การแซงกลับมาเอาชนะ อตาลันต้า 3-2 ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นผลการแข่งขันตามที่ต้องการ แต่หากพิจารณาไปถึงรูปเกมโดยรวมยังมีสิ่งที่น่ากังวลอยู่มาก โดยเฉพาะสัญญาณอันตรายในช่วง 45 นาทีแรก

สิ่งที่น่ากังวลนั่นคือผลงานที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกเพราะมันคือฟอร์มที่นับได้ว่าไม่ค่อยน่าอภิรมย์หรือพึงพอใจเท่าไหร่ ทั้งรูปแบบการเล่น, การเข้าทำ และการป้องกันฝ่ายตรงข้าม

เป็นอีกนัดที่นักตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเกมได้ล่าช้า แม้ว่าจะครองบอลและพยายามหาโอกาสเล่นงานทีมเยือนจากอิตาลี แต่ความผิดพลาดและสมาธิที่ขาดหายไปทำให้ทีมต้องตามหลังไปก่อนถึงสองประตู

ทั้งสองลูกที่เสียไปได้ยืนยันอีกครั้งว่าทีมมีปัญหาในเรื่องของสมาธิและการยืนตำแหน่ง นอกจากนั้นยังแสดงจุดโหว่สำคัญในการป้องกันการเข้าทำของฝ่ายตรงข้าม เพราะหากพิจารณาดีๆ แล้ว มันเป็นการเข้าทำที่ทีมสามารถป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจากจังหวะต่อเกมในประตูแรก หรือลูกตั้งเตะในประตูที่สอง

จึงนับได้ว่าเป็น 45 นาทีที่ไม่น่าจดจำ เพราะนอกจากประตูที่เสียไปการเข้าทำของทีมยังดูติดๆ ชัดๆ ไม่ต่างเกมที่ผ่านๆ มา ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสแต่มันดูขาดๆ เกินๆ ในจังหวะสุดท้ายทั้งการผ่านบอล, การจบสกอร์ หรือการประสานงาน


แต่หลังจากจบ 45 นาทีแรก นักเตะได้มีเวลาสงบอารมณ์ทบทวนความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนยังไม่ถอดใจก่อนจะลงไปสร้างผลงานยอดเยี่ยมใน 45 นาทีหลัง

เรื่องนี้ต้องกล่าวชมทุกๆ คนที่มีส่วน เพราะพวกเขาทำได้ดีก็ต้องยกความดีความชอบให้ โดยเฉพาะการปรับเกมให้เร็วขึ้น, ต่อบอลอย่างแม่นยำและไม่เสียบอลง่ายๆ เหมือนครึ่งแรก ซึ่งนั่นคือปัจจัยสำคัญในการเล่นงานแนวรับของ อตาลันต้า ได้มากขึ้น

ตัวอย่างชัดเจนคือประตูตีไข่แตกที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผ่านจังหวะเดียวทะลุแนวรับไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จบกสอร์ มันคือหลักฐานสำคัญ เป็นจังหวะทำเร็วและแม่นยำ ทุกๆ อย่างเหมาะเจาะลงตัวก่อนนำมาซึ่งประตูแห่งความหวัง 

จะว่าไปแล้ว ประตูดังกล่าวคือจุดเปลี่ยนแรกของเกมที่ทำให้กำลังใจของนักเตะทวีคูณมากขึ้น มันคือแสงสว่างแห่งความหวังไม่ต่างจากแฟนบอลที่ส่งเสียงเชียร์ดังกว่าเดิม

นอกจากนั้นมันยังเป็นการโยนความกดดันไปให้ อตาลันต้า เพราะสีหน้าท่าทางของนักเตะทีมเยือนเริ่มเหยเกและแสดงอาการขาสั่นให้เห็น

หลังจากนั้นรูปเกมส่วนใหญ่ตกมาเป็นของ ปิศาจแดง ที่พยายามหาจังหวะเพื่อตีเสมอ แม้ทีมเยือนจากแบร์กาโม่มีโอกาสเล่นงานในจังหวะโต้กลับแถมเกือบฝังประตูที่ 3 จาก ดูวาน ซาปาต้า และ รุสลัน มาลีนอฟสกี้ แต่ทาง ดาบิด เด เคอา สร้างความแตกต่างได้อีกครั้ง ซึ่งมั่นคืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของเกมที่ผ่านมา


เมื่อไม่โดนประตูที่ 3 จากจังวะสวนกลับ ทำให้แข้งผีแดงยังคงอยู่ในเกม พวกเขาทราบดีว่าโอกาสในการกลับมาสู่เส้นทางยังคงเปิดกว้าง ก่อนจะประสบความสำเร็จจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์

ประตูตีเสมอถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ มันเกิดขึ้นจากลูกครอสข้างสนามของ บรูโน่ ที่ลอยเข้าทางกัปตันแฮร์รี่หวดเสียบเสาไกล จุดนี้คืออีกหนึ่งการเล่นที่เปลี่ยนไปของ ผีแดง นอกจากการผ่านบอลที่แม่นยำขึ้น พวกเขายังสร้างโอกาสจากการเดินเกมริมเส้น เราจะได้เห็นการเติมเกมและครอสบอลเข้าเขตโทษบ่อยขึ้นกว่า 45 นาทีแรก ซึ่งสิ่งนั้นสร้างความลำบากใจให้แนวรับทีมเยือน บวกกับการมี เอดินสัน คาวานี่ ลงสนามตั้งแต่นาที 66 ยิ่งทำให้ อตาลันต้า เจอภาระหนักกว่าเดิม

รูปเกมที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงการยืนตำแหน่งที่ต่างจากครึ่งแรกเราได้เห็นแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด อันตรายมากขึ้น การมี คาวานี่ คอยค้ำแดนหน้าและพยยามไล่บอล มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ฉีกออกด้านข้างสลับการหุบเข้าในยิ่งทำให้ อตาลันต้า หัวหมุน ไหนจะ ลุค ชอว์ ที่เติมเกมไม่มีหมด บรูโน่ ที่พยายามเชื่อมเกมและเรียกบอลในทุกๆ จังหวะที่มีโอกาส กองกลางโปรตุกีสกลายมาเป็นคนบัญชาการเกมอย่างเต็มตัว มันจึงทำให้ทีมมีทางเลือกมากขึ้น ไหนจะ ปอล ป็อกบา ที่ลงไปช่วยให้การต่อบอลของทีมแน่นอนกว่าเดิม 

สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ หลอมรวมเข้าหากัน จนท้ายที่สุด ลุค ชอว์ ครอสเข้าหัว โรนัลโด้ โขกประตูชัยให้ทีมคว้า 3 แต้ม

ถือเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยมหากมองไปในมุมความพยายามและไม่ย่อท้อแม้จะตามหลังไปก่อนสองประตู กระนั้นสิ่งที่น่ากังวลก็ไม่ได้หายไปจากเกมที่ผ่านมา เพราะสัญญาณอันตรายยังคงแสดงให้เห็นเหมือนเคย

อย่างที่เรียนไปตั้งแต่ต้นว่าผลงานช่วง 45 นาทีแรกถือเป็นการเล่นที่แย่ที่สุดหนหนึ่งในซีซั่น โดยเฉพาะการป้องกันที่ต้องรัดกุมแน่นอนมากกว่านี้

ยิ่งมองไปถึงเกมนัดต่อไปในการรับมือ ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์นี้ หากทีมยังคงผิดพลาดง่ายๆ เหมือนเกมที่ผ่านมา โอกาสโดนอริเบอร์ 1 บุกมาสอนเชิงถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกใจอะไร เพราะอย่าลืมว่าศักยภาพในแนวรุกของ หงส์แดง ดีกว่า อตาลันต้า อยู่เยอะเลย

คิดง่ายๆ หากผลงานใน 45 นาทีแรกของนัดล่าสุดดันไปเกิดขึ้นในเกมรับมือ หงส์แดง อะไรจะเกิดขึ้น ดีไม่ดีทีมอาจจะโดนมากกว่า 2 ประตู ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แฟนบอลไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน


ถึงตรงนี้กำลังใจของนักเตะกลับมาเต็มเปี่ยมจากการพลิกสถานการณ์เอาชนะหรือโกงความตายได้อีกครั้ง แต่อย่าลืมว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นทุกๆ ครั้ง และไม่ได้มีอะไรการันตีเลยว่าทีมจะสามารถทำเรื่องดังกล่าวได้เสมอไป

สิ่งสำคัญคือการกลับไปเรียนรู้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พยายามปรับการเล่นให้มั่นคงกว่าที่ผ่านมา และอย่าลืมว่าต้องพยายามติดเครื่องให้เร็วตั้งแต่ต้น เพราะบ่อยครั้งที่นักเตะผีแดงเครื่องร้อนช้าจนโดนฝ่ายตรงข้ามเล่นงานไปก่อน

นัดที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงผลงานที่แตกต่างชัดเจนในสองครึ่งเวลา ซึ่งมันคือเรื่องที่ต้องจดจำนำไปแก้ไข และมีสิ่งที่ทีมต้องลืมเลือนในเวลาเดียวกันโดยเฉพาะฟอร์มในครึ่งแรกที่พยายามอย่าให้เกิดขึ้นในเกมวันอาทิตย์นี้

หวังว่าผลงานในเกมนัดต่อไปจะดีขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องที่พยายามเน้นหนักมาตลอดในส่วนการป้องกันและสมาธิของแนวรับ เพราะนัดต่อไปหากพลาดเพียงนิดเดียวโอกาสโดนลงโทษและเจ็บหนักมีสูงอย่างมาก อีกส่วนที่สำคัญคือแนวรุกต้องพยายามเล่นให้ลื่นไหลพร้อมสร้างโอกาสเข้าทำเหมือนช่วง 45 นาทีหลังของนัดล่าสุด

มันคือการบ้านที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และลูกทีมต้องนำไปตีโจทย์ให้แตก ก่อนเกมนัดสำคัญ พวกเขาทราบดีว่าส่วนไหนที่ต้องพัฒนาพร้อมทำให้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งที่จะพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนคือผลงานในสนาม

ผลงานที่ต้องมาพร้อมผลการแข่งขัน เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงที่ผ่านมาแข้งปิศาจแดงทำให้แฟนบอลผิดหวังเป็นอย่างมาก จนมาถึงช่วงครึ่งหลังของเกมที่ผ่านมาที่ทำให้พอมีรอยยิ้มอยู่บ้าง

นัดต่อไปนอกจากจะเป็นการดวลอริเบอร์ 1 มันยังเป็นเกมที่สาวกผีแดงคาดหวังจะได้เห็นผลงานที่ดีขึ้น เพราะหากทำได้มันจะเป็นการพลิกกลับของสถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้กลายมามีความหวังอีกครั้ง ซึ่งทุกๆ อย่างขึ้นอยู่กับนักเตะแล้วว่าจะทำได้หรือไม่

ไม่มีใครทราบถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น ทำได้เพียงภาวนาว่าทุกๆ อย่างจะเป็นไปตามที่ต้องการ และจบลงอย่างที่ตั้งใจไว้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com