โลกลูกหนังของทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ กลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้ง หลังถล่มเอาชนะ "ลอดช่อง" สิงคโปร์ ไปสบายเท้า 5-0 ในศึกลูกหนังซีเกมส์นัดที่ 2 พร้อมเรียกความมั่นใจและกลับมาสู่เส้นทางการลุ้นแชมป์สมัยที่ 17 ต่อไป

โดยก่อนเกม ไทย มีปัญหาเพียบ ไล่ตั้งแต่ โจนาธาร เข็มดี กองหลังติดโทษแบนจากนัดแรก รวมไปถึงแข้งหลายรายมีอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อย 

แต่เมื่อลงสนามลูกทีมของ “มาโน่ โพลกิ้ง” กลับทำผลงานมาสเตอร์พีซ พาทีมปลดล็อกคว้าชัยชนะนัดแรกในซีเกมส์

พร้อมการยิงได้ถึง 5 ประตู และไม่เสียประตูอีกด้วย รวมผล 2 นัด ไทย ก้าวไปเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม บี ชั่วคราว เพราะแข่งมากกว่า มาเลเซีย อยู่ 1 นัดนั่นเอง 


ฟอร์มแบบนี้เชื่อว่ากองแช่งเจ้าถิ่นมีหนาวๆ ร้อนๆ แน่ๆ เพราะปกติก็เกรงกลัวเราอยู่แล้ว

เอาจริงๆ แม้ว่า ไทย จะมีเวลาซ้อมด้วยกันน้อย แต่เกมแรกที่แพ้ มาเลเซีย จนถึงเกมล่าสุดที่เอาชนะ สิงคโปร์ เราเล่นได้ดีทีเดียว 

แต่เกมแรกสถานการณ์ไม่เป็นใจเท่านั้นเอง เนื่องจากต้องมาเหลือผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่ง จนทำให้การปรับกลยุทธ์ในสนามเกิดความอลหม่าน สุดท้ายต้องพบกับความปราชัย 

จากนี้ ไทย จะมีเวลาพักหลายวัน เพราะโปรแกรมที่จะลงฟาดแข้งกับ กัมพูชา จะโรมรันกันวันที่ 14 พฤษภาคม โน่นเลย


เชื่อว่า “มาโน่” เองคงใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ด้วยการปรับจูนแท็คติคให้ลงตัว เห็นได้ชัดว่าบางจังหวะการประสานงานของผู้เล่นยังกักๆ อยู่ 

นอกจากนี้การ “สร้างทีมสปิริต” ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนักเตะชุดนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างนักเตะลูกครึ่งที่เล่นอยู่ต่างประเทศ และนักเตะไทย หากอยู่รวมกัน มีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น น่าจะทำให้บรรยากาศในทีมดีขึ้นตามไปด้วย 

ที่สำคัญเกมหน้า “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมคนสวย เปิดเผยเองว่านอกจากทีมจะได้ โจนาธาร เข็มดี กองหลังพ้นโทษแบนกลับมา ข่าวดีคือ วิลเลียม ไวเดอร์เฌอ กองกลางฟอร์มแรงอีกคนจาก “การท่าเรือ เอฟซี” จะฟิตกลับมาเป็นตัวเลือกในแดนกลางอีกครั้ง 

เรียกได้ว่าหากในการฝึกซ้อมไม่มีนักเตะเจ็บเพิ่มเติม นับจากนี้เป็นต้นไปทีม ไทย จะแกร่งทั่วแผ่นอย่างแน่นอน

ต้องยอมรับว่าคุณภาพนักเตะไทย เราเหนือกว่าทีมอื่นๆ จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกองกลางอย่าง วีระเทพ ป้อมพันธ์ ที่ยิ่งเล่นยิ่งโชว์ศักยภาพและกลายเป็นตัวแบกทีมอย่างแท้จริง


ส่วน เบน เดวิส เองแสดงให้เห็นแล้วว่าหากสภาพร่างกายเขาเต็มถัง ศักยภาพของเขาไม่ธรรมดา สมราคาที่เคยเล่นให้ ฟูแล่ม หรือ อ็อกฟอร์ด ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน

ขณะที่ เอกนิษฐ์ ปัญหา และ กรวิทญ์ ทะสา ปลดล็อกยิงประตูได้แล้ว ยิ่งทำให้ความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง และจะทำให้แนวรุกน่าสะพรึงกว่าเดิม 

ด้าน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ที่โดนวิจารณ์หนัก แต่หากมองให้ลึกซึ้งต้องว่าจังหวะฟุตบอลของเขาดีมาก เพียงแค่จังหวะประสานงานกับน้องๆ ในทีมยังไม่คลิกกันแค่นั้นเอง 


อีกคนที่แม้จะไม่เด่น แต่มีประโยชน์กับทีมจริงๆ นั่นก็คือ ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช กองกลางตัวละครลับจาก เอสโตริล ที่คอยทำหน้าที่ปิดทองหลังพระ ไล่ตัดเกม สร้างบาลานซ์แดนกลางให้เล่นง่าย และช่วยลดงานของแนวรับ เพราะเขาคอยชะลอเกมรุกคู่ต่อสู้ไม่ให้ผ่านเข้าพื้นที่สุดท้ายได้ง่ายๆ 

หากนักเตะรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีต่อไปเรื่อยๆ โอกาสจะคว้าเหรียญทองมีสูง เพราะเมื่อไปดูทีมคู่แข่งทั้งสาย บี และสายเอ ไม่มีทีมไหนเล่นได้ว้าวสักทีม 


ยิ่ง “มาโน่” จูนเครื่องทีมให้ติดเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะทำได้ตามเป้าหมายก็ยิ่งมีสูงขึ้น

เพราะ “ช้างศึก” ติดเครื่อง แถมอยู่ในร่างทองแล้ว ยากที่ใครจะหยุด 

จงเดินหน้าลุยเข้าไป เพื่อคืนความสุขให้แฟนบอลไทยอีกครั้ง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com