เพื่อนำ บาร์ซ่า กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ ชาบี จึงใส่กฏเหล็กไว้ใน road map การทำงานของตัวเอง เขาเอ่ยปากว่าอยากให้นักเตะบาร์ซ่ากลับมาเคร่งครัดในระเบียบวินัยอีกครั้ง ทว่านอกเหนือจากนี้ยังมีสิ่งที่เขาต้องการมันมากกว่า แต่ไม่เคยพูดออกมา

ในงานเซ็นสัญญาเปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มี 2 สิ่งที่ ชาบี เอร์นานเดซ พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นอย่างชัดเจน 


หนึ่ง..แฟนๆรักเขามาก และสอง..แฟนๆคาดหวังในตัวเขามากเช่นกัน 


มีกูเล่ส์เดินทางมา คัมป์ นู เพื่อร่วมงานเปิดตัว ชาบี ทั้งสิ้น 9,422 คน ไม่เคยมีเทรนเนอร์คนไหนของ บาร์เซโลน่า ได้รับการต้อนรับอบอุ่นขนาดนี้มาก่อน 



สื่อดังอย่าง มาร์ก้า ยังบอกว่า “นี่ไม่ใช่งานเปิดตัวเทรนเนอร์หรอก แต่เป็นงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายกลับบ้านต่างหาก”  


ความรัก ความผูกผัน และการยกย่อง คือต้นทุนที่ ชาบี มีมากกว่าเทรนเนอร์บาร์เซโลน่าคนอื่นๆในรอบหลายๆปีมานี้ เขาได้รับการยอมรับโดยทันที ทั้งๆที่ยังไม่ได้คุมเกมเลยแม้แต่นัดเดียว


“มันคือฝันที่เป็นจริง ผมขนลุกไปหมด ผมจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อทำให้มันเวิร์คให้ได้ ในปี 2015 ความฝันของผมคือการกลับมา กลับมาพร้อมกับความรับผิดชอบสูงสุด”


“พวกเราคือสโมสรที่ดีที่สุดในโลก เราจะทำงานด้วยความกระหายเพื่อความความสำเร็จ ผมรู้ว่าผมมาในช่วงเวลาที่ยากลำบากของสโมสร แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว” ชาบี บอกกับกูเล่ส์ทั้ง คัมป์ นู และทั่วโลก ที่จ้องมองเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง 



“รักมากเท่าไหร่ ก็คาดหวังมากเท่านั้น” 


ความรักที่ไม่คาดหวังมีแค่ในละคร คุณผู้หญิงที่ผู้ชายคนไหนบอกว่าไม่คาดหวัง ให้ตีเสียว่า 98% “มันโกหก” 


แม้จะได้ความรักอย่างมหาศาล แต่ ชาบี ก็ต้องแบกรับความกดดันในปริมาณที่ใกล้เคียงกันตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำงาน ทุกย่างก้าวของเขา ล้วนถูกเฝ้าจับจ้อง 


ชาบี พูดถึงไอเดียในการทำทีมว่า เขาต้องการให้ทีมเป็นตัวเอก (ของเกม),มีฟุตบอลอยู่กับเท้า,สร้างสรรค์โอกาส,เล่นอย่างดุดัน,เพรสซิ่งในแดนของคู่ต่อสู้, เปิดเกมรุกทางริมเส้น 


“แนวทางในการเอาชนะที่ดีที่สุดคือเล่นให้ดี เราต้องการเล่นอย่างมีความสุข, เล่นเกมรุก คาดเดายาก,สร้างความกดดันแดนบน,ครอบครองบอล” 


สิ่งที่ ชาบี พูด คือสิ่งที่แฟนอยากได้ยิน แต่เหนืออื่นใด พวกเขาอยากเห็นมันมากกว่า  



ROAD MAP ในการฟื้นฟู บาร์เซโลน่า ของ ชาบี เริ่มต้นไปแล้ว วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เขาสั่งปลด ฆวนโฆ บราอู นักกายภาพ กับ อัลเบิร์ต โรก้า โค้ชความฟิตออกจากทีมชุดใหญ่


บราอู มีส่วนต้องรับผิดชอบกับอาการบาดเจ็บซ้ำซากของนักเตะ หลายรายเจ็บแล้วหายกลับมาเล่นได้ไม่นานก็เจ็บอีก ส่วน โรก้า นั้น ทำในสิ่งที่ ชาบี เห็นมาตลอดว่ายังไม่ดีพอ 


เขาต้องการทีมที่เล่นได้ดุดัน เข้มข้น เพรสซิ่งอย่างมีคุณภาพ แต่การจะเล่นแบบนั้นได้ ร่างกายต้องฟิตมาก ไม่ใช่แค่ฟิตตามมาตราฐาน นั่นเอง โรก้า จึงต้องไป เพราะเขาทำให้นักบอลฟิตในแบบที่ ชาบี ต้องการไม่ได้ 


แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โค้ชความฟิตอย่างเดียว มันมาจากระเบียบวินัยที่ย่อหย่อนด้วย 


ชาบี ไม่ได้อยากเป็นเทรนเนอร์จอมโหด เขาต้องการเป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษาของนักเตะ แต่การอยู่ร่วมกันก็ต้องมีกฏ 


ในงานเปิดตัวเมื่อวันจันทร์ มีอย่างน้อย 5 ครั้งที่ ชาบี พูดถึงเรื่องวินัยในทีม ซึ่งร่ำลือกันว่านับแต่ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ย้ายออกไป ความเคร่งครัดต่อกฏภายในก็จางหายไปด้วย กระทั่งยุคของ คูมัน ที่ก็เล็งเห็นถึงปัญหานี้และพยายามแก้ไข ทว่าดูจากผลงานแล้ว เหมือนว่ากุนซือดัตช์จะล้มเหลวไม่เป็นท่า 


หลุยส์ โรโฆ นักข่าวมาร์ก้า เขียนในบทความว่า คูมัน กำหนดเวลาเริ่มซ้อม 10 โมงตรง แต่ก็จะมีแกนหลักบางคนที่เดินลงมาตอน 10.10 นาที ภาพที่เกิดขึ้นจนชินตาคือ คูมัน ยืนรออยู่กลางสนาม พยายามอดทนกับการมาสายของแข้งเก๋าบางราย 


หรือการเดินทางโดยรถบัสของสโมสรซึ่งมักกำหนดไว้ 10 โมงเช้า แต่ต้องออกรถช้ากว่ากำหนดประมาณ 10 นาทีเกือบทุกครั้ง เพราะต้องรอนักเตะบางคนที่ยังมาไม่ถึง 


ประเด็นเรื่องการกินมื้อเช้าก็เช่นกัน หลายปีก่อน นักเตะชุดใหญ่ทุกคนจะต้องมากินมื้อเช้าร่วมกันก่อนลงซ้อมและกินอีกมื้อหลังซ้อมเสร็จ แต่ประเพณีนี้ก็จางหายไปกับกาลเวลา 


ปัจจุบัน บางคนยังมากิน บางคนกินมาจากบ้าน หรือบางคนไม่กินเลย ตรงนี้ คูมัน เองพยายามจะเอาประเพณีนี้กลับคืนมา แต่ก็ไม่มีการควบคุมอย่างจริงจัง จึงเหมือนว่าไม่มีบรรทัดฐาน ซึ่งต่างจากยุค เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ที่ซีเรียสกับเรื่องนี้อย่างมาก ไม่มีการยืดหยุ่นแม้แต่น้อย



เพื่อการนี้ ชาบี จึงวางกฏเหล็กไว้ 10 ข้อ 

1 นักเตะจะต้องมาถึงสนามซ้อม 1 ชั่วโมงครึ่งก่อนการซ้อม (ซ้อม 10 โมงตรง)


2 เพื่อเป็นตัวอย่าง ทีมสต๊าฟทุกคนจะต้องมาถึงสนามก่อนการซ้อม 2 ชั่วโมง 


3 นักเตะทุกคนจะต้องกินอาหารร่วมกันที่ ซิวตาต เอสปอร์ตีบา (สนามซ้อมของสโมสร)


4 ใครที่ทำผิดกฏจะมีค่าปรับ ตั้งแต่น้อย,กลาง,หนักและหนักมาก (เป๊บ กับ เอ็นรีเก้ ใช้กฏนี้อย่างจริงจัง)  


5 ค่าปรับทวีคูณ ใครที่ทำผิดซ้ำความผิดเดิมจะถูกปรับเงินเพิ่มอีกเท่าตัว และมากขึ้นเรื่อยๆ (มีเรื่องเล่าว่า นักเตะบางคนในยุคของ เอ็นรีเก้ เคยโดนปรับรวมเป็นเงินถึง 6,000 ยูโรเลยทีเดียว) 


6 48 ชั่วโมงก่อนเกมการแข่งขัน ห้ามนักเตะกลับถึงบ้านหลังเที่ยงคืน ซึ่งถ้ารวมเกมยุโรปเข้าไปด้วยแล้ว นั่นเท่ากับว่านักเตะไม่สามารถกลับบ้านหลังเที่ยงคืนได้เลยเกือบทั้งฤดูกาล 


7 ใครซ้อมดีที่สุดจะได้เล่น ใครซ้อมไม่ดีจะไม่ได้เล่น สถานเบาเป็นตัวสำรอง สถานหนักหลุดจากทีม 


8 นักเตะสามารถมีกิจกรรมส่วนตัวหรือเล่นกีฬาชนิดอื่นได้ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการเล่นฟุตบอล และนักเตะไม่สามารถเดินทางไกลระหว่างฤดูกาลได้ หากไม่ได้รับอนุมัติจากเทรนเนอร์


9 ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมเสี่ยง ดังนั้นจึงห้ามเล่นกระดานโต้คลื่นหรือขี่จักรยานยนต์ เรื่องนี้ยังขัดกับข้อตกลงที่นักเตะแต่ละคนเซ็นสัญญากับสโมสร ซึ่งถือเป็นการผิดสัญญา


10 นักเตะจะต้องเป็นมิตรกับแฟนบอล และจะต้องปฏิบัติตามกติกาอย่างเคร่งครัด 



กฏทั้ง 10 ข้อ ไม่ยากเลยในการปฏิบัติตาม สิ่งที่ยากคือการยืนหยัดทำมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยความอดทน ระเบียบวินัยในตนเองอย่างสูง มันคือการอุทิศตนเพื่อสโมสร หากทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เมื่อนั้นผลงานที่ดีจะออกมาเอง 


ระเบียบวินัย คือสิ่งที่ ชาบี ขอจากนักเตะ หากแต่เรื่องนี้ ไม่มีทางที่จะเห็นผลทันตา ต้องอาศัยระยะเวลาในการทำงาน


รูปแบบการเล่นที่ ชาบี พูดถึงซึ่งแฟนๆอยากเห็นนั้น ใดๆก็ตามต้องเริ่มจากจุดนี้ อาศัยความอดทนและเวลา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ ชาบี ไม่ได้ร้องขอ หากแต่ในความเป็นจริงมันคือสิ่งที่เขาต้องการจากแฟนๆมากที่สุด 



เจมส์ ลา ลีกา


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com