สำหรับวงการลูกหนัง

เรื่องของชุดแข่ง ถือว่ามียุคสมัยของมันเอง แน่นอนว่า ในช่วงยุค’90 สโมสร และทีมชาติส่วนมาก มักจะมาพร้อมกับชุดแข่งที่เป็นเสื้อ และกางเกงตัวใหญ่ๆ ไม่ค่อยมีความแนบเนื้อมากนัก 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ยุคมิลเลนเนี่ยม หรือว่าปี 2000 เป็นต้นมา ชุดฟุตบอลก็เข้าสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง แต่ละแบรนด์ดังเน้นการทำเสื้อแข่งแบบรัดรูปมากขึ้น พร้อมกับใส่เทคโนโลยี ด้านความสะดวกสบายยามสวมใส่ลงไป 

หนึ่งทีมที่เป็นเหมือนผู้เริ่มต้นใช้ชุดแข่งที่แทรกเทคโนโลยี ในช่วงมิลเลนเนี่ยม คือทีมชาติอิตาลี ที่มาพร้อมกับเสื้อรัดรูป และกางเกงที่มีความกระชับมากขึ้น โดยมียูโร 2000 เป็นเหมือนกับเวทีเปิดตัว 

ช่วงนี้ เราลองย้อนวันวานกันหน่อยว่า ชุดแข่งทีมชาติอิตาลี ที่ทำการออกแบบมา จนสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เวลานั้น มีที่มาที่ไป และมีความหมายอย่างไร ?  และทำไม มันจึงถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้ 

ย้อนเวลากลับไป ทีมชาติอิตาลี เดินทางเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ด้วยการเซ็นสัญญาจับมือกับแบรนด์กีฬาชื่อดังประจำชาติอย่างแคปป้า” (Kappa) ก่อนที่พลพรรคอัซซูรี่จะมุ่งหน้าสู่การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2000 รอบสุดท้าย

ซึ่งทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ชุดแข่งภายใต้แนวคิดแคปป้า คอมแบต 2000″ ของทีมชาติอิตาลี ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก นอกจากมาในรูปแบบชุดรัดรูปแล้ว พวกเขายังมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ 

โดยถือว่าเป็นเนื้อผ้าพิเศษ ที่เป็นการผสมผสาน ระหว่างโพลีเอสเตอร์กับสแปนเด็กซ์นี่คือความตื่นตาตื่นใจ สำหรับวงการแฟชั่นชุดแข่งในเวลานั้นเลยทีเดียว 

เอ็มมานูเอเล่ ออสตินี่ ดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการออกแบบแคปป้า คอมแบตออกมาบอกว่า ชุดแข่งทีมชาติอิตาลี ในยูโร 2000 ถือว่าโดดเด่นที่สุด เท่าที่เขาเคยออกแบบมาให้กับแบรนด์เลย 

ซูเปอร์สตาร์อิตาเลี่ยน หลายคน สวมเครื่องแบบนี้ลงไปในสนามอย่างสง่างาม ไม่ว่าจะเป็นแข้งอย่าง เปาโล มัลดินี่, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, อเลสซานโดร เนสต้า, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่, ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ และฟิลิปโป้ อินซากี้ ฯลฯ

ซึ่งแคปป้า เปิดเผยว่า การสร้างสรรค์ชุดรัดรูป ที่แนบไปกับสรีระนั้น ส่งผลให้นักเตะทีมชาติอิตาลี รู้สึกเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระ พร้อมกับส่งผลด้านจิตวิทยา ในการปลุกความเป็นนักกีฬาออกมา 

นอกจากนี้ การไล่ดึงเสื้อจากฝ่ายตรงข้าม จะทวีความยากเย็นมากยิ่งขึ้น นี่คือแง่ของคุณสมบัติ และความรู้สึกยามสวมใส่ ถือว่าตอบโจทย์มากพอสมควร และตกเป็นที่ต้องการของแฟนบอลสมัยนั้น ที่อยากได้มาครอบครอง

ขณะที่การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก แคปป้า เน้นในส่วนของบริเวณคอที่สูงขึ้นมา พร้อมกับสัญลักษณ์ของแบรนด์ ที่ถูกโยกไปไว้แถวแขนเสื้อ และธงชาติอิตาลี บนหน้าอกด้านซ้าย ที่โดดเด่นเป็นสง่าขึ้นมาด้วย

แม้ว่าครั้งนั้น แคปป้า จะทำโทนสีฟ้าของเสื้อทีมชาติอิตาลี ให้ลดระดับความเข้มลงมาเล็กน้อย กระนั้น พวกเขาแต่งแต้มด้วยตัวเลข และตัวอักษรสีขาวที่สว่างสดใส เป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาเป็นอย่างดี

ขยับมาที่ส่วนของกางเกง และถุงเท้า พวกเขาก็ใส่ความปราณีตเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกางเกงที่ค่อนข้างสั้นกว่าเดิม ทำให้เครื่องแบบแคปป้า คอมแบต 2000 ยังคงความคลาสสิกไม่เสื่อมคลาย

ผลสุดท้าย ชุดแข่งรัดรูปของทีมชาติอิตาลี สามารถพาพวกเขาลุยเข้าไปถึงยูโร 2000 นัดชิงชนะเลิศ แม้สุดท้ายแล้ว พวกเขาจะต้องพ่ายต่อฝรั่งเศส 1-2 ชวดแชมป์อย่างน่าเสียดาย 

แต่นั่นเป็นเหมือนการปักหมุดเล็กๆ สำหรับการทำชุดแข่งรัดรูป ที่แทรกมาด้วยเทคโนโลยี จนได้รับความนิยมมาถึงตอนนี้ ที่วงการฟุตบอล เน้นชุดแบบรัดรูปกันหมดแล้ว 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com