อีกหนึ่งเรื่องราวที่ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นฮีโร่ของนักเตะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจำนวนมาก ทั้งอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นริโอ เฟอร์ดินานด์, เอฟร่า ผู้ซึ่งเป็นเพื่อน, นานี่ ผู้นับโด้เป็นลูกพี่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่มีไอดอลคือโรนัลโด้ตั้งแต่ยังเด็ก.. นี่คืออีกคนที่เทิดทูนCR7เอาไว้ยิ่งกว่าบนหิ้ง นี่คือเรื่องเล่าจาก อันเดรส เปเรย์ร่า และฮีโร่ของเขา คริสเตียโน่โรนัลโด้

ตอนที่ผมเริ่มดูแมนยูทางทีวีกับพ่อ มีนักเตะเก่งๆอยู่มากมายเลยในทีม

สำหรับผม มีอยู่คนนึงที่เก่งกว่าใครๆ นักเตะคนนี้อายุน้อยกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆของเขา และนักเตะคนนี้ก็มักจะโชว์ทักษะของตัวเองให้คนอื่นๆเห็นอยู่เสมอ

ถึงแม้จะโดนกองหลังเตะร่วงลงไป แต่เขาก็จะลุกขึ้นมาสู้กับชายคนดังกล่าวที่เพิ่งเตะเขาร่วงลงไปใหม่อีกครั้ง

นักเตะบางคนโดนเตะทีเดียวแล้วก็หายไปจากเกมเลย แต่ไม่ใช่กับผู้ชายคนนี้ เขากระหายมากขึ้นอีกเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่าเรื่องสปิริตที่ว่านั้น ผมชอบวิธีการเล่นของเขา โดยเฉพาะเรื่องลูกยิง วิธีการยิงของเขา การที่ชอบซัดจากระยะไกล สิ่งนั้นมันอยู่ในใจผมเสมอเพราะว่าผมอยากจะทำให้ได้แบบนั้นเหมือนกัน

เขาสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเขายิงประตูในแบบที่ผมอยากทำได้ และจริงๆตอนนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่อยากทำให้ได้อยู่เลย!

นั่นแหละทำไมคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถึงได้เป็นฮีโร่ฟุตบอลของผม

นั่นแหละที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาผมออกไปเล่นกับเพื่อน ผมจึงอยากเล่นเป็นโรนัลโด้อยู่ตลอด

แม้จะในยามฝึกซ้อมผมก็จะคิดแบบเดียวกันนี้ นั่นก็คือ ผมจะพยายามยิงไกลๆ พยายามใช้ทักษะแบบโรนัลโด้ ผมชอบการสับขาของเขามากๆ เพราะงั้นผมก็เลยฝึกมันด้วย

ผมพยายามก็อปปี้สไตล์ลูกยิงฟรีคิกของเขา วิธีการยิงบริเวณกลางจุกของลูกบอล แต่ว่าผมยิงด้วยข้างเท้าด้านในดีกว่า ผมพยายามยิงสไตล์เค้าแล้วแต่มันไม่ค่อยเวิร์ค ดังนั้นผมก็เลยบอกกับตัวเองว่า “ปล่อยให้พี่เค้าทำได้คนเดียวไปแล้วกัน ผมยิงสไตล์ผมเองดีกว่า”

ดังนั้นเมื่อผมมีโอกาสมาร่วมทีมกับยูไนเต็ด ผมก็อดคิดไม่ได้ที่จะนึกถึงคริสเตียโน่ และเหล่าสุดยอดนักเตะต่างๆที่เคยเล่นอยู่ที่นี่ คุณมักจะคิดถึงพวกตัวดังๆอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, รุด ฟาน นิสเตอรอย, คริสเตียโน่… และพวกเขาทั้งหลายเคยเล่นที่นี่มาแล้ว

ผมนั้นเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกในตอนนั้น และผมอยากจะเป็นเหมือนพวกเขา เพราะงั้นผมเลยบอกกับตัวเองว่า ถ้าผมย้ายมาสโมสรนี้ ผมหวังว่าตัวเองจะขึ้นมาเป็นนักเตะแบบพวกเขาให้ได้ แน่นอน มันเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายมาก

พอย้ายมาอยู่ยูไนเต็ด สตาฟฟ์ที่นี่มักจะบอกผมเสมอว่าคริสเตียโน่ทำงานหนักมากขนาดไหนตอนซ้อม แล้วก็ในยิม การทำงานอย่างโคตรหนักนั้นช่วยให้เขากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้

พวกเขายังบอกอีกว่าพวกนักเตะชื่อดังๆทั้งหลายก็มีเรื่องราวอย่างเดียวกันนี้เช่นกัน เบ็คส์มักจะอยู่ซ้อมฟรีคิกตลอดเวลา, ฟานนิสเตอรอยก็ซ้อมยิงประตู แต่ในไม่ช้านี้ผมจะได้เห็นตัวเองทำแบบนั้นด้วย ยามที่ผมอยู่ด้วยกันกับวาซซ่า เขาซ้อมหนักมาก ฟานเพอร์ซีย์ก็ด้วย ผมเห็นสิ่งเหล่านี้กับตาตัวเองในทุกๆวันของการฝึกซ้อม ดังนั้นมันจึงช่วยผมได้เยอะ

ตอนที่ผมได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ครั้งแรก ผมก็ช็อคหน่อยๆนะ บางทีกำลังซ้อมๆอยู่ จู่ๆข้างๆก็มีฟานเพอร์ซีย์มาซ้อมเซสชั่นยิงประตูให้ดูด้วย เพราะงั้นคุณจึงได้เรียนรู้จากเขาทุกๆวัน เขายิงได้อย่างสมบูรณ์แบบมากๆ จริงๆนะ ถ้าคุณยืนอยู่ตรงนั้นได้สักห้านาที ยืนดูเขาจากนั้นก็ลองยิงเอง คุณจะยิงได้ดีขึ้นเลย เพราะได้ดูวิธีการยิงของเขา วิธีการคอนโทรลบอล ความเยือกเย็นหน้าปากประตู คุณก็จะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไปในตัว


จากนั้นพอถึงตาคุณ แน่นอนมันเลยสร้างความกดดันให้คุณด้วย เห็นโรบินยิงได้ห้าลูกติด ผมนี่แบบว่า “โอ่ววววววว” ผมคิดแค่ว่าผมเอาแค่ลูกแรกให้ได้ก่อนละกัน

นั่นคือแรงกดดัน แต่คุณต้องรับมือกับมันให้ได้

นอกจากนี้รู้ไหมว่าอะไรอีกที่ทำให้รู้สึกกดดันแบบนี้ .. ใช่แล้ว “การได้เจอหน้าฮีโร่” ของเราไง

ครั้งแรกที่ได้เจอฮีโร่ของผมนั้น คือปี2014 ที่ฮิลตันในแมนเชสเตอร์ มันเป็นเกมกระชับมิตรระหว่างโปรตุเกสกับอาร์เจนติน่าที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และทีมชาติโปรตุเกสก็พักที่โรงแรมนั้น ผมไปกับอันแดร์สัน กับนานี่ ที่กำลังจะไปที่นั่นเพื่อทักทายและเจอกับคริสเตียโน่อยู่แล้ว

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาสองคนสนิทกันกับพี่โด้เป็นอย่างดีจากตอนที่เล่นอยู่ด้วยกันที่แมนยู

แน่นอน คุณต้องพยายามที่จะทำตัวให้ดูเจ๋งหน่อย ต้องตีลูกนิ่งเวลาที่ได้เจอหน้าเขาจริงๆ แต่ผมเครียดมากๆ และผมไม่อยากเครียดแบบนั้นเพราะเขาเป็นคนที่น่ารักมาก และเท่มากๆ เป็นคนที่ติดดินสุดๆแล้วก็โคตรถ่อมตัว ซึ่งเอาจริงๆเลยนะ ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นแบบนั้น

นานี่ กับ อันแดร์สัน บอกเขาว่าผมเป็นนักฟุตบอล แล้วเขาก็มาพูดกับผมต่อหน้าเลยว่า “นายอยู่ถูกสโมสรแล้ว ตั้งใจในสิ่งที่ทำต่อไป ทำงานให้หนัก ฉันรู้จักผู้คนที่ยูไนเต็ด แล้วพวกเขาจะช่วยคุณให้เติบโตเป็นนักบอลที่เก่งขึ้นแน่นอน”

พอคุณเจอคริสเตียโน่ โรนัลโด้ พูดแบบนั้นกับคุณ มันมีความหมายกับคุณมากๆ ในหัวผมนี่แบบว่า ว้าว ผมนี่เพิ่งได้คุยกับหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลเหรอเนี่ย เขายืนอยู่ข้างๆผมเลยตรงนี้ เขาพูดกับผมด้วย อย่างที่คุณได้ฟังไปแล้วว่าพูดอะไรบ้าง

พอผมกลับบ้านผมโทรหาเพื่อนสนิทแล้วบอกว่า “มึงต้องไม่เชื่อแน่ๆว่ากูเพิ่งเจอใครมา”

เพื่อนผมก็ไม่เชื่อ มันบอก โอ๊ยยย ไปไกลๆเลย ดังนั้นผมก็เลยส่งรูปไปให้เขาดู แล้วเขาก็แทบไม่เชื่อสายตา เพราะนั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้เจอกับโรนัลโด้ มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอตัวกับเขาแบบจริงๆจังๆ แต่เคยเดินผ่านๆกันมาเมื่อปีก่อนหน้านี้

คุณจำได้ไหม เกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เรอัลมาดริดเจอยูไนเต็ดในแชมเปี้ยนส์ลีก ย้อนกลับไปในปี 2013

ผมเป็นเด็กเก็บบอล

เซอร์อเล็กซ์ต้องการให้นัักเตะทีม U-18s มาเป็น ballboys เพราะเราต้องการที่จะชนะ และเราต้องการบอลกลับเข้าสนามมาให้เร็วที่สุด เพราะงั้นผมเลยได้อยู่ตรงนั้น เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าใกล้เขาที่สุดที่สนามในโอลด์แทรฟฟอร์ด ผมได้ดูเขาวอร์มอัพอย่างมีความสุขมากๆ

พอโรนัลโด้เดินมาใกล้ๆ ผมคิดในใจว่า เอาดิๆๆ

ผมเลยขอถุงมือของเขา พูดเป็นภาษาโปรตุกีส ผมไม่คิดว่าเขาจะได้ยินด้วยซ้ำ แต่เขาหันมา แล้วถอดถุงมือโยนออกมาให้เลย ปัญหาคือถุงมือมันโยนมาไม่ถึง ผมก็เลยต้องวิ่งลงไปบนสนามเพื่อเอามันมา เพื่อนเอ๊ย ผมโดนด่าเปิงไล่ให้ออกไปจากสนาม ดังนั้นประสบการณ์ครั้งแรกในสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ผมก็เจอปัญหาแล้ว!

พอกลับออกมาจากสนามแล้ว แฟนบอลในสนามก็เหมือนจะพูดว่า “น้องๆ พี่จ่ายให้พันปอนด์ ขอซื้อต่อหน่อย”

ฮาฮาาาาาาาา ไม่

ไม่ขายโว้ยยยยยยย

นับตั้งแต่คืนนั้นก็ไม่มีใครได้แตะถุงมืออันนั้นอีกเลย มันอยู่ที่บ้านผม ผมไม่เคยหยิบมาใส่ หรือทำอะไรกับมันเลย ผมเก็บรักษามันเอาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิมของคืนนั้น

ผมยังมีได้อะไรอย่างอื่นด้วยนะ ตอนที่ผมยืมตัวไปอยู่Granada เมื่อสามซีซั่นก่อน ผมได้เจอกับเรอัล มาดริด ที่เบอร์นาเบว ตอนนั้นมันแตกต่างกัน เมื่อผมได้เคยเจอเขามาก่อน มันเหมือนกับแฟนๆที่ได้มาเจอกับไอดอลของตัวเอง ตอนนี้ผมต้องลงเผชิญหน้ากับเขา และเราต้องชนะให้ได้ ความคิดที่ซ่อนในหัวของผมคือ ผมหวังว่าวันนี้เขาจะโชว์อะไรที่เจ๋งเป็นพิเศษให้ผมดูนะ ผมแค่อยากเห็นเท่านั้นเอง แต่ผมต้องการผลการแข่งขันมากกว่า ดังนั้นมันจึงสำคัญกว่าว่าเราจะต้องได้แต้มจากเกมนี้

แม้กระทั่งก่อนคิกออฟก็มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น มีพิธีประกาศการได้บัลลงดอร์ครั้งที่4ของเขา แล้วเขายืนอยู่ข้างๆซีดาน ฟิโก้ โรนัลโด้ พวกเขาทั้งหมดยืนเรียงหน้ากัน แล้วผมก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ผมนี่อ้าปากค้างเลยครับ มันน่าทึ่งมาก ซีดานคือสุดยอดผู้จัดการทีม, ผมจะได้ลงเผชิญหน้ากับฮีโร่ของผม

แรงกดดันมาเลยครับทีนี้

ผมคิดในใจ เอาหน่อยเว้ย มึงต้องเล่นให้ดีนะเว้ยวันนี้ ถ้าวันนี้เล่นไม่ดี คิดเอาว่าคนเหล่านี้เค้าจะมองเห็นมึงเป็นไงบ้าง

โชคดีที่มันเป็นวันที่ผมเล่นดีที่สุดวันเกมหนึ่งเลย น่าเสียดายที่โรนัลโด้ทำประตูได้ และเรอัลยอดเยี่ยมมาก ผมไม่ได้ตระหนักถึงมาก่อนเลยว่า การปรากฏตัวของโรนัลโด้ในสนามนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน การได้เห็นเขาเล่นตัวเป็นๆ ทำสิ่งต่างๆ แล้วก็สปีดความเร็วนั่น

ว้าว มันดีมากเลยที่ได้ลงสนามเจอกับเขาด้วยความเคารพที่มีในใจ

ผมพยายามจะขอเสื้อเขานะแต่มันยากมาก ทุกๆคนก็อยากได้มัน ดังนั้นผมจึงขอเสื้อไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่ปีต่อมาผมได้กลับมาอีกครั้งกับบาเลนเซีย และผมจะเอามันอีกครั้ง ผมต้องรออยู่เป็นปีๆเพื่อให้ถึงโอกาสนี้ และมันคุ้มค่าที่รอ

เสื้อที่ว่านั่นอยู่ที่บ้านผมแล้ว เข้ากรอบเรียบร้อย ทุกคนมาเยี่ยมชมได้ แต่ห้ามแตะต้องเด็ดขาด

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม คือคำแนะนำที่เขามอบให้กับผมไว้ นั่นคือสิ่งที่ผมหวงแหนมากที่สุด มันคือสิ่งที่ผมทำมาตลอดนับตั้งแต่เขาบอกกับผมเช่นนั้นเมื่อห้าปีที่แล้ว

ผมก้มหน้าก้มตาทำงานหนักทุกๆวันเพื่อให้สมกับคำพูดของเขา

-Andreas Pereira

ทั้งหมดด้านบนนี้คือข้อความและคำพูดของอันเดรส เปเรย์ร่าทั้งหมดที่เขาเล่าให้ฟังกับคอลัมน์ของทางสโมสรเหมือนสองปีที่แล้ว ซึ่งน่าเสียดายที่อันเดรส เปเรย์ร่า ย้ายยืมตัวออกไปจากทีมเสียก่อนที่จะได้รู้ว่า CR7 จะกลับมาสู่สโมสรอีกครั้ง

โดยเปเรย์ร่านั้นออกไปยืมตัวกับฟลาเมงโก้เป็นเวลาหนึ่งปี โดยไม่มีค่ายืมตัว แต่ทางฟลาเมงโก้จะช่วยแบ่งเบาค่าเหนื่อยบางส่วนของทางแมนยูไนเต็ด และมี option to buy ที่สามารถซื้อตัวได้ในราคา 20ล้านยูโรในปีหน้า และยูไนเต็ดจะได้ส่วนแบ่ง20%จากการขายครั้งต่อไป

ไม่รู้ว่าเปเรย์ร่าคิดอย่างไรต่อเรื่องนี้ แต่ทันทีที่เขากลับมาจากการยืมตัว เขาจะมีโอกาสได้อยู่สโมสรเดียวกับฮีโร่คนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาทันทีในซัมเมอร์ปีหน้า

ในฐานะผู้เขียน ผมเชื่อว่าเขาจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองได้มีโอกาสอยู่ร่วมสโมสรกับฮีโร่ของเขาเป็นแน่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แม้ว่ามันอาจจะไม่เกิดขึ้น และอาจจะต้องถูกขายหลังจบฤดูกาลนี้ แต่เปเรย์ร่าคงจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้มีโอกาสได้เจอกับฮีโร่ของเขาอีกสักครั้งอย่างแน่นอน

เปเรย์ร่า เขียนเรื่องราวนี้เอาไว้ในวันที่ “11 กันยายน 2019” ในคอลัมน์ UTD Unscripted ของทางสโมสร และหลายๆคนคงเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้แล้ว แต่ครั้งนี้คือการหยิบเรื่องราวดังกล่าวนำมาแปลเรียบเรียงใหม่อีกครั้ง ในวันที่สิ่งต่างๆเปลี่ยนไป

จากวันนั้นที่เปเรย์ร่าเขียน ต่อมาอีกสองปีในวันเดียวกันเป๊ะๆ.. “11 กันยายน 2021” กำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่จะได้ต้อนรับตำนานตัวจริงกลับสู่โอลด์แทรฟฟอร์ดอีกครั้งในวันนั้น

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเดินลงสนามอย่างยิ่งใหญ่ สู่อ้อมกอดของครอบครัวที่แท้จริงอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอีกครั้งในวันนั้น

วันที่ทุกคนรอคอย..

Reference

https://www.manutd.com/en/news/detail/andreas-pereira-utd-unscripted-on-cristiano-ronaldo


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com