แม้จะถูกมองว่ามีอนาคตที่สดใสรออยู่ แต่สถานการณ์ของ อาร์กโนด์ กาลีมูเอนโด้ ในรั้ว ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ยังคงไม่แน่ชัด

การมีอยู่ของ คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ กับ เนย์มาร์ ทำให้กองหน้าวัย 20 ปีต้องถูก ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ปล่อยตัวออกไปให้

ล็องส์ ยืมใช้งานตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ยิ่งตอนนี้มี ลีโอเนล เมสซี่ อยู่ด้วย โอกาสลงตัวจริงให้ เปแอสเช น้อยลงกว่าเดิม

ผลงานฤดูกาลล่าสุดกับการเล่นให้ทีมทางตอนเหนือฝรั่งเศสถือว่าออกมาดูดีกว่าซีซั่น 2020/21 เพราะสอยตาข่ายไป 12 ประตูจากการเล่นลีก เอิง 32 เกม แม้จะพลาดไปบอลยุโรป แต่ฟอร์มส่วนตัวยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อนื่อง

จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีสโมสรต่างแดนจับตามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้กับ 'กาลี' เพราะผลงานช่วงหลังออกมาดูดีแถมโอกาสกลับไปเล่นตัวจริงให้ เปแอสเช มีน้อยมาก

ยอดทีมจากแดนน้ำหอมอยากเก็บกองหน้าลูกหม้อที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่อายุ 11 ปีไว้เช่นกัน แต่ปัญหาคือจุดยืนของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกัน โดยเฉพาะ กาลีมูเอนโด้ แสดงความต้องการลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนว่าต้นสังกัดไม่อาจจะตอบสนองได้เช่นนั้น

เปแอสเช พิจารณาอย่างถี่ถ้วนในเรื่องนี้ ใจหนึ่งอยากเก็บตัวนักเตะไว้เพราะมีความสำคัญในเรื่องโควตานักเตะท้องถิ่นที่ต้องส่งให้ ยูเอฟ่า สำหรับลงเล่นรายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก 


กระนั้นตัวนักเตะวัย 20 ปีคงไม่พึงพอใจกับสถานะดังกล่าว เพราะมันไม่ได้การันตีเลยว่าตนเองจะได้ลงสนามเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา

พิจารณาง่ายๆ หากคุณเป็นกุนซือใหญ่ของ เปแอสเช ที่เต็มไปด้วยแข้งระดับโลก แถมกองหน้ามีมีทั้ง เอ็มบั๊ปเป้, เนย์มาร์ และ เมสซี่ คุณจะต้องการไปมองหาใครอื่นอีก 

คนอื่นๆ แทบไม่ต่างจากตัวประกอบที่รอเวลาลงสนามในช่วงจำเป็น อาทิ แกนหลักบาดเจ็บติดโทษแบน หรือมีธุระสำคัญโดยด่วน ทำให้โอกาสลงเล่นแทบมีไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป

มันจึงเป็นช่วงเวลาการตัดสินใจที่สำคัญอีกครั้งของ กาลีมูเอนโด้ ว่าจะเอาเช่นไรต่อไปกับอนาคตของตนเอง จะยอมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรองให้แข้งระดับโลก ลงฝึกซ้อม รับเงินค่าแรง และรอโอกาสของตนเองวนเวียนเช่นนั้น

หรือจะยอมแจ้งเรื่องย้ายทีมเพื่อโอกาสในการพัฒนา แม้ว่าเส้นทางที่รออยู่ยังไม่มีความชัดเจน แต่เขาสามารถเลือกได้ด้วยตนเองถึงการลิขิตชะตาต่อจากนี้

สัญญาปัจจุบันกับ เปแอสเช ยังคงลากยาวไปถึงกลางปี 2024 ซึ่งเป็นข้อผูกมัดที่มีอยู่ในตอนนี้ กระนั้นหากนักเตะแสดงความต้องการย้ายทีมสถานการณ์ต่างๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ยิ่ง ณ เวลาที่ทีมงานเบื้องบนสโมสรกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทำให้อนาคตของ กาลีมูเอนโด้ อยู่ในสุญญากาศเช่นกัน

อย่างที่เรียนไปว่ามีความสนใจมากมายเข้ามาหากองหน้าวัย 20 ปี สโมสรทั้งในลีก เอิง และนอกประเทศกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด


ด้วยผลงานที่ดีแม้ว่าจะไม่ได้สอยตาข่ายแบบระเบิดเถิดเทิง แต่การเล่นของ กาลีมูเอนโด้ นับว่ามีประโยชน์ในหลายๆ ส่วนทั้งการขยับมองหาพื้นที่ ความอันตรายในกรอบเขตโทษที่ยิงได้ทั้งสองเท้าและไม่ใช้จังหวะมากเกินไปในการจบสกอร์ 

นอกจากนั้นแข้งวัย 20 ปียังไม่เคอะเขินหรือปฏิเสธการช่วยทีมในลักษณะอื่นๆ ทั้งการลงไปล้วงบอลด้วยตนเอง ลงไปตั้งเกม หรือช่วยแนวรับ ซึ่งถือเป็นการเล่นตามแบบฉบับของฟุตบอลสมัยใหม่ที่ทุกคนต้องทำงานช่วยทีมในทุกส่วน

เรื่องนี้ได้รับคำชมอย่างมากจาก ฟร้องก์ เอส เทรนเนอร์ล็องส์ที่คุ้นเคยกับนักเตะเป็นอย่างดีเพราะมีโอกาสฝึกสอนตลอด 2 ปีที่ผ่านมาและได้เห็นพัฒนาการที่รุดหน้าไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจเกม แท็กติก การเล่น การจบสกอร์ การวิ่ง และอีกมากมายที่ดำเนินไปอย่างดีเยี่ยมพุ่งขึ้นไม่ต่างจากกราฟที่พร้อมทะลุเพดานได้ทุกเมื่อ

แต่ปัจจัยสำคัญยังคงหนีไม่พ้นการลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับแข้งสมัยใหม่ในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 

การนั่งข้างสนาม หรือลงฝึกซ้อมทุกๆ วันแต่ไม่มีโอกาสแทบเป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์หากว่านักเตะเหล่านั้นไม่ได้ลงเล่นแสดงผลงานและเรียนรู้ผ่านสงครามบนผืนหญ้า

ไม่ต่างไปจาก กาลีมูเอนโด้ ที่เข้าใจในเรื่องนี้ และเชื่อว่าตัวนักเตะมีความคิดในใจไว้แล้วจะเอาเช่นไรกับอนาคตของตนเองต่อจากนี้ เพราะช่วงอายุของเขามาถึงจุดสำคัญว่าจะยอมลดระดับไปอยู่ทีมที่ชื่อชั้นอาจจะด้อยกว่า เปแอสเช แต่มาพร้อมโอกาสลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้า หรือว่าจะคงสถานะนักเตะจากทีมแชมป์ลีก เอิง ต่อไปเพื่อความเท่แต่แทบไม่ได้ลงเล่น

ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด จะอยู่ต่อ จะย้ายทีม (ทั้งแบบถาวรหรือยืมตัวอีกปี) สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กาลีมูเอนโด้ ว่าจะเอาอย่างไรกับตัวเองในซีซั่นใหม่ที่กำลังจะมาถึง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com