เชลซี เตรียมเปิดบ้านเจอกับ สเปอร์ส ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ถือเป็นการเจอกัน 3 เกมในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนเลย

         แต่ฝั่ง “สิงห์บลูส์” เองก็พกความมั่นใจหลังคว้าชัยชนะมาทั้งเหย้า-เยือนในศึกคาราบาว คัพรอบรองชนะเลิศ และผ่านเข้าไปชิงถ้วยโดยจะเจอกับ ลิเวอร์พูล ปลายเดือนกุมภาพันธ์

         สถานการณ์ในลีกตอนนี้ของฝั่งสีน้ำเงินต้องบอกว่าอาจจะต้องทำใจกันแล้วว่าการไปถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกคงเป็นไปได้ยากหลังโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทิ้งห่าง 12 คะแนนแถมยังแข่งมากกว่าอีกหนึ่งเกมด้วย

         ถึงกระนั้นทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ก็ยังต้องเดินหน้ากันต่อกับช่วงเวลาที่เหลืออีกเกือบครึ่งซีซั่น อย่างน้อยก็ต้องรักษาพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเอาไว้ให้ได้


         ที่สำคัญเกมนี้ยังเป็น “ลอนดอน ดาร์บี้” และชัยชนะในเกมนี้ก็เป็นการตัดแต้มคู่แข่งไปในตัวอีกด้วย

         ชัยชนะเกมเดียวจาก 7 เกมหลัง – 8 คะแนนจาก 21 แต้มเต็ม ตรงข้ามกับ สเปอร์ส ที่กดไป 20 คะแนน ทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งคู่เหลือแค่ 8 คะแนนแล้ว

         เพราะฉะนั้นเกมนี้ต้อง 3 คะแนนเท่านั้น!!!

การพบกัน


         นับตั้งแต่แพ้ 3 เกมติดต่อกันในการเจอกันช่วงปี 2018-2019 ตอนนี้ เชลซี ไม่แพ้ในการเจอกับ สเปอร์ส มาแล้ว 10 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ โดยแบ่งเป็นชนะ 8 เสมอ 2 โดยในจำนวนนี้ไม่ร่วมเกมที่จบลงด้วยการยิงจุดโทษ

         โดยเฉพาะในซีซั่นนี้ที่ทีมคว้าชัยรวดทั้งสามเกมที่เจอกัน เกิดขึ้นในลีก 1 เกมและล่าสุดในคาราบาว คัพ 2 เกม ซึ่งทีมทำได้ 6 ประตูและไม่เสียประตูเลย 

         และจากชัยชนะในเกมล่าสุดในที่เจอกันในบอลถ้วยนั้นทำให้ เชลซี แพ้แค่เกมเดียวจาก 36 เกมหลังทุกรายการที่เจอกับ สเปอร์ส เลย โดยชนะ 23 และเสมอ 12

         นอกจากนี้ “สิงห์บลูส์” เก็บชัยชนะเหนือ สเปอร์ส ไปแล้วถึง 32 เกมในพรีเมียร์ลีก มากกว่าทุกทีมเลย แถม “ไก่เดือยทอง” เสียประตูให้กับ เชลซี ไปแล้ง 106 ลูก มากกว่าคู่แข่งทุกทีมด้วย

        ขณะเดียวกับ สเปอร์ส ก็ยิงไม่ได้ใน 5 เกมหลังที่เจอกับ เชลซี ในทุกรายการ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยยิงไม่ได้ถึง 6 ลูกมาก่อนในประวัติศาสตร์ยามเจอกันมาก่อน

สถิติของ เชลซี


         โธมัส ทูเคิ่ล จะคุมทีม เชลซี ครบ 1 ปีในวันที่ 26 มกราคมที่จะถึงนี้ เพราะฉะนั้นเกมกับ สเปอร์ส ในวันอาทิตย์นี้ก็เปรียบเสมือนการคุมทีมครบรอบ 1 ไปกลายๆเหมือนกัน

         ตลอด 23 เกมของซีซั่นนี้ทาง “สิงห์บลูส์” ยังไม่เคยตามหลังคู่แข่งหลังผ่านครึ่งเวลาแรกมาก่อน โดยทีมแพ้เพียง 2 เกมจาก 26 นัดหลังสุดทุกรายการ

         อย่างไรก็ตามทีมทำแต้มหล่นไปถึง 13 คะแนนในเกมที่ออกนำคู่แข่งไปก่อน ถือว่าเยอะทีเดียวเมื่อมองว่านี่คือทีมระดับหัวแถวของลีก


         แต่ก็เข้าใจได้เมื่อมองจากการลงสนามอันต่อเนื่องของทีมในช่วงที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่ผ่านช่วงเบรกทีมชาติเดือนพฤศจิกายนทีมลงเล่นมากถึง 18 เกมทุกรายการ มากกว่าทุกทีมในช่วงเวลาเดียวกันเลย ในขณะที่ สเปอร์ส ลงเล่นไปแค่ 14 เกมเท่านั้น

         แต่ก็มีสถิติที่น่าสนใจในเกมวันอาทิตย์นี้ซึ่งหาก เชลซี สามารถเก็บชัยชนะได้ พวกเขาจะเป็นทีมแรกที่เก็บได้ถึง 500 คะแนนจากเกมลอนดอน ดาร์บี้ในเกมพรีเมียร์ลีกเลย

สถิติของ สเปอร์ส


         อันโตนิโอ คอนเต้ คุม สเปอร์ส ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกยังไม่แพ้เลยตลอด 9 เกม โดยชนะ 6 เสมอ 3 ถือเป็นสถิติดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของผู้จัดการทีม “ไก่เดือยทอง” เลย

         หนล่าสุดทีม สเปอร์ส แพ้เกมลีกต้องย้อนไปเมื่อเดือนตุลาคม โดยทีมแพ้คาบ้านให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 สมัยที่ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต คุมทีมอยู่

         แฮร์รี่ เคน ที่ทำประตูได้ในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นการทำประตูที่ 250 ในอาชีพทุกรายการทั้งกับ สเปอร์ส รวมถึงสมันที่เล่นด้วยสัญญายืมตัวกับ เลย์ตัน โอเรียนต์, มิลล์วอลล์ และ เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วย


         อันโตนิโอ คอนเต้ พาทีมเก็บถึง 11 คะแนนในเกมที่โดนคู่แข่งออกนำไปก่อน ล่าสุดก็โกงความตายในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่รัวสองประตูในช่วงทดเจ็บเอาชนะไป 3-2 อย่างยอดเยี่ยม

         ถึงกระนั้น 5 จาก 6 เกมที่ทีมแพ้ในการไปเล่นนอกบ้านในพรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นในการเล่นในลอนดอน ดาร์บี้นี่แหละ นอกจากนี้ สเปอร์ส ยังไม่ชนะเลยใน 13 เกมหลังที่ออกไปเยือนในพรีเมียร์ลีกยามที่เจอกับทีมที่อยู่ในท็อปโฟร์ของตารางด้วย

         ส่วน อันโตนิโอ คอนเต้ มีสถิติคุมทีมเจอกับ เชลซี อยู่ที่ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 2

ผู้ตัดสิน


         ผู้ตัดสินในเกมนี้จะเป็น พอล เทียร์นี่ย์ ส่วนผู้ตัดสินห้องวีเออาร์ก็คือ ดาร์เร็น อิงแลนด์

         สำหรับ เทียร์นี่ย์ จะลงทำหน้าที่ในเกม “ลอนดอน ดาร์บี้” เป็นหนที่ 3 ในเกมนี้ ซึ่งสองเกมก่อนหน้านี้คือการทำหน้าที่ในเกมของ “สิงห์บลูส์” ทั้งสองนัดเลย นัดแรกคือเกมบุกชนะ อาร์เซน่อล 2-0 เมื่อเดือนสิงหาคม ส่วนอีกเกมคือนัดที่ทั้งคู่เจอกันในนัดแรกที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ที่ทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล 3-0 นั่นเอง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com