ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินาของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยืนยันว่าเขาและครอบครัวจะกลับมาใช้ชีวิตที่นครบาร์เซโลน่าในวันหนึ่งข้างหน้า

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมากลายเป็นวันที่ยากจะลืมเลือนของสาวกบาร์เซโลน่า เนื่องจากเป็นวันที่ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรแถลงข่าวอำลาทีมอาซูลกราน่าพร้อมคราบน้ำตา 

มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิด หลายคนคาดไม่ถึงว่ากองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จะต้องกล่าวคำอำลาสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ ทั้งที่เคยตั้งเป้าว่าจะเล่นกับทีมอาซูลกราน่าไปตลอดอาชีพค้าแข้ง แต่ด้วยผลกระทบทางการเงินขั้นรุนแรงทำให้ บาร์เซโลน่า ไม่สามารถเก็บรักษานักเตะดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรจำต้องยอมปล่อยนักเตะย้ายไปเซ็นสัญญากับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แบบไม่มีค่าตัว


'นี่เป็นเรื่องยากสำหรับผมจริงๆ หลังจากช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผมอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต ผมยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้' 

'เราอยู่ที่บ้าน เราคิดว่าเราจะอยู่ที่ บาร์เซโลน่า ต่อไป มันคือสิ่งที่เราต้องการ วันนี้ผมต้องกล่าวคำอำลาแล้ว'

'ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมคิดอะไรมากมายกับเรื่องที่จะพูด และความจริงคือผมคิดอะไรไม่ออกเลย มันยากจริงๆ สำหรับผมหลังจากอยู่ที่นี่มานานหลายปี'

'ผมอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิตแล้ว ผมไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้จริงๆ ปีที่แล้วเต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระ ผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมต้องการพูด แต่ปีนี้มันไม่เหมือนกัน' 

'ปีนี้ครอบครัวของผมและผมมั่นใจว่าเราจะอยู่ที่นี่ต่อไป นั่นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการมากกว่าสิ่งอื่นใด เราอยู่บ้าน และเราคิดว่าเราจะอยู่ที่นี่ใน บาร์เซโลน่า แต่วันนี้ ผมต้องกล่าวอำลาเรื่องทั้งหมด'

'ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่อายุ 13 หลังจาก 21 ปี ผมกับภรรยาและลูกๆ ชาวกาตาลัน-อาร์เจนไตน์ทั้งสามคนกำลังจะจากไป และผมไม่สามารถบอกคุณได้ทุกอย่าง'


'ผมบอกคุณได้ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผมอยากกลับมา เพราะนี่คือบ้านของผม ผมอยากขอบคุณเพื่อนร่วมทีม อดีตเพื่อนร่วมทีม ทุกคนที่เคยอยู่เคียงข้างผม และยังมีอีกหลายต่อหลายคน' 

'สำหรับสโมสรนี้ ผมให้ความเคารพเป็นอย่างสูง มีเรื่องราวงดงามมากมายเกิดขึ้น และมีเรื่องแย่ๆ อยู่บ้าง แต่ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผมเติบโตและปรับปรุงตัวเอง ทำให้ผมกลายเป็นผมอย่างที่เป็นในทุกวันนี้' 

'ผมทุ่มเททุกอย่างเพื่อเสื้อตัวนี้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ความจริงคือผมกำลังจะจากไป ผมอยากจากไปในแบบอื่นมากกว่า ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็นแบบนี้ ผมไม่คิดว่าผมจะต้องเอ่ยคำอำลา'

'ผมจินตนาการถึงทีมที่อยู่ในสนาม เสียงเชียร์ครั้งสุดท้าย เราเล่นโดยไม่มีแฟนบอล และมันเป็นเรื่องยากที่จะไม่ได้ยินเสียงพวกเขาอีก ตอนนี้ผมต้องจากไปโดยไม่ได้พบแฟนๆ มากว่าหนึ่งปีครึ่ง' 

'ผมหวังว่าจะได้กลับมาที่นี่ และเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรนี้อีกครั้งทางใดทางหนึ่ง ช่วยให้สโมสรกลายเป็นสโมสรดีที่สุดในโลก' 


นั่นคือสิ่งที่ เมสซี่ เคยกล่าวไว้ในวันแถลงข่าวอำลาสโมสรเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังอยู่กับ บาร์เซโลน่า มานาน 21 ปี นับตั้งแต่ย้ายมาจาก อาร์เจนตินา ตอนอายุ 13 ปี 

เมสซี่ ก้าวขึ้นทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2004 ก่อนกลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของสโมสรคว้าแชมป์รวมกัน 35 รายการ ทั้ง ลา ลีกา (10 สมัย), โกปา เดล เรย์ (7 สมัย), แชมเปี้ยนส์ลีก (4 สมัย), ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (3 สมัย), ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ (3 สมัย) และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ (8 สมัย) 

กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ลงเล่นรวมกัน 778 เกม กระทุ้ง 672 ประตู และยิง 474 ประตูจากการลงเล่นลีกเมืองกระทิง 520 เกม ซึ่งเป็นการทำประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา และสโมสร บาร์เซโลน่า


ผ่านมาราว 4 เดือนนับตั้งแต่แถลงข่าวอำลาสโมสรเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เมสซี่ มีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับทัพอาซูลกราน่า, นครบาร์เซโลน่า และประธานสโมสร บางส่วนที่เขาพูดถึงยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมว่าต้องการหวนคืนสโมสรอีกครั้งในอนาคตไม่ว่าจะอันใกล้หรือไกลก็ตาม จากการให้สัมภาษณ์ 'เดียรีโอ สปอร์ต' สื่อแคว้นกาตาลุนย่า

เมสซี่ ย้ำอีกครั้งว่าเขาต้องการช่วยสโมสรไม่ว่าจะในฐานะใดก็ตามในอนาคตหากมีโอกาสโดยเฉพาะการทำงานในตำแหน่งเลขาธิการฝ่ายเทคนิคทำหน้าที่ดูแลทีมอาซูลกราน่าในอนาคตหากมันเป็นไปได้ 

'การหวนคืนบาร์เซโลน่า? ใช่, ผมพูดเสมอว่าผมอยากจะช่วยสโมสร ผมชอบที่จะเป็นเลขาธิการฝ่ายเทคนิคในบางครั้ง ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นที่ บาร์เซโลน่า หรือไม่ ผมอยากมีส่วนร่วมอีกครั้ง'


เมสซี่ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันของ บาร์เซโลน่า ที่กำลังเผชิญปัญหาทั้งด้านกีฬาและการเงิน โดยเฉพาะผลงานในสนามที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักทั้งบนเวทีลีกาและแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์คาดหวังว่าสโมสรเก่าจะกลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นอีกครั้งเมื่อได้นักเตะกำลังสำคัญบางคนหวนคืนสู่ทีม 

'บาร์ซ่า จะเป็นทีมที่ดีกว่ามากด้วยการกลับมาของ (เซร์คิโอ) อเกวโร่ และ (อุสมาน) เดมเบเล่' เมสซี่ กล่าว ก่อนทีมอาซูลกราน่าจะพบข่าวร้ายหลัง กุน มีปัญหาเรื่องหัวใจเต้นผิดปกติจนต้องพักฟื้นฟูร่างกายอีก 3 เดือนเป็นอย่างน้อย 

จากความจริงที่ว่า เมสซี่ ใช้เวลาเกือบตลอดอาชีพค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า นั่นทำให้เขาคิดถึงทีมเก่าทุกครั้งที่ได้ดูเกมที่ทีมอาซูลกราน่าลงสนาม กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ยืนยันในเรื่องนี้ว่า 'เมื่อผมดูเกมของ บาร์ซ่า ผมรู้สึกได้ถึงสิ่งต่างๆ ผมจดจำสิ่งต่างๆที่ คัมป์ นู กับแฟนบอลได้ มันเหมือนการหวนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว'


นักเตะเจ้าของรางวัล 'บัลลง ดอร์' 6 สมัย ทำสัญญาเบื้องต้น 2 ปีกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อถูกถามถึงอนาคตของเขาตอนสิ้นสุดข้อตกลงดังกล่าว เมสซี่ ตอบว่า 'ผมไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสัญญาของผมที่ เปแอสเช สิ้นสุดลง สิ่งเดียวที่ผมรู้แน่นอนคือผมจะกลับไปใช้ชีวิตที่ บาร์เซโลน่า ในที่สุด นั่นคือสิ่งที่ภรรยาผมและผมต่างต้องการมัน'

อย่างไรก็ตาม เมสซี่ ยอมรับว่าเขารู้สึก 'เจ็บ' จากการแสดงความคิดเห็นของ โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรบาร์เซโลน่าคนปัจจุบันเกี่ยวกับการอำลาทีมอาซูลกราน่าแบบไม่มีค่าตัว พร้อมยืนยันว่าไม่ใครในสโมสรร้องขอให้เขาเล่นให้ฟรีๆ 

ลาปอร์ต้า ประธานบาร์ซ่าเคยบอกกล่าวผ่านสื่อว่าเขาต้องการให้ เมสซี่ อยู่กับสโมสรและเล่นให้ทีมอาซูลกราน่าโดยไม่รับค่าจ้าง แต่สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ตามกฎหมายของประเทศสเปน ไม่ว่ากองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จะต้องการหรือไม่ก็ตาม 


'ผมหวังว่า เมสซี่ จะกลับใจและเขาจะพูดว่าเขาจะเล่นให้ฟรี ผมจะชอบสิ่งนั้นและผมจะทำทุกอย่างเพื่อมัน มันเป็นความเข้าใจของผมที่ ลา ลีกา จะยอมรับมัน แต่เราไม่สามารถขอให้นักเตะอย่าง เมสซี่ ทำแบบนั้นได้' ลาปอร์ต้า เคยกล่าวไว้ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

เมสซี่ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า 'ความจริงคือตามที่ผมอธิบายไว้ตอนผมย้ายออกไป ผมทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่ออยู่ต่อไป ไม่มีใครจากสโมสรขอให้ผมเล่นโดยไม่รับค่าจ้าง'

'ผมถูกขอให้ลดเงินเดือนของผมลง 50 เปอร์เซ็นต์ และผมทำได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ เราอยู่ในฐานะที่จะช่วยสโมสรได้มากขึ้น ความปรารถนาของผมและครอบครัวคือการอยู่ในบาร์เซโลน่า'

'ไม่มีใครร้องขอให้ผมเล่นฟรีๆ แต่ในขณะเดียวกัน สำหรับผม ดูเหมือนคำพูดของ ลาปอร์ต้า จะไม่เหมาะสม พวกเขาทำร้ายผม เพราะผมคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้น มันเหมือนเอาลูกบอลออกจากตัวคุณและไม่รับผลที่ตามมาหรือดูแลสิ่งต่างๆ' 

'เรื่องนี้ทำให้ผู้คนคิดหรือเกิดความสงสัยที่ผมคิดว่าผมไม่สมควรได้รับ' เมสซี่ กล่าว 


กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยังกล่าวถึงโอกาสในการคว้ารางวัล 'บัลลง ดอร์' สมัยที่ 7 ของตนเอง หลังเคยฟาดรางวัลนี้มาแล้ว 6 ครั้งในปี 2009, 2010, 2011, 2012, 2015 กับ 2019 ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ามันคงเป็นเรื่องบ้ามากหากเขาสามารถคว้ารางวัลดังกล่าวที่จะประกาศผู้ชนะในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ 

เมสซี่ เป็นตัวเต็งที่จะคว้ารางวัล 'บัลลง ดอร์' ปีนี้ ฐานะดาวซัลโวลีกเมืองกระทิง, แชมป์ โกปา เดล เรย์ และนำทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ โกปา อเมริกา 2021 โดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นคู่แข่งคนสำคัญ

เมื่อถูกถามถึงการคว้ารางวัล 'บัลลง ดอร์' สมัยที่ 7 เมสซี่ ตอบว่าเขาบรรลุในสิ่งที่ต้องการแล้วนั่นคือการคว้าแชมป์ร่วมกับทีมชาติอาร์เจนตินาและหากไม่อาจคว้ารางวัลดังกล่าวอีกครั้งก็ไม่รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด


'ถ้าผมพูดตามตรง ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับมัน' เมสซี่ เผย 'รางวัลดีที่สุดของผมคือสิ่งที่ผมประสบความสำเร็จกับทีมชาติ'

'หลังการต่อสู้และดิ้นรนอย่างมากเพื่อความสำเร็จนี้ มันทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงสุด'

'ถ้า บัลลง ดอร์ มาถึง มันคงเป็นเรื่องพิเศษที่มีความหมายมากกว่าการคว้ารางวัลอีกครั้งหนึ่ง'

'ครั้งที่ 7 คงจะบ้ามาก ถ้าไม่ก็ไม่มีปัญหา ผมบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่สุดอย่างหนึ่งของผมแล้ว ผมมีความสุขมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นและตอนนี้อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด' เมสซี่ กล่าว

ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานข่าวว่า เมสซี่ อาจตัดสินใจอำลาทีมชาติอาร์เจนตินาหลังเสร็จสิ้นภารกิจในศึกฟุตบอลโลกปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ แต่กองหน้าวัย 34 ปียืนยันว่าเขายังไม่มีความคิดเรื่องนั้นในใจ 

'ไม่, ไม่จริง, ไม่จริงเลย หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ผมใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน, ปีต่อปี' เมสซี่ เผย 'ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในฟุตบอลโลกหรือหลังฟุตบอลโลก ผมไม่คิดถึงมัน ส่วนอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด' 


ท้ายสุด เมสซี่ เปิดเผยว่าเขายังคงคิดถึงสโมสรและเมืองบาร์เซโลน่า ถึงแม้บางอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เขายังคงมีความสุขมากไม่ต่างจากเดิม 'บอกตามตรง ผมคิดถึงทุกอย่างเกี่ยวกับ บาร์เซโลน่า ผมอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน ทำกิจวัตรแบบเดิม ห้องแต่งตัวเดียวที่ผมรู้จักด้วยหัวใจ ศูนย์ฝึกซ้อม ฯลฯ'

'วิถีชีวิตของผมโดยทั่วไป การเดินทางมาที่นี่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเรามีความสุขมาก' เมสซี่ กล่าว

นั่นคือความปรารถนาของ เมสซี่ ที่ยังคาดหวังว่าเขาจะทำประโยชน์ให้สโมสรอันเป็นที่รักของเขาไม่ทางใดทางหนึ่งตอนที่ครอบครัวของกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์กลับมาลงหลักปักฐานที่นครบาร์เซโลน่าตามความต้องการของพวกเขาในอนาคต 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com