การก้าวมาเล่นในลีกสูงสุดของ หนองบัว พิชญ เอฟซี ได้จารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแรกของสโมสร หลังก่อตั้งทีมมาแค่ 10 ปี ทั้งที่พวกเขาเป็นเพียงสโมสรในจังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนยังไม่เคยไปเยือน กลับกลายมาเป็นสังเวียนเมืองฟุตบอลสโมสรที่ยิ่งใหญ่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

เหมือนกับที่ครั้งหนึ่ง สุเทพ ภู่มงคลสุริยา ประธานสโมสร ซึ่งสามารถลบคำสบประมาท นำทีมจังหวัดเล็กๆ ในภาคอีสาน ขึ้นมาผงาดบนลีกสูงสุดของไทยได้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น โดยข้อความระบุ ผ่านทางเพจของสโมสรหนองบัว พิชญ ว่า “ครั้งหนึ่งเคยมีคำพูดที่ผมจำได้ไม่ลืม เขาบอกว่ามาแข่งที่หนองบัวฯ เหมือนเจอกับเจอทีม อบต.”


พวกเขาเริ่มจากการมองโครงสร้างของทีม การเสริมผู้เล่นเข้ามาจัดว่าลงตัวอย่างมาก เพราะมีคอนเนคชั่นที่ดีกับหลายเอเย่นต์ไปจนถึงตัวนักเตะ ทำให้ได้ของที่มีคุณภาพในราคาไม่สูง แต่เหมาะเจาะกับแท็คติคการเล่นของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล

สถาพร แดงศรี , วรากร ทองใบ , อธิบดี เอติรัตน์ , ทัศนพงษ์ หมวดดารักษ์ , จิรพันธ์ ผาสุขขันธ์ , อภิวัฒน์ เพ็งประโคน ชื่อเหล่านี้ถูกดึงเข้ามาเพื่อผนึกกำลังกับนักเตะที่ต่อสัญญาจากชุดแชมป์ไทยลีก  ไม่ว่าจะเป็น ณัฐวุฒิ คำรินทร์ , กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ , ยอด จันทวงษ์ , ฉัตรชัย เจียกกลาง , กฤษณ เกษมกุลวิไล , ยุทธพงษ์ ศรีละคร , อานิสงส์ เจริญธรรม , รักพงศ์ ชูเมือง , เลอสันต์ เทียมราช , วิชิตชัย ช่วยศรีนวล และ ปานศิริ สุกุณีย์


ยิ่งการได้ผู้เล่นต่างชาติ ทั้ง อมานี อกีนัลโด , แอร์ตอน ติราบาสซี , แฮมิลตัน โซอาเรส , ลิดอร์ โคเฮน , มาฮาน ราห์มานี , เอียน แรมซีย์ ทำให้ส่วนผสมในตัวนักเตะกับแท็คติคกลมกล่อมอย่างมาก 

แม้ ลิดอร์ โคเฮน เพลเมกเกอร์ตัวใหม่ชาวอิสราเอล บาดเจ็บหนักถึงขั้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด เบื้องต้นต้องพักยาวตลอดเลกแรกก็ตาม

ในส่วนของการพัฒนาอคาเดมี ผู้บริหารของ “พญาไก่ชน” ก็มีการดึงนักเตะเยาวชนขึ้นมาชุดใหญ่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น ศักดา นนท์ภักดี , ธวัชชัย โอชารส , นิวัฒน์ โนนเค้า และ ธนกฤต อุทรักษ์ ที่รายนี้สร้างสถิติใหม่ให้เกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย หลังจากลงเล่นเป็นตัวจริงให้ หนองบัว พิชญ เอฟซี ด้วยวัยเพียง 15 ปี 7 เดือน 10 วัน แถมเก็บคลีนชีต ด้วยการเอาชนะ ชาติตระการซิตี้ 6-0 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย

เมื่อทุกอย่างเดินหน้าไปได้สวย ผลงานในสนามก็เป็นคำตอบที่ชัดเจน เพราะ หนองบัว พิชญ เอฟซี มีแนวทางการเล่นของตัวเองแบบ ไฟท์เตอร์ พร้อมชนได้ทุกทีม โดยเฉพาะในรัง พิชญ สเตเดี้ยม ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม สถิติตอนนี้อยู่ที่ ชนะ 4 แพ้ 2 

การออกไปเยือนทีมใหญ่ๆ นั้นก็ไม่ธรรมดา สามารถ เสมอ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-1, เสมอ เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-1 และ เสมอ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-0 แม้ว่าจะมีเกมบุกไปแพ้ ชลบุรี เอฟซี 1-3 อยู่หนึ่งนัด แต่ก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แนวทางของความเป็นนักสู้ หนองบัว พิชญ เอฟซี ทุกคนซึมซับอย่างเต็มเปี่ยม และสู้ได้หมดทุกทีม


โดยเฉพาะจังหวะการเล่นเกมรับ ที่แม้จะดูอึดอัด แต่ทุกคนก็ทำได้อย่างมีระเบียบวินัย การโต้กลับของพวกเขาพยายามเน้นจังหวะโป้งเดียวจอด ไม่ได้ไม่เป็นไรขอให้ได้จบสกอร์ ซึ่งจุดนี้ทำให้เห็นว่าพวกเขาสามารถยกระดับเกมรุกที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก จากการคว้ากองหน้าชาวบราซิลที่มีชื่อว่า แฮมิลตัน โซอาเรส

ด้วยทักษะที่เปี่ยมล้น บวกกับการเป็นหัวหอกที่มีความสูงใหญ่ แต่สามารถใช้ลูกเท้าอย่างชาญฉลาด ลีลาแพรวพราว ทำให้หลายครั้งเราเห็นเขายิงประตูด้วยความเหนือชั้น จนกลายมาเป็นดาวซัลโวไทยลีกเวลานี้ ด้วยการซัดไปแล้ว 9 ประตู 

แฮมิลตัน เคยเล่นให้กับทีมระดับล่างในบราซิล ก่อนที่ช่วงต้นปี เขาจะมาเล่นกับทีมในคูเวตอย่าง คาซม่า เอสซี ก่อนที่ฟอร์มของเขาจะไปเย้ายวลใจ “โค้ชวัง” ที่เห็นคลิปปั๊บก็แทบไม่ต้องตัดสินใจอะไรให้มากความ เนื่องจากกำลังต้องการกองหน้าที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี สามารถเก็บบอลไว้กับตัวได้ เป็นสไตล์ตัวเป้าที่รูปร่างสูงใหญ่ 


ยิ่งฟอร์มการเล่นของเขาดีวันดีคืน ทำให้เป็นที่จับจ้องของหลายสโมสรในเมืองไทยเข้าไปแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่า สุเทพ ภู่มงคลสุริยา ประธานสโมสร จะรีบทำการต่อสัญญาให้เขาอยู่กับ หนองบัว พิชญ เอฟซี ต่อไปในซีซั่นหน้า ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้วด้วย 

จากหลายปัจจัยที่กล่าวมา นี่ถือเป็นย่างก้าวของ “พญาไก่ชน” ที่น่าติดตามเหลือเกินกับไทยลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งหากยังดีวันดีคืนแบบนี้ มูลค่าของสโมสรจวบจนนักเตะจะเพิ่มขึ้นได้อีกมากโขแน่นอน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com