ก่อนพักเบรกสองสัปดาห์ทีมชาติ อาร์เซน่อล ทำผลงานตามเป้าด้วยการเก็บชัยชนะสุดสำคัญเอาไว้ได้พร้อมกับยืดสถิติไร้พ่ายออกไปเป็นนัดที่ 10 นัดติดต่อกันจากทุกรายการ

“ปืนใหญ่” เปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เฉือนชนะ วัตฟอร์ด 1-0 จากประตูชัยของ เอมิล สมิธ โรว์ ดาวรุ่งตัวเก่งที่ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องในช่วงนี้

ชัยชนะนัดนี้สำคัญอย่างมากเพราะนอกจากรักษาผลงานที่ทำได้ดีตลอดช่วงหลังแล้ว ยังทำให้ขยับอันดับไปอยู่ที่ 5 ของตารางได้ด้วย

นับเป็นช่วงสองเดือนที่ มิเกล อาร์เตต้า พาทีมเก็บคะแนนเป็นกอบเป็นกำและพลิกสถานการณ์ให้ได้ราวกับเป็นคนละทีมเมื่อเทียบกับตอนเริ่มฤดูกาล

เบรกทีมชาติรอบแรกในเดือนกันยายน อาร์เซน่อล จมบ๊วยของตารางจากการแพ้ 3 นัดรวด ไม่มีคะแนน และยิงประตูไม่ได้เลย

แต่เบรกทีมชาติในเดือนพฤศจิกายนนี้ “ปืนใหญ่” ไต่อันดับขึ้นมาถึงที่ 5 ของตาราง ตามหลัง “แชมป์เก่า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียง 3 คะแนน และตามหลัง “จ่าฝูง” เชลซี 6 คะแนน

ชัยชนะล่าสุดเหนือแตนอาละวาดจึงเป็น 3 คะแนนที่สุดสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเกมที่หลายสิ่งหลายอย่างติดขัด และไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คาดเอาไว้ตอนแรก

มิเกล อาร์เตต้า มีเรื่องให้ต้องปรับตั้งแต่ก่อนเกมเมื่อ โธมัส ปาร์เตย์ บาดเจ็บโคนขาหนีบลงเล่นไม่ได้ เอนส์ลีย์ เมทแลนด์-ไนล์ส จึงได้โอกาสลงแทนแแดนกลางคู่กับ อัลเบิร์ต แซมบี้ โลคองก้า

นั่นหมายความว่าคู่มิดฟิลด์ตัวกลางต่างไม่ใช่ตัวเลือกแรกเพราะนอกจาก ปาร์เตย์ ที่เจ็บล่าสุดแล้ว กรานิต ชาคา อีกหนึ่งตัวประสบการณ์ก็เดี้ยงยาวจนถึงต้นปีหน้าอยู่ก่อนแล้ว



สมิธ โรว์ ยิงได้อีกแล้ว

แต่ข่าวดีคือการได้ คีแรน เทียร์นีย์ แบ็กซ้ายตัวหลักหายเจ็บกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ทว่า อาร์เตต้า เลือกให้ นูโน่ ตาวาเรส ที่เล่นแทนในสองนัดหลังสุดและทำผลงานได้ดี ลงตัวจริงอีกนัด ตำแหน่งอื่นยังเป็นชุดเดิมจากเกมบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0

ก่อนถึงประตูชัยของ สมิธ โรว์ ในต้นครึ่งหลัง อาร์เซน่อล มีโอกาสหลายครั้งที่จะได้ประตูนำไปก่อน แต่ก็เหมือนกับไม่มีอะไรเป็นใจให้ซึ่งทุกจังหวะ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ล้วนมีเอี่ยว

จังหวะลุ้นครั้งแรก “โอบา” จับบอลไม่เชื่องเท้า บอลไปถึง บูคาโย่ ซาก้า ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าได้ยิงเข้าไป แต่ก็ถูกวีเออาร์ริบคืน  

จากนั้น โอบาเมย็อง มีโอกาสยิงจุดโทษหลัง อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ถูก แดนนี่ โรส ทำฟาวล์ ทว่า เบน ฟอร์สเตอร์ ก็ป้องกันลูกยิงจุดโทษได้อย่างยอดเยี่ยม 

โอบา พลาดจุดโทษในบ้านเป็นนัดที่สองติดต่อกันหลังยิงพลาดมาแล้วในเกมกับ แอสตัน วิลล่า ก่อนตามซ้ำจังหวะสองเข้าไป และนับตั้งแต่ย้ามาเล่นในพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2018 อดีตดาวยิง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยิงจุดโทษพลาดไปแล้ว 4 ครั้ง

และอีกครั้งในครึ่งหลังที่แหย่เท้าจิ้มบอลที่ มาร์ติน โอเดการ์ด ยิงจังหวะแรก ทำให้ล้ำหน้าซ้ำอีก ลูกนี้สัญชาตญาณกองหน้าของ โอบาเมย็อง ไวไปหน่อย ถ้าปล่อยให้เข้าเลยก็เป็นประตู 2-0 ซึ่งน่าจะทำให้เล่นง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องลุ้นเหนื่อยจนถึงจนเกม

หัวหอกทีมชาติโตโกมีโอกาสดีมากที่จะยิงในลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 5 นัดติดหลังจากยิงได้ทั้งเกมพบ นอริช, สเปอร์ส, พาเลซ และ วิลล่า ทว่าเกมนี้เหมือนไม่ใช่วันของเขา หากเป็นวันอื่นคงมีสกอร์ไปแล้ว

แต่ยังดีที่สุดท้ายแล้วทีมยังเก็บชัยชนะเอาไว้ได้ แม้สกอร์น้อยนิด แต่ก็คือ 3 คะแนนเช่นกัน

จังหวะได้ประตูของ สมิธ โรว์ เกือบเป็นอีกครั้งที่พลาดโอกาสได้ประตูเพราะฝั่ง เคลาดิโอ รานิเอนี่ กุนซือจอมเก๋าของทีมเยือนโวยว่า อาร์เซน่อล ไม่ยอมเตะบอลคืนให้

เหตุการณ์ดังกล่าว แดนนี่ โรส เตะบอลออกด้านข้างเพราะเพื่อนร่วมทีมบาดเจ็บ หลังจากนั้นปืนใหญ่ไม่คืนบอลให้และเล่นต่อจนนำไปสู่การได้ประตูเดียวของเกม



โอบาเมย็อง ยิงจุดโทษไม่เข้า

อาร์เตต้า ออกมาปกป้องข้อกล่าวหาดังกล่าวทันที โดยกล่าวว่า “ผมต้องปกป้องลูกทีมของผม ปกป้องทีมของผม และสโมสรของผม เราไม่ได้ตั้งใจที่จะฉกฉวยความได้เปรียบแต่อย่างใด”

“คงต้องบอกว่าเราคือทีมที่เล่นอย่างตรงไปตรงมาที่สุด บางครั้งเราคงจะทำตัวไร้เดียงสาไม่ได้ แต่ถ้าเขารู้สึกกับเราและสโมสรงเราเป็นแบบนั้น ผมคงต้องขอโทษด้วย”

อาร์เซน่อล ไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุด เกมรุกพลาดโอกาสหลายต่อหลายครั้ง ขณะที่เกมรับมีชอตหลุดเช่นกันจาก อารอน แรมส์เดล ที่เล่นได้ดีมาตลอดและเซฟนับครั้งไม่ถ้วน ออกมาตัดบอลจนเปิดโอกาสให้ โจชัว คิง ได้ยิงมุมแคบ ยังดีที่บอลไม่เข้ากรอบ 

แต่กระนั้นภาพรวมก็ยังคู่ควรกับการเป็นผู้ชนะและเก็บคลีนชีตในลีกได้เป็นนัดที่ 5 จาก 8 นัดหลังสุด 

ในวันที่ไม่ได้เล่นท็อปฟอร์ม การเก็บชัยชนะได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นและมีค่ามากยิ่งขึ้นในสัปดาห์ที่หลายทีมใหญ่ทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และ สเปอร์ส ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย

“การคว้าชัยชนะได้ก่อนเบรกทีมชาติเป็นเรื่องดีเสมอ มันทำให้โมเมนตัมเดินหน้าต่อ บรรยากาศก็ดีกับนักเตะที่มีที่นี่ เป็นช่วงที่ดี”  

“มันโชว์ให้เห็นถึงความสามัคคี กล้าหาญ และพัฒนาการของทีม เราประสบความสำเร็จในแง่ของผลงานที่ดีขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แต่ยังมีงานให้ต้องทำอีกมาก” อาร์เตต้า กล่าวส่งท้าย

สำหรับกุนซือชาวสแปนิชที่คุมทีมครบ 100 นัด สามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 54 นัด เป็นสถิติดีกว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานกุนซือชาวฝรั่งเศสที่พาทีมได้ชนะได้ 51 นัด และเป็นรอง จอร์จ เกรแฮม อดีตผู้จัดการทีมที่เคยคุมทีมระหว่างปี 1986-1995 (56 นัด) เพียงคนเดียว

ชัยชนะ 1-0 อันน้อยนิด แต่มีค่ามหาศาล และน่าจะทำให้มีขวัญกำลังใจที่ดีสำหรับนัดต่อไปหลังเบรกทีมชาติที่ต้องไปเยือนแอนฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com