เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายเลกแรกของฟุตบอลลีกเมืองไทยแล้ว หลังจากใช้เวลาหวดกันมาร่วม 2 เดือนกว่า ซึ่งไทยลีก 2 ถือว่ามีนักเตะที่ทำผลงานแจ้งเกิดขึ้นมาใหม่หลายคน โดยเฉพาะแข้งไทยที่ก้าวมาเป็นตัวหลักของสโมสร หลังผลิตฟอร์มบนฟลอร์หญ้าได้อย่างยอดเยี่ยม จนเป็นที่กล่าวขวัญ วันนี้เรามาลองดูกันว่าลิสต์นักเตะที่น่าสนใจ จะมีใครกันบ้าง


อนันต์ ยอดสังวาลย์ (ลำพูน วอริเออร์)

เป็นปีที่เขาโดดเด่นมากกับ ลำพูน วอริเออร์ หลังจากโชว์ฟอร์มอย่างร้อนแรง จนถูกเชิญร่วมทัพช้างศึก U-23 จากการติดต่อของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย ในการลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ มองโกเลีย แต่ “โฟแบร์” ได้ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลในความกระชั้นชิด ทั้งการเดินทาง การเตรียมตัว และเจ้าตัวยังไม่มีพาสปอร์ตออกนอกประเทศ 

เขาเองเพิ่งจะอายุ 20 ปี จึงต้องการสร้างผลงานและเก็บประสบการณ์ต่อไปก่อน แม้รู้สึกดีใจมากที่ถูกเชิญชวนในครั้งนี้ และตั้งความหวังว่าในอนาคตเขาจะได้รับโอกาสติดธงชาติอีกครั้งเมื่อถึงวันที่พร้อม

“โฟแบร์” ตอบแทนกับสัญญา 5 ปีที่สโมสรมอบให้ ด้วยการยิงไปแล้ว 10 ประตู จากทุกรายการที่ลงเล่น ทั้ง ไทยลีก 2, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ จนกลายเป็นดาวดวงใหม่ที่จรัสแสงในเวลานี้ กระทั่งคนที่ไม่ใช่คอบอลเดินสาย ก็ยังต้องไปค้นหาคลิปเก่าๆ มาเปิดดูถึงพัฒนาการของเขาเลยด้วยซ้ำ


อติคุณ มีท้วม (ตราด เอฟซี)

การกลับมาเล่นให้ ตราด เอฟซี หนที่สองของเขาในฤดูกาลนี้ “โจ้” กลายเป็นจิ๊กซอว์ในยุคของ “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม เรียกว่าเป็นผู้เล่นที่แทบจะขาดไปไม่ได้เลย เพราะการคุมแดนกลางในสไตล์มดงาน ช่วยเล่นทั้งเล่นเกมรับ และเติมเกมรุก ผลิตสกอร์เองไปแล้ว 2 ประตู และมีส่วนร่วมกับทุกเกมเป็นอย่างมาก

แม้ว่าทีมจะตกชั้นมาเล่นไทยลีก 2 แต่เจ้าของแค็ปชั่นประจำตัว “อย่าหรูหรา” ก็ไม่เกี่ยงใดๆ และพร้อมเทใจให้ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” หลังถูกยืมตัวมาจาก เมืองทอง ยูไนเต็ด เพื่อภารกิจกลับไปสู่ลีกสูงสุดปีหน้าให้ได้ และดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย จากสถานการณ์ที่ทีมนำโด่งอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูง

สไตล์การเล่นที่ใช้พลังงานในการวิ่งต่อเกมอย่างมหาศาล เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ที่“น้าฉ่วย” โค้ชจอมฟิตต้องการ ยิ่งมีนักเตะประเภทปอดใหญ่แบบนี้อยู่กับทีม รับรองว่าความหวังเลื่อนชั้นคงไม่ไกลเกินคว้าอย่างแน่นอน


ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี (เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด)

ท่ามกลางการเสริมทีมบิ๊กเนมของ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ยังมีนักเตะเก่าที่ผลิตผลงานส่วนตัวได้อย่างยอดเยี่ยม และถือเป็นหนึ่งกุญแจสำคัญที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นไทยลีก 2 นั่นคือ “ฟลุ๊ค” ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี อดีตผลผลิต ของ อัสสัมชัญ ธนบุรี ที่เคยผ่านการเล่นให้กับหลายสโมสรมาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น เมืองทอง ยูไนเต็ด, พัทยา ยูไนเต็ด , อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด , โปลิศ เทโร, นครปฐม ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี, ศุลกากร ยูไนเต็ด ก่อนที่จะก้าวมาเล่นให้กับยอดทีมแห่งแดนกลีบบัว ในวัยที่เลขไมล์แตะหลักเบญจเพศ ทำให้เขามีประสบการณ์ที่ไม่ใช่น้อยแล้ว

โดยเฉพาะซีซั่นนี้ แม้ผลงานของทีมอาจจะลุ่มๆ ดอนๆ แต่ฟอร์มของ “ฟลุ๊ค” กลับดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งยิงประตูหรือการแอสซิสต์ก็ทำได้ดีหมดจด นอกจากนี้ยังมีความเร็วที่สามารถฉีกกองหลังฝั่งตรงข้าม รวมถึงความฟิตที่เล่นได้ทะลุ 90 นาทีในทุกเกม


เชาวสิทธิ์ ทรัพย์สกุลผล (สุโขทัย เอฟซี)

นี่คือกองหน้าคนไทย ที่ยิงเยอะที่สุดในเวลานี้ สำหรับ เชาวสิทธิ์ ทรัพย์สกุลผล หลังกดให้กับ สุโขทัย เอฟซี ไปแล้ว 6 ประตู ช่วยพาทีมรั้งรองจ่าฝูงของลีกพระรอง และดูแล้วน่าจะมีโอกาสเลื่อนชั้นกลับมาสู่ไทยลีก 1 ในฤดูกาลหน้าไม่ยาก สำหรับ “ค้างคาวไฟ”ภายใต้การคุมทีมของ เดนนิส อมาโต้

“แชมป์” เพิ่งจะย้ายมาเล่นในถิ่นทะเลหลวงซีซั่นนี้ หลังเริ่มต้นจากอคาเดมีของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่พัฒนาให้เขาเติบโตเป็นกองกลางระดับมันสมอง ก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับ นนทบุรี เอฟซี, แพร่ ยูไนเต็ด, ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี และ บางกอก เอฟซี

ซึ่งสโมสรล่าสุดอย่าง บางกอก เอฟซี นั่นเอง ที่ช่วยให้เขาเพิ่มสัญชาตญาณในการพังตาข่าย หลังกดไปมากกว่า 10 ลูก และการย้ายมาเป็นพลพรรค “ค้างคาวไฟ” เขาตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องยิงทะลุ 10 ประตู มารอลุ้นกันต่อไปว่า ดาวเตะวัย 25 ปี จะสามารถบรรลุสิ่งที่เขาตั้งเอาไว้ได้หรือไม่


ชัชชัย นันทวิเชียรฤทธิ์ (อุดรธานี เอฟซี)

หลังย้ายมาจาก อุทัยธานี เอฟซี พร้อมกับเพื่อนๆและรุ่นพี่อีกหลายคน  “ดิน” ก็สามารถยึดตัวหลักได้ทันทีตั้งแต่ยุคที่ ดาเนียล บลังโก้ เทรนเนอร์อาร์เจนไตน์ ยังกุมบังเหียน จนมาถึงมือของ ฮาเก้น ฮุบเนอร์ เขาก็ยึดตัวหลักในตำแหน่งปีกขวาเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

จุดเด่นของอดีตแข้ง บ้านบึง เอฟซี และ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ก็คือ เป็นนักเตะที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเท สร้างสรรค์โอกาสการทำสกอร์ให้กับเพื่อน ไปจนถึงพัฒนาการในด้านฝีเท้าที่ต่อเนื่อง ไม่เป็นคน “น้ำเต็มแก้ว” เพราะเขาเองยังต้องการที่จะเรียนรู้คำสอนทุกอย่างจากโค้ช

และเมื่อได้รับโอกาสลงสนาม ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ พร้อมกับแสดงฝีเท้าออกมาได้อย่างประทับใจแฟนบอล “ยักษ์แสด” ไม่ว่าจะเป็นการกระชากลากเลื้อย เปิดบอลแม่นยำ ไปจนถึงการลงมาช่วยเกมรับอย่างมีวินัย


ตะวัน โคตรสุโพธิ์ (เชียงใหม่ เอฟซี)

แม้จะถือกำเนิด ณ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี แต่ด้วยความรักฟุตบอล เขาได้ใช้ฝีเท้าไต่เต้าเข้ามาเป็นนักเตะอคาเดมีของสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และอยู่ในชุดคว้าแชมป์ “ไทยแลนด์ยูธลีก” รุ่นอายุ 17 ปี รวมทั้งเคยถูกส่งไปบ่มเพาะฝีเท้ากับ เซเรโซ่ โอซาก้า ยู 23 มาแล้วถึง 2 ปีเต็มๆ

ก่อนที่ซีซั่นที่ผ่านมากลับมามีส่วนร่วมเล็กน้อยช่วยให้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ไทยลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร จนกระทั่งฤดูกาลนี้ถูกปล่อยให้ เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัว และเมื่อมีเวทีให้โชว์ของ “โจ” สามารถเค้นฟอร์มออกมาได้อย่างโดดเด่น จนเขาและ พงศ์รวิช จันทวงษ์ มีชื่อติดทีมชาติไทย ยู 23 ชุดชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่มองโกเลีย

แนวทางการเล่นของเขาดูพัฒนาขึ้นมาก ทั้ง สเต็ปการเลี้ยงบอลทะลวงแนวรับคู่แข้ง หรือสปีดความเร็วที่ดูเพิ่มมากขึ้น หากว่าได้รับโอกาสในการลงเล่นให้ “พยัคฆ์ล้านนา” แบบต่อเนื่อง เชื่อว่าเขาจะสามารถต่อยอดสู่การเป็นนักเตะระดับแนวหน้าของเมืองไทยได้แน่นอน


กิตติไกร จันทะรักษา (ระยอง เอฟซี)

เป็นอีกนักเตะที่เคยถูกได้รับการจับตามอง หลังจากติดทีมนักเรียนไทย และเยาวชนทีมชาติไทย รวมทั้งเทิร์นโปรอาชีพกับ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ก่อนไป ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี, อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด, สุโขทัย เอฟซี แล้วถูกปล่อยยืมให้กับ หนองบัว พิชญ เอฟซี ในปี 2019 ต่อจนปี 2020 เลกแรก ก่อนถูกส่งไปให้ ศรีสะเกษ เอฟซี ยืมตัวใช้งานอีกครั้งช่วงเลกสองของซีซั่นที่ผ่านมา 

สุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาล 2021/22 “นิว” ได้บรรลุข้อตกลงย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ ระยอง เอฟซี ซึ่งทำให้เขาได้กลับไปร่วมงานกับ คัมเบะ ซูกาโอะ เทรนเนอร์ชาวญี่ปุ่น ที่เคยให้โอกาสเขาปล่อยของกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี มาแล้ว

ซีซั่นนี้กุนซือแดนซามูไรเลือกใช้งานหนุ่มเลือดอีสาน ในการเป็นแข้งหลักในแนวรุกที่สามารถสลับโยกย้ายไปยืนทางซ้ายหรือขวา และ “นิว” ตอบแทนความไว้วางใจ ด้วยการทำไปแล้ว 2 ประตู ให้กับพลพรรค “ม้านิลมังกร”


ธนิศร ไพบูลย์กิจเจริญ (ขอนแก่น เอฟซี)

ชื่อของ “พล” แบ็กซ้าย 'เดอะ ทีเร็กซ์' ขอนแก่น เอฟซี กำลังถูกจับจ้องอย่างมาก เนื่องจากเขาไม่ได้มีดีแค่เรื่องหน้าตา เพราะฝีเท้าของเขาก็จัดว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน หลังเป็นแกนหลักของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี ในตำแหน่งแบ็คซ้าย ที่มี ธีราทร บุญมาทัน อดีตเจ้าของตำแหน่งดังกล่าวในถิ่น “ปราสาทสายฟ้า” เป็นไอดอล

แต่เมื่อยังขึ้นชุดใหญ่ไม่ได้ เขาพร้อมเพื่อนอีกหลายคน ถูกส่งไปอยู่กับ ขอนแก่น เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว ในฤดูกาล 2021-22 

ซึ่งฟอร์มของหนุ่มหล่อหน้าตี๋ ยิ่งเล่นยิ่งดีวันดีคืน จนได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะช็อตที่เขาซัดฟรีคิกสุดสวย เสียบสามเหลี่ยมเสาแรก ช่วยให้ทีมเปิดบ้านชนะ แกรนด์ อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด 1-0 

ชื่อของนักเตะเหล่านี้ บางคนอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ถ้าใครติดตามฟุตบอลไทยลีก2 อยู่แล้ว จะทราบทันทีว่าคุณภาพของแต่ละคนไม่ธรรมดาขนาดไหน ตอนนี้หลายๆ คนยังเป็นเพียงผู้เล่นดาวรุ่งที่พร้อมจะพัฒนาตัวเอง และก้าวขึ้นมาประดับวงการลูกหนังไทย หรือติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ในอนาคตได้เลย


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com