สำหรับนักฟุตบอลที่ชื่อว่า "เอ็นโกโล่ กองเต้"

นี่ถือเป็นนักฟุตบอลที่นิสัยน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลเชลซี และแฟนบอลทีมอื่น ต่างหลงรักกันได้ไม่ยาก นอกจากเรื่องนิสัยที่ยอดเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยความเป็นมิตรแล้ว วิถีชีวิตของเขา ยังเป็นที่รักของคนทั่วไป และเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย  

สิ่งที่สามารถบอกถึงตัวตน และความเป็นก็องเต้ ได้เป็นอย่างดี นั่นคือเรื่องราวของนิสัยความสมถะ โดยนี่คือนักเตะซูเปอร์สตาร์ ที่มีค่าเหนื่อยระดับแสนปอนด์ ที่ยังดำเนินชีวิตเหมือนวันแรกที่ยังเป็นเพียงคนธรรมดา และยังไม่มีใครรู้จัก

นั่นเพราะก็องเต้ รู้ดีว่า ความติดดินเป็นสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอด โดยสิ่งที่ยืนยันความสมถะของเขาได้เป็นอย่างดี นั่นคือเรื่องของการใช้รถยนต์ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราลองไปพบอีกหนึ่งแง่มุมในชีวิตของเขากันเลย 

ย้อนเวลากลับไป ในช่วงปี 2010 ก็องเต้ ในวัยเพียงแค่ 19 ปี ย้ายไปร่วมทีมบูโลญจน์ ในลีกของฝรั่งเศส สำหรับบูโลญจน์ คือเมืองทางตอนเหนือของดินแดนน้ำหอม ที่ประกอบไปด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินชัน 

ซึ่งภาพที่คนทั่วไปเห็นจนชินตานั้น คือการที่ก็องเต้ ชอบขับรถอย่างสกูตเตอร์ ไปฝึกซ้อมฟุตบอล และดำเนินชีวิตประจำวัน โดยรถสกูตเตอร์ คอยนำพาก็องเต้ ไปทุกแห่งหน นอกจากความคล่องตัว เขายังมองว่าเป็นความสะดวกสบาย ที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายอีกด้วย 

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากปากของมักซิม โกแล็งอดีตเพื่อนร่วมทีมบูโลญจน์ ที่ออกมาบอกเบื้องหลังว่า ก็องเต้ ชอบออกไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมกับถุงจับจ่ายตลาดใบเล็ก โดยนำสกูตเตอร์ไปด้วยเป็นประจำ ก็องเต้ ต้องการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ต้องเดือดร้อนใคร

จากการที่บูโลญจน์ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเนินสูงชันอย่างที่บอกไป กระนั้น ก็องเต้ เดินทางมาฝึกซ้อมทุกๆวัน ด้วยรถสกูตเตอร์คู่ใจ เขาไม่สนใจอยากมีรถยนต์ส่วนตัวคันหรูเหมือนเพื่อนคนอื่นเลย 

สิ่งเหล่านั้น ช่วยหล่อหลอมให้ก็องเต้ กลายเป็นคนที่มีสภาพจิตใจแข็งแกร่ง เพราะเขาต้องดิ้นรนมาจากการที่ไม่มีอะไรเลย และต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

เรื่องราวดังกล่าว สอดคล้องกับเรื่องราวที่บางคนยังไม่เคยรู้มาก่อนคือ ก็องเต้ มักเดินเท้าไปยังมัสยิดอยู่เสมอ ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมบูโลญจน์ ที่เป็นมุสลิมเหมือนกัน เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม แม้ว่าในการเดินไปกลับแต่ละครั้ง ต้องกินเวลารวมนานนับชั่วโมงก็ตาม 

กระทั่งปี 2013 ก็องเต้ ย้ายไปร่วมทีมก็อง ในระดับลีก เดอซ์ โดยสนามฝึกซ้อมของสโมสร เต็มไปด้วยรถยนต์หรูมากมาย โดยเฉพาะค่ายม้าลำพองเฟอร์รารี่ ที่เหล่านักเตะขับมาจอดเอาไว้ 

อย่างไรก็ตาม มันไม่อาจชักจูงใจก็องเต้ ยอมที่จะควักเงินซื้อมันมาครอบครองได้ เขายังเป็นคนที่มีนิสัยมัธยัสถ์ ที่ใช้สกูตเตอร์แสนเรียบง่ายเหมือนเดิม

แต่ท้ายที่สุด จากความหวังดีของคุณแม่ ที่อยากเห็นก็องเต้ มีรถยนต์ใช้สักหนึ่งคัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิต ทำให้เขาตัดสินใจซื้อรถยนต์ของตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ตามคำขอของคุณแม่ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นรถที่ซื้อมาจากความอดออม และการใตร่ตรองเป็นอย่างดี

เอแล็ง คาเวเกลียผู้อำนวยการด้านกีฬาของสโมสรก็อง ออกมาย้อนความทรงถึงความน่ารักของก็องเต้ เอาไว้ว่า ลานจอดรถของสนามฝึกซ้อม ท่ามกลางฝูงรถแบบซูเปอร์คาร์ ที่เข้ามาจอดเรียงราย มีรถคันหนึ่งเข้ามาร่วมวงด้วย ถึงกระนั้น มันค่อนข้างจะแตกต่างจากคันอื่นอยู่สักหน่อย 

รถยนต์คันแรกของก็องเต้ เป็นรถจากค่ายเรโนลต์ค่ายรถชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส ที่สภาพเก่ามาก โดยสืบไปสืบมาแล้ว ค้นพบว่ามันคือรถยนต์มือสอง ที่วิ่งไปแล้วกว่า 90,000 กิโลเมตร  ก็องเต้ ซื้อมาตามนิสัยของตัวเอง คือต้องเป็นประโยชน์ และตามความจำเป็นเท่านั้น

หลังจากนั้น ก็องเต้ ย้ายมาร่วมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงปี 2015 เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรถยนต์อีกครั้ง 

คราวนี้มาในรุ่นมินิที่เป็นมือสองเหมือนเดิม เพราะมองว่า มันเล็กกระทัดรัด และขับขี่สะดวกได้อย่างสะดวกสบาย แน่นอนว่า ช่างขัดแย้งกับการใช้ชีวิตของนักเตะในระดับพรีเมียร์ลีก 

ปัจจุบัน ก็องเต้ ย้ายทีมมารับค่าเหนื่อยกับเชลซี เกินหลักแสนปอนด์เป็นที่เรียบร้อย แต่เขายังเคยซื้อรถยนต์คันใหม่ ที่ยังเป็นรุ่นมินิ เหมือนเดิม หากคิดราคาเป็นเงินไทย ตกคันละไม่ถึง 1 ล้านบาทด้วยซ้ำไป จนหลายคนยอมรับในความแน่วแน่ในการใช้เงินของเขา 

ก็องเต้ ทิ้งท้ายถึงนิสัยการใช้รถยนต์ของตัวเองว่าผมไม่ใช่คนที่หลงใหลเรื่องรถยนต์สักเท่าไหร่ ตอนที่ผมยังคงเป็นเด็ก ผมไม่เคยมีความใฝ่ฝันแบบว่า ต้องขับรถรุ่นนั้น หรือรุ่นนี้เลย ขอเพียงมันนำเขาไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว”


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com