พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนาน

สำหรับมานูเอล นอยเออร์ ที่โลดแล่นในเส้นทางลูกหนัง และก้าวมาเป็นผู้รักษาประตูระดับโลก พร้อมกับยืนระยะมาได้อย่างยาวนาน ผลงานในระดับสโมสร และทีมชาคิ สามารถเป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดี ว่ากันว่า นี่คือนายทวารที่ประสบความสำเร็จกมากสุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลเลยทีเดียว 

โดยผลงานกับบาเยิร์น มิวนิค , นอยเออร์ ผ่านการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 9 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 5 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย รวมถึงยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสโมสรโลก อีกอย่างละ 2 สมัย  ขณะที่ผลงานกับทีมชาติเยอรมัน เขาผ่านจุดสูงสุด นั่นคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 มาครอง 

แน่นอนว่า เมื่อเอ่ยถึงผลงาน และสไตล์การเฝ้าเสาของนอยเออร์ ภาพที่หลายคนเห็นกันจนชินตา นั่นคือการปฏิกริยาที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการเล่นฟุตบอลด้วยเท้า และการออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษ นั่นถือว่าเป็นเอกลักษ์ของนายด่านวัย 35 ปีรายนี้เลยช่วงนี้ เราลองไปดูบางแง่มุม ในการเป็นผู้รักษาประตูของนอยเออร์ กันหน่อยดีกว่า

การเล่นของผมค่อนข้างเสี่ยง

นอยเออร์ เริ่มกล่าวถึงสไตล์การเล่นของตัวเอง ที่ชอบออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษอยู่บ่อยครั้ง โดยยังมากับอาวุธประจำตัว นั่นคือการเล่นด้วยเท้า และการล่อหลอกฝ่ายตรงข้าม ทั้งหมดถือเป็นการแบกรับความเสี่ยง เพราะตำแหน่งที่แท้จริงของเขาไม่ใช่กองหน้า, กองกลาง หรือกองหลัง แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่าผู้รักษาประตู 

นายทวารทีมชาตเยอรมัน กล่าวต่อไปว่าอย่างไรก็ตาม ผมยังยืนหยัดในการป้องกันประตู และสร้างความปลอดภัย ผมต้องทำให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นมีความรู้สึกแบบนั้นด้วย 

นอยเออร์ แนบเหตุผลเรื่องการออกไปเล่นนอกกรอบเขตโทษว่าเป็นเรื่องของการอ่านเกม โดยบอกว่าผมต้องการช่วยเหลือกองหลัง ผมมองว่าจะมันเป็นเรื่องที่ดีกว่า หากผมถึงบอลก่อนกองหน้าฝ่ายตรงข้าม

เพราะนั่นหมายถึงคู่แข่งมีโอกาสดวลกับผมแบบตัวต่อตัวในกรอบเขตโทษ นั่นเป็นเรื่องที่อันตรายมากกว่าที่ผมออกไปเล่นด้านนอกกรอบเสียอีก กองหน้าฝ่ายตรงข้ามจะมีโอกาสยิงประตูสูงมาก หากตัดการได้บอลตรงนั้น พวกเขาจะไม่มีโอกาสส่งบอลไปสู่ก้นตาข่าย

แน่นอนว่า การเล่นฟุตบอลในลักษณะนี้ของผู้รักษาประตู นอกจากการมีสมาธิกับเกมตลอดเวลา ความกล้าถือเป็นส่วนสำคัญเหมือนกัน 

โดยเขากล่าวว่าผมไม่เคยพกความกลัวลงไปในสนามเลย ผมเป็นคนคิดเชิงบวกอยู่เสมอ นี่เป็นก้าวแรกของทุกอย่าง หากผมคิดว่าตัวเองได้บอลแน่ ผมจะทะยานออกไปแบบไม่รีรอ

ผมหยุดกลางคันไม่ได้ เพราะด้านหลังของผมคือตาข่ายประตูที่ว่างเปล่า คู่แข่งมีโอกาสยิงแน่นอน ดังนั้น ผมต้องแสดงปฏิกริยาออกมา จากนั้น ต้องแน่ใจว่าผมต้องไปถึงบอลก่อนคนอื่น สิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากการฝึกซ้อมมาอย่างยาวนานหลายปี

อย่างไรก็ตาม ผมต้องดูด้วยว่า ลูกบอลอยู่ในระยะทำการของคู่แข่งหรือเปล่า หากลูกบอลอยู่ต่ำในแดนของผมเอง และมีกองหน้าฝ่ายตรงข้ามป้วนเปี้ยนแถวนั้นด้วย มันเป็นเรื่องที่อันตรายมาก สถานการณ์แบบนี้ ผมไม่สามารถออกไปเล่นนอกกรอบเขตโทษได้

นอกจากการออกมาเล่นในพื้นที่สูง จะเป็นการช่วยเหลือเกมรับแล้ว ในมุมกลับ มันยังเป็นการช่วยเพิ่มเติมทางเลือกในการปั้นเกมรุกอีกด้วย ซึ่งเขากล่าวถึงประเด็นนี้ว่าสำหรับการเป็นผู้รักษาประตูสมัยใหม่ ผมต้องมีส่วนร่วมในการโจมตีด้วย 2 ทีมที่ผมเล่นอย่างบาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมัน มักครองบอลต่อเกมมากกว่า 60 เปอร์เซนต์

ดังนั้น ผมต้องออกไปเล่นนอกกรอบเขตโทษ เพื่อมีส่วนร่วมในการผ่านบอลจากแนวรับ ไปยังพื้นที่แนวรุกระนาบต่างๆ กระนั้น ผมสามารถทำแบบนี้ได้ เพราะผมอยู่ในทีมที่แข็งแกร่งนั่นเอง

เขาทิ้งท้ายว่า หนึ่งส่วนที่ยากที่สุดของการเล่นผู้รักษาประตู นั่นคือการเล่นกับทีมที่แข็งแกร่ง ที่สามารถครองบอล และเล่นเกมบุกอยู่ในแดนฝ่ายตรงข้ามเป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่า บางเกม, เขาไม่เจอลูกยิงที่เข้ามาทดสอบเลยตลอดช่วง 45 นาทีแรก 

บางช่วงเวลาในฤดูหนาว โดยเฉพาะที่บาวาเรีย การเผชิญสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายความว่า คุณต้องเร่งร่างกายตัวเองจาก 0 ถึง 100 อย่างรวดเร็วมานูเอล นอยเออร์ 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com