ป้ายราคา 100 ล้านปอนด์ ที่ปักอยู่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ แจ๊ค กรีลิช ยังไม่สามารถงัดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาในชุดสีฟ้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

การเป็นนักเตะค่าตัวมหาศาล หลายคนทราบดีอยู่แล้วว่าเต็มไปด้วยความกดดัน และความคาดหวังมากแค่ไหน เรื่องนั้นยิ่งเพิ่มสูงขึ้น สำหรับนักเตะอังกฤษที่เป็นเจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุด

การเริ่มต้นของ กรีลิช กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำท่าว่าจะไปได้สวย ไม่มีอะไรให้ตำหนิ แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่น่าประทับใจ นั่นทำให้ความคาดหวังในตัวอดีตจอมทัพ แอสตัน วิลล่า ยังอยู่ในแดนลบ
2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์จาก 13 เกมในพรีเมียร์ลีก เป็นผลงานการมีส่วนร่วมกับประตูที่น้อยนิดเกินไปหน่อย เมื่อเทียบกับคู่แข่งในบทบาทเดียวกันอย่าง ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเด้น, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง
มิดฟิลด์วัย 26 ปี รับรู้ถึงผลงานของตัวเองดี และยอมรับแบบไม่อายว่าตอนนี้ตนเองยังคงต้องขอเวลาปรับตัว และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้เข้ากับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
“ผมเล่นได้ไม่เลวจนถึงตอนนี้ ผมยังมีอะไรอีกมากที่จะแสดงให้เห็น มันยากกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก ผมยังคงต้องเรียนรู้ และต้องปรับตัวอยู่อีก”
“ผมได้ยินมาว่าบางคนต้องใช้เวลาเป็นปีในการปรับตัวที่นี่ บางทีกับผมมันก็อาจจะเป็นเหมือนกัน ผมอยากยิงให้ได้มากขึ้น สร้างสรรค์โอกาสทำประตูให้ได้มากขึ้นอีกในปีหน้า”
“มันบ้ามากๆ เพราะมาตรฐานที่นี่สูงลิ่วเลยทั้งในและนอกสนาม น่าเหลือเชื่อ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงประสบความสำเร็จมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”
“การมีป้ายราคา 100 ล้านปอนด์ติดตัวอยู่ หมายความว่ายามใดที่คุณเผชิญกับช่วงที่ยากลำบาก ก็จะมีคนตั้งคำถามขึ้นมาว่า หมอนี่มันคุ้มค่าตัวไหม? ไหนละประตู? ไหนละแอสซิสต์? ผมเข้าใจเรื่องนั้นดี”
“แต่ผมต้องมองเรื่องนั้นให้เป็นข้อได้เปรียบว่าสโมสรต้องทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นในตัวผม และผมหวังว่าผมจะสามารถตอบแทนพวกเขาด้วยประตูและถ้วยรางวัล”
กรีลิช ก็เป็นเหมือนนักเตะอีกหลายๆ คนที่มีความฝันอยากเล่นฟุตบอลระดับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อก่อนหน้านี้ยังไม่เคยเล่นเกมยุโรปเลยในทุกรายการ
“การเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกมีความแตกต่างกับพรีเมียร์ลีกอย่างสิ้นเชิง ผมไม่เคยเล่นฟุตบอลยุโรปมาก่อน และผมต้องการสิ่งนั้นจริงๆ”
“มันช่างเหลือเชื่อที่ได้ยินเสียงเพลงของแชมเปี้ยนส์ลีก มันทำให้คุณต้องหยิกตัวเอง มันคือถ้วยรางวัลที่นักเตะทุกคนที่นี่ปรารถนาที่จะครองแชมป์จริงๆ”
ซัมเมอร์ที่ผ่านมา คือหนึ่งในช่วงเวลาที่ กรีลิช ไม่อาจลืมลง กับการพา อังกฤษ ไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2020 แต่น่าเสียดายที่ต้องเป็นฝ่ายเศร้า ในการดวลจุดโทษกับ อิตาลี
“การเล่นให้ อังกฤษ ในช่วงซัมเมอร์เป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากๆ มันผ่านไปแล้วตอนนี้ ผมมองย้อนกลับไปในความทรงจำ ดูรูปภาพ และวีดีโอ และผมก็รู้ว่ามันพิเศษมากเพียงไหน”
“มันน่าเสียใจที่ต้องมาแพ้ช่วงจุดโทษ เป็นหนึ่งในการแพ้ที่แย่ที่สุด แต่มองย้อนกลับไปก็เป็นช่วงซัมเมอร์ที่ดีที่สุดในชีวิตของผม เป็นเรื่องพิเศษที่ทำเพื่อประเทศ นักเตะ และครอบครัวของเรา”
“มันน่าเสียดายที่เราไม่อาจไปจนถึงสุดทาง แต่ก็ทำให้เรามีแรงกระตุ้นมากขึ้นที่จะไปเล่นฟุตบอลโลกในปีหน้า”
“แน่นอน เราสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ ผมจะไม่นั่งอยู่ตรงนี้แล้วพูดว่าเราจะไปคว้าแชมป์ เรามีโอกาสที่ดีอย่างแน่นอน แนวทางที่เราเล่นในยูโรทำให้เรามีความเชื่อมั่นว่าเราจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้”
“ผมมาที่นี่ที่ ซิตี้ เพื่อพยายามและคว้าแชมป์ นั่นคือสิ่งที่คุณจะมองกลับมาตอนที่เส้นทางอาชีพของคุณยุติลงแล้ว ถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล”
“การพ่ายแพ้ร่วมกับ อังกฤษ ทำให้ผมต้องการคว้าแชมป์กับ ซิตี้ มากยิ่งขึ้น เรากำลังเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมในช่วงเวลานี้ และเรากำลังสร้างโอกาสที่ดีมากๆ ให้กับตัวเองในการก้าวไปคว้าแชมป์สักสองสามรายการ”
“นั่นคือเหตุผลที่ผมมาที่นี่”
ฤดูกาล 2021-22 อาจเป็นซีซั่นแห่งการทดลอง ทำความคุ้นเคยเข้ากับสิ่งต่างๆ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บางทีอาจได้เห็นฟอร์มของ กรีลิช คนเดิมที่ แอสตัน วิลล่า กลับมาให้เห็นในปี 2022


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com