ผ่านมรสุมมามากมาย แต่วันนี้ โกเก้ ได้เดินทางมาใกล้หลักไมล์ประวัติศาสตร์ของเขากับ แอตเลติโก แล้ว ในความทรงจำ ความคิด ตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ในฐานะลูกหม้อจนถึงกัปตันทีมแอต.มาดริด เขารู้สึกอย่างไรบ้าง

ถาม : หลังผ่าน 599 เกมไปแล้ว คุณเลือกที่จะย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น หรือมองไปข้างหน้าว่าคุณจะทิ้งร่องรอยไว้ตรงจุดไหน ?


โกเก้ : ความจริงก็คือที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดเลยว่าเล่นไปกี่เกมแล้ว จะมีก็แค่ครั้งนี้ที่ผมใกล้จะทำสถิติเป็นนักเตะที่ลงเล่นให้ แอตเลติโก มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากทุกคนพูดถึงแต่เรื่องนี้  


แต่ในความเป็นจริงผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเล่นให้ถึง 600 หรือ 700 นัด  ผมคิดแค่ว่าลงไปเล่นและเอาชนะให้ได้ มันคือหลักไมล์ที่น่าเหลือเชื่อ แต่สิ่งที่ผมต้องการคืออยากให้เกมนี้ (นัดที่ 600) มาถึง เพราะนอกเหนือจากตัวเลขที่น่าทึ่งแล้ว สิ่งที่แฟนๆจะให้คุณค่าก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม ไม่ใช่เพราะว่าผมลงเล่นเกมนี้


 


ถาม : ณ จุดนี้ แอตเลติโก และ 'One Club Man' ผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ จำเป็นต้องตกลงเรื่องการต่อสัญญาใหม่หรือเปล่า ?


โกเก้ : พวกคุณรู้แนวคิดและปรัชญาชีวิตของผมอยู่แล้ว ผมอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 6 ขวบ ผมต้องการอยู่ต่อไป ผมรู้ถึงสถานการณ์ของสโมสรและสิ่งที่มันเกิดขึ้น เมื่อใดก็ตามที่มีความจำเป็นต้องช่วยเหลือ ผมก็จะเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้าไป เรามาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้ 


ความปรารถนาของผมคืออยู่ต่อไป ผมพูดเช่นนี้เสมอ แต่ว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมคนเดียว ผมเองก็ไม่ได้อยากที่ตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นภาระของสโมสร สิ่งที่ผมต้องการคือการเป็นคนสำคัญ ได้ลงเล่นต่อไป และสนุกกับสิ่งที่ผมทำอยู่ และเดินตามเส้นทางของเกมต่างๆที่ผมเคยลงสนามมาในจุดที่ผมอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี 



ถาม : ความจริงก็คือเส้นทางของคุณมันเกินกว่าฝันที่เด็กๆทุกคนจะจินตนาการถึง มันยิ่งกว่านิยายเสียอีก ?


โกเก้ : ผมฝันที่จะเป็นนักเตะของแอตเลติโกมาตลอด แต่ไม่เคยคิดเลยว่าผมจะไปถึงจุดไหน และผมได้ทำอะไรบ้าง ในช่วงเริ่มต้นของผมกับทีมชุดใหญ่ ตอนนั้นผมอยู่ในไดนามิกที่ไม่ดีนัก ถ้ามองย้อนกลับไปในตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มากๆ เป็นการเติบโตที่น่าตื่นตาตื่นใจ และก็เหมือนที่เจ้านาย (ซิเมโอเน่) ได้พูดไว้ เหนือไปกว่าถ้วยแชมป์ หรือการยอมรับ สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือการช่วยเหลือให้สโมสรได้เติบโต



ถาม : พูดได้ว่าคุณคือส่วนขยายของ ซิเมโอเน่ ในสนาม แล้ว ซิเมโอเน่ ล่ะเป็นอะไรสำหรับคุณ ? 


โกเก้ : นอกเหนือจากเป็นเทรนเนอร์ของผมแล้ว ผมอยากเน้นว่าเขาเปรียบเหมือนพ่อของผม เขาช่วยเหลือผมเสมอในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาเชื่อมั่นในตัวผมตั้งแต่วันแรกที่เขามา ผมจึงตอบแทนความมั่นใจที่เขามีให้ในสนาม สำหรับผมแล้วเขาคือชิ้นส่วนสำคัญที่เป็นรากฐานของสโมสร



ถาม : กี่ครั้งแล้วที่คุณขอบคุณเขาที่ไม่ยอมให้คุณย้ายไป มาลาก้า เมื่อเขามาถึง?


โกเก้ : ความจริงคือผมไม่เคยพูดขอบคุณเขาอย่างจริงๆจังๆเลย แต่ผมขอบคุณเขาด้วยผลงานในสนาม ผมแน่ใจว่าเขาจะภูมิใจที่ได้เห็นเด็กหนุ่มที่เขาเชื่อมั่นในตอนนั้นมอบทุกสิ่งทุกอย่างมาตลอดหลายปีให้ทีมไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก,การเสียสละ และยอมตายเพื่อผม และเพื่อทีม 


ผมคิดว่านั่นคือรูปแบบที่ผมพูดขอบคุณเขานะ มากกว่านั้นก็ …เฮ้ ฟังนะ ขอบคุณสำหรับสิ่งนั้น และชอบคุณสำหรับสิ่งอื่นๆด้วย (พูดถึง ซิเมโอเน่) 



ถาม : เราคงนึกภาพแอตเลติโก ที่ปราศจาก โชโล่ ไม่ออก เช่นเดียวกับ โชโล่ ที่ไม่มี โกเก้ ? 


โกเก้ : วันนึงผมก็ต้องเลิกเล่น แต่ว่าเทรนเนอร์ที่เรามีคือเทรนเนอร์ที่ดีที่สุดเท่าที่ แอตเลติโก จะมีได้ การมีเขามาตลอด 12 ปีที่ผ่านมาคือรากฐานสำคัญของสโมสรส่งผลให้พวกเรามีสเถียรภาพอย่างมาก 



ถาม : และ โกเก้ ก็เปรียบเสมือนมือทำงานของเขา ?


โกเก้ : เจ้านายมักจะมองที่สถานการณ์อยู่เสมอ เขามีแนวคิดที่ชัดเจนเสมอ แล้วก็เพิ่มความแตกต่างให้กับคุณลงไป ในกรณีของผม ตลอดชีวิตผมเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางมาตลอด แต่ผมเริ่มต้นลงเล่นในตำแหน่งตัวริมเส้นฝั่งซ้าย จากนั้นก็ย้ายไปขวา แล้วก็เปลี่ยนไปเล่นมิดฟิลด์ตัวรุก หรือแม้กระทั่งตำแหน่ง ฟัลโซ่ 9 จนกระทั่งตอนนี้ผมเล่นในตำแหน่ง pivot มันคือการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ และตามสิ่งที่เขาขอผม 


ผมรู้จักเขาดีจนถึงขนาดที่ว่าแค่มองตากันผมก็เข้าใจแล้ว 



ถาม : เรากำลังอยู่ในยุคที่ แอตเลติโก เล่นได้สนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ?


โกเก้ : ที่ผ่านมาก็มี แอตเลติโก ชุดที่เล่นสนุกเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นในฤดูกาลที่เราคว้าแชมป์ลา ลีกา 2014 เราเล่รฟุตบอลแบบทรานซิสชั่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ แฟนๆชอบกันมาก 


ในปี 2016 เราก็มีเกมฟุตบอลที่สุดยอดแม้ว่าเราจะไม่ประสบความสำเร็จใดๆ, ผมคิดว่านั่นคือหนึ่งในทีมแอตเลติโกชุดที่ดีที่สุดที่เคยมีมา ส่วนชุดที่คว้าแชมป์ ลา ลีกา ปี 2021 ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็นชุดที่เล่นฟุตบอลได้ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะในช่วงพาร์ทแรกของฤดูกาล จนมาถึงปัจจุบันหลังจากผ่านฟุตบอลโลก เราก็เก็ตกับบทบาทที่เจ้านายมอบให้ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็น แอตเลติโก ในเวอร์ชั่นนี้ 



ถาม : มันยิ่งภูมิใจมากขึ้นใช่มั๊ยเมื่อหันไปมองเหล่าแข้งผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งมีแนวรับอันแข็งแกร่ง และการทรานซิสชั่นที่ยอดเยี่ยมในอดีต หรือโต้เถียงกับพวกเขาเรื่องการครอบครองบอลตามแนวทางแบบในปัจจุบัน?


โกเก้ : มันยากนะ…ที่สุดแล้วคุณจะต้องปรับทีมตามนักเตะที่คุณมี ในยุคนั้นเรามีคาแรกเตอร์นักเตะที่แตกต่างออกไป เวลานี้เราสามารถครองบอลได้มากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามพวกรุ่นพี่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงมากๆ 


ยกตัวอย่างเช่นทีมชุดที่มี ดาบิด บีย่า ซึ่งคว้าแชมป์โลก,ดีเอโก้ กอสต้า ที่อยู่ในฟอร์มเทพ,อาร์ด้า ตูราน,ดีเอโก้ รีบาส, กาบี,ตีอาโก้,โกดิน,ฆวนฟราน,เฟลิเป้ หลุยส์…ทุกคนล้วนสุดยอด นั่นคือชุดที่น่าเหลือเชื่อ และทีมชุดปัจจุบันก็ยิ่งใหญ่เช่นกัน แต่ละคนล้วนติดทีมชาติชุดใหญ่ของตัวเอง 


มันเป็นเรื่องยากที่จะนำมาเปรียบเทียบ แต่ว่าผมรู้สึกสนุกกับทั้งสองแนวทาง ในยุคนั้นเราเน้นไปที่การโต้กลับและการเปลี่ยนจังหวะอย่างรวดเร็วมากกว่า ในปัจจุบันเราเน้นการครอบครองบอลมากขึ้น สนุกกับการเล่นกับลูกบอลมากกว่าเดิม สุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างคือการปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ต่างๆ และการได้สนุกกับฟุตบอล



ถาม : แม้ว่าจะมีคนมองว่าทีมของคุณเล่นเกมรับเป็นหลัก แต่ว่าเวลานี้ทีมมีมิดฟิลด์ ถึง 5 คนในแดนกลาง และคุณคนเดียวที่เล่นเกมรับ ? 


โกเก้ :  ผมเล่นตัวรุกมา 11 ปี และตอนนี้ผมเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ pivot ซึ่งจะบอกว่าผมกำลังสนุกอย่างมากกับตำแหน่งนี้ที่ไม่ใช่ตำแหน่งที่แท้จริงจากจุดเริ่มต้นเล่นฟุตบอลของผม ตั้งแต่เด็กผมไม่เคยเล่นตำแหน่งนี้ 


ผมสนุกอย่างมากที่ได้ลงไปเอาบอลจากแนวหลังและเปิดทางให้เพื่อนร่วมทีมได้เล่น มองหาช่องว่างระหว่างกับ กริซซี่,กอเรอา หรือ โมราต้า หรือไม่ก็เปิดบอลยาวขึ้นไปข้างหน้า 



ถาม : วิวัฒนานาการในการเล่นของคุณตอนนี้เป็นอย่างไรแล้ว คิดมากขึ้นและวิ่งน้อยลง ?


โกเก้ : ถ้าผมเขาสถิติให้ดูคุณจะเห็นว่าตอนนี้ผมวิ่งมากกว่าเดิม มันเป็นการเปลี่ยนแปลงสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ก่อนหน้านี้มีนักเตะที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าผม และเมื่อเวลาผ่านไปผมก็เติบโตขึ้นอย่างมากในแง่ของฟุตบอล ตอนนี้ผมอ่านเกมได้เร็วขึ้น ก่อนหน้านั้นผมจะกระตือรือร้นที่จะแทงบอลทะลุช่อง พยายามจ่ายบอลผ่านไลน์ดีเฟนส์คู่ต่อสู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อทำปรตู 


แต่ตอนนี้ผมถอยไปเล่นต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย ผมมีเวลาในการคิดเรื่องการเล่นและวางตำแหน่งการยืนของตัวเองเพื่อซัพพอร์ตเพื่อนร่วมทีมและทีมในการเล่นเกมรุก และเกมรับ สิ่งนี้ทำให้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ 


 


ถาม : ซิเมโอเน่ จินตนาการถึงการเดินทางแบบเดียวกันนี้กับ ปาโบล บาร์รีออส ?


โกเก้ : หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น มันคงสวยงาม สิ่งสำคัญมากที่สุดสำหรับสโมสรก็คือตัวตน ริเกลเม่ หรือ บาร์รีออส เวลานี้พวกเขากำลังยกระดับฝีเท้าขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยม พวกเขาคือปัจจุบันของ แอต.มาดริด และควรจะเป็นอนาคตของทีมด้วยเช่นกัน 


ปาโบล กำลังอยู่ในระดับการเล่นที่สุดยอด เขาจำเป็นต้องเติบโตเหมือนที่พวกเราเคยผ่านมา เช่นเดียวกันกับ ริเกลเม่ ซึ่งตอนนี้มีชื่อติดทีมชาติ เขาน่าเหลือเชื่อมาก 


ถาม : และสิ่งสำคัญที่ทีมชาติหลงลืมไปก็คือคุณ…คุณยกธงขาวเรื่องทีมชาติแล้วหรือยัง ?


โกเก้ : ไม่, มันชัดเจนว่าผมยังต้องการเล่นให้กับทีมชาติ ผมต้องการแบบนั้น ใครจะไม่อยากล่ะ จริงมั๊ย ? สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือนักเตะที่ติดทีมชาติในเวลานี้ต่างมีระดับการเล่นที่สุดยอดมากๆ พวกเขาคว้าแชมป์เนชั่นส์ลีก และผ่านเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2024 


ผมจะยังคงทำงานหนักกับสโมสรต่อไป และถ้าผมไม่มีชื่ดติดทีม ผมก็จะยังคงหนุนหลังทีมเหมือนเดิม เพราะผมคือคนสเปน และผมต้องการให้ สเปน ประสบความสำเร็จอยู่เสมอ



ถาม : แอตเลติโก ไม่ได้ยิงประตูเยอะเช่นนี้มานานแล้วตั้งแต่ปี 1957 คุณได้กลิ่นแชมป์บ้างหรือยัง ?


โกเก้ : เหมือนฤดูกาลที่ผ่านมาเราได้ตายไปแล้ว เราย่อยยับอัปปาง เราไม่สามารถผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์แชมเปี้ยนส์ลีก และทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะพังทลาย


มันเร็วไปที่จะพูดว่าเราจะคว้าแชมป์ เรายังอยู่ในเดือนพฤศจิกายนอยู่เลย แม้ว่านี่คือสิ่งที่เราตามหา คือการต่อสู้ลุ้นแชมป์ และเราก็ต้องการช่วงท้ายฤดูกาลที่ได้ลุ้นในทุกรายการ แต่เราก็รู้ว่าการจะไปถึงจุดนั้นเราก็ต้องอาศัยโชคสักเล็กน้อย และความกระหายที่จะชนะ 


แต่ถ้าเรายังเล่นฟุตบอลที่สวยงามเช่นนี้ ด้วยผู้เล่นเกมรุกมากมาย ไม่ว่าจะ ริเกลเม่ หรือ ลีโน่ ที่เป็นตัวรุก(ริมเส้น) ,โมลีน่า ที่เล่นแบ็กแต่แทบจะเป็นกองหน้าอีกหนึ่งคน , กริซซี่ ที่บางครั้งก็ขยับเข้ามาเล่นข้างใน , เรายังมี กอเรอา และ โมราต้า อีก…ด้วยเหตุนี้เราจึงทำประตูได้อย่างมากมาย 



ถาม : เพื่อที่จะคว้าแชมป์สักรายการ มาดริด และ บาร์ซ่า จะต้องพลาด หรืออย่างที่ เซเรโซ่ เคยพูดไว้ว่า แอตเลติโก จะต้องไม่พลาด ?


โกเก้ : มันอาจเป็นได้ทั้งสองแบบ, มาดริด และ บาร์เซโลน่า ทั้งคู่เป็นทีมที่แข็งแกร่งระดับโลก พวกเขามักอยู่ในระดับท็อปและเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แทบจะทุกนัด ส่วนพวกเราจะต้องเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อคว้าแชมป์ อย่างเช่นการคว้าแชมป์ลา ลีกา เมื่อ 2 ปีก่อน 


ในปี 2014 บาร์ซ่า ได้ลุ้นแชมป์จนถึงนัดสุดท้ายในเกมที่เราลงเล่นกับพวกเขาและ มาดริด เองก็อยู่ในข่ายลุ้นแชมป์  เช่นเดียวกันในปี 2021 ที่เราคว้าแชมป์ มาดริด เองก็เบียดตีคู่มากับเรา แต่ก็อย่างที่ท่านประธานได้พูดไว้หลายต่อหลายครั้ง มันไม่ใช่เรื่องของคนอื่นๆ แต่เราต้องมองตัวเองและทำผลงานให้ดี ถ้าเราทำได้ดี เราสามารถลุ้นได้ทุกรายการ



ถาม : คุณมีคำอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตาตื่นใจหลังจากฟุตบอลโลกมั๊ยว่ามันเป็นเรื่องทางฟุตบอล หรือว่าคุณได้เพิ่มบางสิ่งบางอย่างเข้าไปในห้องแต่งตัว ?


โกเก้ : เจ้านายส่งข้อความมาบอกว่าจะเล่นอย่างไร และวางแผนในอีกแบบนึง เขาต้องการที่จะครองบอลให้มากขึ้นและเปลี่ยนรายละเอียดหลายๆอย่าง และทีมก็ตอบรับเป็นอย่างดี 


มันเป็นการเชื่อมั่นในไอเดียอย่างเต็มที่ ที่ก่อนหน้านี้เราก็ทำเหมือนๆกันนี้แต่ผลออกมาไม่ดี จากนั้นทีมก็เริ่มเติบโตขึ้น เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นจากการเอาชนะเกมต่างๆทีละน้อยทีละน้อย และเราก็มาถึงจุดที่เรายืนอยู่ในปัจจุบัน 


นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการพูดคุยระหว่างพวกเรากันเอง เราคุยถึงสิ่งต่างๆของเรา แต่เหนือไปกว่านั้นก็คือเราได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ เพราะผมจำได้ว่าในช่วงต้นฤดูกาลเราเล่นได้ไม่ค่อยดีนัก เรานำแล้วก็โดนตีเสมอในตอนจบ หรือเราโดนยิงประตูขึ้นนำ และจากนั้นเราก็แพ้เลย…สิ่งเหล่านี้ล้วนทำลายความมั่นใจ 


ยกตัวอย่างเช่นปีนี้ ในช่วงต้นเกมกับ กาดิซ เราเล่นไม่ดี แต่เราก็คัมแบ็กกลับมาได้ เช่นเดียวกับเกมอื่นๆในบ้านที่เราก็ออกสตาร์ทได้ไม่ดี เราเสียประตู แต่ทีมก็กลับมาได้ผลการแข่งขันที่ดีในตอนท้าย ที่สุดแล้วมันก็คือคุณต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่คุณทำแล้วผลการแข่งขันก็จะตามมาเอง 



ถาม : อะไรที่ กริซมันน์ ต้องทำเพิ่มอีกเพื่อคว้าบัลลงดอร์ให้ได้สักครั้ง ?


โกเก้ : ผมคิดว่า กริซมันน์ ไม่ได้ไปยังจุดที่สูงกว่านี้เพราะเขาเล่นกับ แอตเลติโก ทุกอย่างล้วนเป็น marketing , กับ ฝรั่งเศส เขาเล่นนัดชิงชนะเลิศ 2 นัด คว้าแชมป์ได้ 1 ครั้ง และอีกครั้งก็เกือบจะทำได้ เขาเกือบจะคว้าแชมป์ยูโรได้หนึ่งครั้ง , ปีที่แล้วเขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของ ลา ลีกา และเขายังคงดีที่สุดต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ผมไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์โหวตลงคะแนน แต่มันเป็นความจริงที่ว่าถ้าเขาเล่นกับทีมอื่น เขาคงได้รับการยอมรับตรงจุดนี้ไปแล้ว (บัลลงดอร์) 



ถาม : พูดถึงเรื่องแชมป์ โกเก้ ขาดแค่ถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเกือบจะได้สัมผัสมันถึง 2 ครั้ง มันให้ความรู้สึกอย่างไรบ้าง?


โกเก้ : สำหรับผมมันไม่ใช่การหมกมุ่น ความจริงก็คือผมสนุกอย่างเต็มที่ในทุกๆทัวร์นาเมนท์ และ แชมเปี้ยนส์ลีก ผมก็รู้สึกสนุกอย่างมาก เราใกล้เคียงที่จะคว้าแชมป์ แต่ก็หลุดมือไปเพราะเราเสียประตูในนาทีที่ 93 และอีกครั้งนึงก็คือการแพ้จุดโทษ คุณไม่มีวันที่จะเข้าใกล้มันได้ยกเว้นแต่คุณจะชนะมัน ผมพยายามสนุกไปกับมัน เอนจอยกับชีวิตในทุกๆวัน 


เหนืออื่นใดก็คือเกมแต่ละเกมที่ผมจะต้องลงไปเอาชนะ เหมือนอย่างที่เราทำก่อนนัดชิงทั้งสองนัดนั้น ผมสนุกไปกับเส้นทางของมัน ต่อสู้ใในแต่ละเกมของรอบแบ่งกลุ่ม จากนั้นก็รอบ 16 ทีม ,รอบ 8 ทีม เช่นไปเรื่อยๆจนถึงนัดชิงชนะเลิศ และคว้าชัยชนะ 



เจมส์ ลา ลีกา แปล& เรียบเรียง



ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com