติสเปนหลังศึกยูโร 2012 แต่ถูกเทรนเนอร์ บีเซนเต้ เดล บอสเก้ เกลี้ยกล่อมให้เล่นต่อไป ทว่าหลังความล้มเหลวตกรอบแรกของศึกฟุตบอลโลก 2014 ชาบี ตัดสินใจอำลาทัพ 'ลา โรฆา' เพื่อโฟกัสไปที่การเล่นกับทีมอาซูลกราน่าเพียงอย่างเดียว 


ขณะนั้น ชาบี ยังมีสัญญากับ บาร์เซโลน่า อีก 2 ปี และกำลังคิดเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนยากสุดของเรื่องทั้งหมด เมื่อไหร่จะถึงวันที่ต้องกล่าวอำลาฐานะนักเตะบาร์ซ่า

จุดสิ้นสุดของ ชาบี มาถึงเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2015 เขาประกาศว่าเวลาของเขาที่ บาร์เซโลน่า สิ้นสุดลงแล้ว 'มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เป็นการตัดสินใจที่ชัดเจน ผมได้พูดคุยกับครอบครัว, ภรรยา และคนรอบข้างของผมแล้ว'

'ตอนนี้เป็นเวลาที่ผมจะต้องจากไป แทนที่จะอยู่ต่อในสัญญาปีสุดท้าย ผมต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ ผมมีส่วนร่วมกับทีมน้อยลงและผมคิดว่าผมต้องการเปลี่ยนแปลง'

'มันไม่ใช่สิ่งที่หัวใจบอก แต่คือสิ่งที่ร่างกายและจิตใจกำลังบอก เมื่อพูดถึงทีมฟุตบอลระดับท็อป ผมคิดว่าผมไม่พร้อมแล้ว ผมได้รับเสนองานให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่น่าสนใจในกาตาร์ ซึ่งผมจะเล่นกับ อัล ซาดด์ ต่อไปอีก 2 ปีและร่วมมือกับ แอสไฟร์ อะคาเดมี่ พร้อมกับพี่น้องของผม'

'มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผม ผมหวังว่าผมจะไม่ทำให้ใครผิดหวัง แผนของผมคือการกลับบ้านในวันหนึ่งข้างหน้า' ชาบี กล่าว 


ชาบี ลงเล่นเกมที่ 767 และเป็นนัดสุดท้ายฐานะนักเตะบาร์ซ่าของเขาเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2015 พร้อมชูโทรฟี่แชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกที่กรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นการปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการคว้า 'ทริเปิ้ลแชมป์' กับทัพอาซูลกราน่า 

ผ่านมา 6 ปี ชาบี หวนคืน 'คัมป์ นู' อีกครั้งตามคำพูดของเขาในวันประกาศอำลาสโมสร หลังการเปิดตัวฐานะเทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า เมื่อวันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีสาวก 'กูเล่' มากกว่า 25,000 คนมารอต้อนรับอดีตฮีโร่ของพวกเขา

'มันคือฝันที่เป็นความจริง' ชาบี เผย 'ในปี 2015 ความฝันของผมคือการกลับมาและกลับมาอย่างมีความรับผิดชอบที่สุด แต่ด้วยความตื่นเต้น'

'เราต้องทำงานหนัก ผมตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นงาน ผมรู้สึกว่า บาร์ซ่า เป็นบ้านของผม แต่ผมรู้ว่าผมมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่มาก ผมรู้ว่าผมมาถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับสโมสร แต่ผมรู้สึกว่าพร้อมแล้ว' 

'ผมมาถึงด้วยความพร้อม ดีเอ็นเอของผมไม่เปลี่ยนแปลง แนวความคิดในการเป็นตัวเอก, การครองบอล, การสร้างสรรค์โอกาส, บาร์ซ่าที่เข้มข้น เราต้องกู้คืนหลายสิ่งหลายอย่างกลับมา'


เมื่อถูกถามถึงประสบการณ์ค้าแข้งของเขากับ บาร์เซโลน่า ก่อนหน้านี้จะมีส่วนช่วยในการทำงานฐานะเทรนเนอร์ทีมอาซูลกราน่า ชาบี ตอบว่า 'การรู้จักสโมสรเป็นข้อได้เปรียบ'

'ผมรู้จักทั้งภายในและภายนอก เราจะมีช่วงเวลาที่เข้มข้น แต่เราจะต้องอยู่ด้วยกันและเราทุกคนจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน'

'เราต้องเป็นหนึ่งเดียวเพื่อ บาร์ซ่า จะสามารถปรารถนาถึงการคว้าแชมป์ได้'

'มันเป็นข้อได้เปรียบที่ได้รู้จักนักเตะหลายคน (เซร์คิโอ) บุสเก็ตส์, (เคราร์ด) ปีเก้, (จอร์ดี้) อัลบา และ (มาร์ค อันเดร) แทร์ ชเตเก้น พวกเขาต่างเป็นเพื่อนร่วมทีมของผม' ชาบี กล่าว 

ชาบี ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะกลับมาทำงานฐานะเทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า แม้ว่าทีมอาซูลกราน่าจะไม่มีปัญหาจ่ายเงินค่าฉีกสัญญาของเทรนเนอร์วัย 41 ปีมูลค่า 5 ล้านยูโรตามคามต้องการของ อัล ซาดด์ ก็ตาม 

แต่ ชาบี แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อให้การทำข้อตกลงลุล่วง ซึ่งตามข้อมูลของสื่อเมืองกระทิงเชื่อว่าเทรนเนอร์วัย 41 ปีจะได้เงินบางส่วนกลับคืนมา หากเขาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในกาตาร์ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า 


ขณะที่ โจน ลาปอร์ต้า ไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการทำข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุเพียงว่าเทรนเนอร์วัย 41 ปีมีส่วนร่วมด้วยเท่านั้น 'การปล่อยตัวกับ อัล ซาดด์? สโมสรและ ชาบี มีส่วนร่วมและเราบรรลุเป้าหมายแล้ว นี่คือบทสรุป'

แน่นอนว่าการเข้ามากอบกู้ทีมอาซูลกราน่าที่กำลังเผชิญปัญหาทั้งในและนอกสนามในปัจจุบันเป็นงานยากและท้าทายความสามารถของ ชาบี ถือเป็นโจทย์ยากกว่าตอน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามารับตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2008 

อย่างน้อย เป๊ป ยังมีโอกาสเรียนรู้และทำความเข้าใจกับลูกทีมในฐานะเทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า เบ หนึ่งฤดูกาล ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นนายใหญ่ของทีมชุดแรกพร้อมผลักดัน เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ เปโดร โรดรีเกซ ขึ้นมาพร้อมกัน 

อีกทั้งองค์ประกอบของทัพอาซูลกราน่าในขณะนั้นยังดีกว่าทีมชุดปัจจุบันที่เหลือผู้เล่นใช้งานจำนวนจำกัด หลังสโมสรประสบปัญหาทางการเงินขั้นวิกฤตจนต้องปล่อยนักเตะออกจาก 'คัมป์ นู' หลายคนโดยเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี่ และ อองตวน กรีซมันน์ 

บาร์เซโลน่า จึงไม่มีทางเลือกนอกจากการผลักดันแข้งละอ่อนขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ทั้ง ปาโบล มาร์ติน ปาเอซ กาบีร่า กาบี, นีโก้ กอนซาเลซ กับ อาเลฆานโดร บาลเด้ และอาจเลื่อนชั้นขึ้นมาอีกหลายรายในยุคของ ชาบี เอร์นานเดซ 


ดังนั้นการเริ่มงานของ ชาบี จึงเป็นโจทย์ยากกว่า เป๊ป ท่ามกลางแรงกดดันจาก ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรบาร์ซ่าที่คาดหวังถึงการนำทัพอาซูลกราน่าจบซีซั่นฐานะท็อปโฟร์เป็นอย่างน้อยและต้องผ่านเข้ารอบ 16 ทีมของรายการแชมเปี้ยนส์ลีกด้วย

ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันตอนที่ ชาบี เข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ บาร์เซโลน่า มีเพียง 17 คะแนนจากการลงเล่น 12 เกม อยู่อันดับ 9 ของลีกเมืองกระทิง ตามหลังจ่าฝูง เรอัล โซเซียดาด 11 แต้ม และไล่หลัง เรอัล มาดริด กับ เซบีย่า 10 คะแนน 

บาร์เซโลน่า ยังมีโอกาสลุ้นแย่งแชมป์ลีกาเนื่องจากเส้นทางยังเหลืออีกยาวไกล แต่อย่างน้อย ชาบี จะต้องนำทีมอาซูลกราน่าติด 1 ใน 4 เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นหน้า หากผลออกมาเป็นอื่นอาจทำให้สโมสรจะต้องใช้เวลามากขึ้นสำหรับการฟื้นตัวจากปัญหาทางการเงิน 

อย่างไรก็ตามช่วง 5 เกมแรกบนเวทีลีกาของ ชาบี ถือว่าไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก โดยเทรนเนอร์วัย 41 ปีมีคิวประเดิมสังเวียนกับ เอสปันญ่อล ที่ 'คัมป์ นู' หลังโปรแกรมทีมชาติในวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ต่อด้วยการดวลกับ บียาร์เรอัล (เยือน), เรอัล เบติส (เหย้า), โอซาซูน่า (เยือน) และ เอลเช่ (เหย้า) ก่อนพักเบรคช่วงเทศกาล 'นาบีดาด' และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่


ส่วนบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกที่ บาร์เซโลน่า หัวทิ่มพ่ายแพ้ตลอด 2 เกมแรกต่อ บาเยิร์น มิวนิค และ เบนฟิก้า ด้วยสกอร์ 0-3 เท่ากัน ทีมอาซูลกราน่าฟื้นตัวกลับมาด้วยการเอาชนะ ดินาโม เคียฟ 1-0 ทั้งสองเกมที่พบกับทีมดังยูเครน ปัจจุบัน บาร์ซ่า อยู่อันดับ 2 ของกลุ่ม อี โดยมีคิวลงเล่น 2 เกมสุดท้ายกับ เบนฟิก้า (เหย้า) และ บาเยิร์น มิวนิค (เยือน)

เกมชี้ชะตาของ บาร์เซโลน่า คือการดวลกับ เบนฟิก้า ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ หลัง ชาบี ประเดิมคุมทีมลงเล่นเกมดาร์บี้แมตช์เพียง 3 วัน ถ้าเทรนเนอร์วัย 41 ปีนำทีมอาซูลกราน่าสยบเหยี่ยวลิสบอนสำเร็จ พวกเขาจะคว้าตั๋วเข้ารอบน็อกเอาท์ทันที 

หากทำได้แค่เสมอ ชาบี และลูกทีมจะต้องลุ้นจนถึงเกมสุดท้ายกับ บาเยิร์น มิวนิค ขณะที่ เบนฟิก้า จะเปิดบ้านรับมือ ดินาโม เคียฟ ซึ่งสาวกบาร์เซโลนิสต้าสามารถมองโลกแง่ดีได้เช่นกันว่าทีมเสือใต้ที่ผ่านเข้ารอบฐานะแชมป์กลุ่มแล้วจะส่งสำรองลงสนาม ดังนั้น บาร์เซโลน่า ยังมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 16 ทีมมากกว่าทีมเหยี่ยวลิสบอน

'การผ่านเข้าสู่ 4 อันดับแรกและเข้ารอบ 16 ทีมของแชมเปี้ยนส์ลีกจำเป็นต่อการรักษาศักดิ์ศรีของเราไว้'

'ไม่เพียงแต่เราต้องติดท็อปโฟร์เท่านั้น เราต้องแข่งขันด้วย' ลาปอร์ต้า กล่าว

ชาบี เริ่มต้นงานใหม่ด้วยการคุมทีมลงซ้อมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีนักเตะทีมชุดใหญ่ร่วมซ้อมเพียง 5 คนคือ นอร์แบร์โต้ มูราร่า เนโต้, ออสการ์ มินเกซ่า, ซามูแอล อุมตีตี้, รีกี ปุช กับ ลุค เดอ ย็อง เนื่องจากนักเตะส่วนใหญ่เดินทางไปฝึกซ้อมกับทีมชาติและหลายคนบาดเจ็บ

การเริ่มต้นกับ ชาบี นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงกฎใหม่บางอย่างที่เทรนเนอร์วัย 41 ปีนำมาเป็นกฎเกณฑ์บังคับใช้กับลูกทีมเพื่อให้นักเตะมีวินัยมากขึ้น โดยเฉพาะการเริ่มซ้อมวันแรกที่ ชาบี กำหนดให้ลูกทีมมาเร็วกว่ากำหนดการซ้อมตอน 11.00 น. ถึง 2 ชั่วโมงเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับนักเตะ


'ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องวางกฎเกณฑ์และเรียกร้องกับตัวเองมากขึ้น'

'หลังจากนั้น เราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับคุณค่า, ความเคารพและทัศนคติ เพราะถ้าเราไม่มคุณค่า เราก็ไม่มีทีม จากนั้นเราสามารถดูรูปแบบการเล่น,วิธีที่เราเล่นเกมรุก และวิธีที่เราป้องกัน'

'ท้ายที่สุด แนวคิดก็เป็นเหมือนกับ (โยฮัน) ครัฟฟ์  กองหลังคนแรกของผมคือกองหน้า และผู้เล่นเกมโจมตีคนแรกของผมคือผู้รักษาประตู เราต้องทำงานอย่างมีแท็คติก, เพรสสูงและครองบอล'

'มันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีกฎเกณฑ์ ผมจะพยายามช่วยเหลือนักเตะทั้งส่วนตัวและฐานะอาชีพ ผมรู้ว่าการเล่นให้สโมสรนี้ต้องเสียภาษีอย่างไร'

นั่นคือแนวทางการทำทีมตามแบบฉบับของเทรนเนอร์คนใหม่ทัพอาซูลกราน่า


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com