แม้ทีแรกอนาคตของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในถิ่นแอนฟิลด์ เหมือนจะกลับมาเปิดกว้างอีกครั้งเมื่อช่วงต้นซีซั่น ทว่าเวลาผ่านไปไม่นานมันดูจะจบลงอย่างรวดเร็วเสียแล้ว

    ชื่อของ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อาจถูกโยนเข้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะในเดือนมกราคม ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ ซึ่งมี อาร์เซน่อล ทีมเก่าที่เคยขายเขาด้วยจำนวนเงิน 35 ล้านปอนด์ ในปี 2017 เป็นหนึ่งในทีมที่สนใจ

    กองกลางที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก และพรีเมียร์ลีก กับ หงส์แดง ล้มเหลวในการพิสูจน์ตัวเองฐานะตัวแทน 'ฟอลส์ไนน์' ของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนมันตามมาด้วยความยากลำบากในการหาโอกาสลงสนาม ซึ่งนั่นอาจลงเอยเช่นเดียวกับ 4 ปีก่อนที่เขาต้องย้ายทีมเพื่อหาโอกาสลงเล่นในตำแหน่งกองกลางแบบสม่ำเสมอ

    แม้ว่า อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะฟิตมาเกือบปีแล้ว แต่ปัญหาของเขาที่ ลิเวอร์พูล ก็พูดได้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่อาการบาดเจ็บในช่วงท้ายฤดูกาลแรกที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่าเสียหายหนักจนต้องพักยาวถึง 11 เดือน

    อันที่จริง ก่อนเจอโรคเดี้ยงใหญ่ อนาคตของเขาในทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มองมุมไหนก็สดใสมาก เพราะแค่ 3 สัปดาห์ก่อนหน้าเขาเพิ่งจะตะบันไกลสุดสวยใส่ แมนฯ ซิตี้ ในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก

    ในตอนนั้น เขากลายเป็นคนที่ทีมแทบจะขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมกับประตู หรือแอสซิสต์จากตำแหน่งมิดฟิลด์ เขาดูเข้ากับระบบของ คล็อปป์ อย่างมากหลังย้ายมาจาก ปืนใหญ่

    ทว่านั่นก็แทบจะเป็นเพียงความรู้สึกเดียวว่าเป็นช่วงเวลายอดเยี่ยมที่สุดของเขากับ ลิเวอร์พูล ซึ่งมันได้ผ่านเลยไปแบบไม่มีวันหวนกลับแล้ว

    เมื่อพิจารณาถึงความรุนแรงจากอาการบาดเจ็บ การกลับมาของเขาในปี 2019-20 นั้นเป็นไปอย่างราบรื่น และตามกรอบเวลาที่คาดหวังไว้

    หงส์แดง ยังได้รับแรงกระตุ้นจากการเล่นเกมรุกจากเขาเหมือนเดิม ฤดูกาลนั้นดาวเตะทีมชาติอังกฤษมีฟอร์มที่ดีที่สุด เมื่อเขาทำได้รวม 7 ประตู จากในพรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนส์ลีก ทว่าอาการบาดเจ็บก็เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นซีซั่น 2020-21

    ปัญหาที่หัวเข่าครั้งที่สองนี้สร้างความเสียหายอย่างมาก และมันก็ไม่ได้ทำให้การกลับมาเป็นไปอย่างราบรื่น แม้เจ้าตัวจะไม่ได้มีปัญาอะไรอีกแล้วนับตั้งแต่กลับมาฟิตในเดือนธันวาคมปีก่อน แต่กลับมีผลงานเพียงประตูเดียวจากการลงสนาม 22 นัด

    จากจำนวนเกมเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเป็นการลุกมาจากม้านั่งสำรอง ซึ่งนั่นแหละคือปัญหา การขาดระยะเวลาในสนามเป็นเวลานานทั้ง 2 หนนั้นทำให้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เสียจังหวะของตัวเองไป และเมื่อไม่มีจังหวะเหล่านั้น เขาก็ไม่สามารถหวนคืนฟอร์มอันยอดเยี่ยมเหมือนกับซีซั่นแรกในถิ่นแอนฟิลด์ได้

    เห็นได้ชัดว่า คล็อปป์ ยังคงชื่นชอบนักเตะผู้นี้อยู่ และได้ปัดเป่าความสนใจจากทีมอื่นที่เข้าหาเขาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

    นายใหญ่ชาวเยอรมันพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการลองให้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไปเล่นในบทบาทของ ฟีร์มีโน่ ดูในช่วงปรีซีซั่น ซึ่งจะทำให้เขามีคู่แข่งน้อยกว่าในตำแหน่งกองกลาง

    อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ก็ไม่สามารถมองข้ามความจริงที่ว่า ทาคูมิ มินามิโนะ ดูจะเป็นธรรมชาติมากกว่าในตำแหน่งของดาวเตะบราซิเลี่ยน และตรงนั้นก็มีทั้ง ฟีร์มีโน่, มินามิโนะ และ ดีโอโก้ โชต้า ที่ทำได้ดีกว่าเขามาโดยตลอด

    อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ต้องกลับไปยังตำแหน่งมิดฟิลด์อีกครั้งหลังจบช่วงปรีซีซั่น

    เขาได้ลงตัวจริงเพียง 2 ครั้งเท่านั้นในฤดูกาลนี้ โดยเกมแรกก็คือสัปดาห์เปิดซีซั่นกับ นอริช ซึ่งก็ไม่ได้มีฟอร์มที่น่าประทับใจอะไรเลย ส่วนอีกเกมก็พบกับคู่แข่งเดิมในถ้วยอีเอฟแอล คัพ ที่แม้มีแอสซิสต์ แต่ก็ไม่ได้เป็นที่จดจำอะไรมากมาย

    ถึงตรงนี้ แม้แผงมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล จะมีปัญหา หรือมีอาการบาดเจ็บรบกวนหลายคน ทว่าอดีตดาวเตะจาก อาร์เซน่อล ก็ยังพบว่ามันยากสำหรับเขาที่จะได้ลงสนามอยู่ดี

    มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยถ้าตลาดรอบถัดไป อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะไม่ได้เป็นลูกทีมของ คล็อปป์ อีกแล้ว

    พาสต้า


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com