เด็กหนุ่มที่ลืมตาดูโลก ณ กรุง ซาเกร็บ ในช่วง 6 เดือนก่อนที่ โครเอเชีย จะได้ที่ 3 ฟุตบอลโลก 1998

ลอวโร่ มาเยอร์ เติบโตมาพร้อมกับความรักในเกมฟุตบอลและมีโอกาสย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง ดินาโม ซาเกร็บ

แม้ช่วงเวลาแรกที่ย้ายไปอยู่ในสังกัด ดินาโม ซาเกร็บ จะไม่สามารถเดินตามความฝันได้ แต่อีกฟากของเมือง ณ สโมสร โลโคโมติว่า ซาเกร็บ ที่นั่นทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งค่อยๆ เติบโตในเส้นทางสายลูกหนัง

ด้วยผลงานที่พุ่งขึ้นมาจนน่าจับตามอง ทำให้ มาเยอร์ กลายเป็นที่พูดถึงในประเทศอย่างมาก และแน่นอน ดินาโม ซาเกร็บ ไม่ปล่อยโอกาสหนนี้พร้อมจัดการดึงอดีตนักเตะเยาวชนกลับไปร่วมทีม แต่สถานะแตกต่างออกไปจากเดิม

ขวบปี 2018 ถือเป็นซีซั่นที่น่าจะเป็นช่วงเวลาของ มาเยอร์ เพราะนอกจากย้ายกลับไปร่วมทีมเบอร์ 1 ของประเทศ ที่นั่นเขายังรับมอบเสื้อหมายเลข 10 มาสวมใส่

กระนั้นอาการบาดเจ็บกลับมาบดบังฝีเท้าที่จัดจ้านของเขา ทำให้พัฒนาการต้องหยุดไปโดยเฉพาะอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าที่ส่งผลต่อการลงสนาม บวกกับช่วงเวลาดังกล่าว ดานี่ โอลโม่ ก้าวขึ้นมารับบทบาทจอมทัพของทีม

ถึงจะโดนแข้งชาวสเปนบดบังรัศมี แต่ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมยามลงสนาม ทำให้หลายๆ ทีมจับตา มาเยอร์ อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงตำแหน่งกองกลางตัวรุกเท่านั้น แข้งรายนี้ยังสามารถถ่างออกไปยืนในฐานะมิดฟิลด์ทางซ้ายได้อย่างไม่เคอะเขิน

การเล่นของเขาไม่ต่างไปจาก ลูก้า โมดริช ตำนานและรุ่นพี่ทีมชาติโครเอเชีย ซึ่งตัวนักเตะไม่ปิดบังเลยว่ามักจะเรียนรู้และคอยมองสตาร์ เรอัล มาดริด รายนี้อยู่เสมอเมื่อมีโอกาสลงซ้อมด้วยกันในแคมป์ทีมชาติ


“มันเป็นเรื่องที่ดีที่ได้อ่านและฟังเกี่ยวกับการเปรียบเทียบไปถึง ลูก้า โมดริช” มาเยอร์ กล่าว

“ผมทำได้เพียงเรียนรู้จากเขา ซึมซับการเคลื่อนที่ของเขา ผมยังมีเส้นทางอีกยาวไกลกว่าจะไปถึงจุดที่ โมดริช ทำได้ แต่ผมคิดว่าผมกำลังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง

“เมื่อมีการถูกนำไปเปรียบเทียบกับเขา มันเป็นสิ่งที่ชัดเจนเลยว่ามีหลากหลายปัจจัย พวกเราเหมือนกันที่เริ่มเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ทางซ้าย และใช้หมายเลขเสื้อเดียวกัน ดังนั้นพวกเราค่อนข้างคล้ายกันมาก

“มันขึ้นอยู่กับผมในการทำงานหนักเพื่ออยู่ในระดับสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ผมคิดว่าตนเองจะทำได้”

แน่นอนว่าการถูกนำไปเปรียบเทียบกับ โมดริช สร้างแรงกดดันให้กับ มาเยอร์ ไม่น้อย แต่หากดูจากทัศนคติและผลงานโดยรวมถือว่าแข้งวัย 23 ปีมีความมุ่งมั่นเพื่อไปยังจุดที่ตนเองหวังไว้

ดังนั้นการย้ายออกจาก ดินาโม ซาเกร็บ จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาต้องการเวทีที่ใหญ่กว่าในการพัฒนาฝีเท้าและแสดงให้โลกได้เห็น

หลายๆ สโมสรในยุโรปต่างต้องการ มาเยอร์ ไปครอง ทีมดังๆ อาทิ ฟิออเรนติน่า, อตาลันต้า, เอซี มิลาน, ลาซิโอ, แอร์เบ ไลป์ซิก และ โอลิมปิก มาร์กเซย หรือบางสโมสรในอังกฤษที่แสดงความสนใจ

แต่จุดหายปลายทางที่ มาเยอร์ เลือกคือสโมสร แรนส์ ในเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส

เหตุผลง่ายๆ ที่ มาเยอร์ เลือกทีมดังทางตะวันตกเฉียงเหนือของแดนน้ำหอมเพราะว่าทีมนี้ให้โอกาสแข้งอายุน้อยอยู่เสมอ รวมไปถึงผลงานช่วงหลังของสโมสรถือว่าพัฒนาไปด้วยดี และยังมีแรงสนับสนุนจากคนในทีมที่พร้อมเดินหน้าไปด้วยความมุ่งมั่น

ที่สำคัญ ตัวนักเตะเองเชื่อว่าการย้ายมาสวมชุดแดงดำของแรนส์เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมอย่างที่สุดในตอนนี้


“ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้ย้ายมาร้วมทีมแรนส์” มาเยอร์ กล่าวในวันที่ย้ายทีมช่วงปลายเดือนสิงหาคม

“ผมได้ยินเรื่องราวที่ดีมากมาย มันคือสโมสรใหญ่ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ทีมคนหนุ่มแต่เต็มไปด้วยแข้งพรสวรรค์ นอกจากนั้น เควิน เธโอฟีล-กาเธอรีน (อดีตนักเตะแรนส์ที่เล่นให้ ดินาโม ซาเร็บ) พูดแต่สิ่งดีๆ ให้ผมฟัง

“ทีมกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความทะเยอทะยานมากๆ ผมคิดว่ามันเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบและเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผมในการค้นหาสิ่งใหม่ๆ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมกับดินาโม

“ผมกระตือรือร้นมากๆ ในการลงเล่นกับเพื่อนร่วมใหม่และได้เจอกับแฟนบอล ผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ดี”

มีความมุ่งมั่นอันเต็มเปี่ยมและพร้อมสร้างผลงานให้ทุกๆ คนได้ประจักษ์ แต่อย่างที่เรียนไปว่าบ่อยครั้ง มาเยอร์ โชคร้ายเพราะอาการบาดเจ็บ และนั่นทำให้เขาพลาดลงเล่นไปถึง 7 เกมเพราะอาการบาดเจ็บสะโพกหลังมีโอกาสประเดิมสนาม 8 นาทีในเกมดวล อองเช่ร์

เรื่องดังกล่าวสร้างความหงุดหงิดให้ มาเยอร์ ไม่น้อย แต่สิ่งที่เขาทำได้คือการฟื้นฟูร่างกายเพื่อให้กลับมาฟิตและเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ค่อยๆ กลับมาเคาะสนิมในสนามและในที่สุดโอกาสลงเล่นตัวจริงในลีกนัดแรกก็มาถึง

หลังจากทำผลงานเข้าตาในเกม คอนเฟอเรนซ์ ลีก ที่ดวล มูร่า โอกาสต่อมาคือการทำหน้าที่บัญชาการเกมรุกให้ แรนส์ ในศึก ลีก เอิง ที่ต้องรับมือทีมแกร่งอย่าง โอลิมปิก ลียง อีก 3 วันให้หลัง

กับตำแหน่งตัวทำเกมหลังกองหน้าตัวเป้า ทำให้ มาเยอร์ สามารถงัดศักยภาพออกมาได้เต็มที่ และเกมดังกล่าวยังส่งผลให้แฟนบอลแดนน้ำหอมได้เห็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมจากนักเตะชาวโครแอต


การผ่านบอลอันยอดเยี่ยม หลายครั้งเป็นการเล่นจังหวะสำคัญที่ทำให้ทีมได้เปรียบและต่อยอดไปถึงการสร้างโอกาส หลายครั้งเป็นการสร้างความยากลำบากให้แนวรับฝ่ายตรงข้าม นอกจากนั้นยังสามารถคุมพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยมจน แถมยังลงมาช่วยเกมรับแบบไม่มีขาดตกบกพร่อง ทำให้ โอแอล เจอเรื่องปวดหัวตลอดเกม

นั่นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างผลงานของ มาเยอร์ แต่ที่สำคัญคือการเพิ่มพูนความมั่นใจให้ตัวนักเตะ เพราะเกมที่ผ่านมามีเสียงชมดังมาจากทั่วทุกสารทิศ 

ถึงตรงนี้ หลายๆ คนเริ่มพูดถึง มาเยอร์ มากขึ้น เพราะเขาแสดงให้เห็นทักษะที่ไม่ธรรมดา ทั้งในเรื่องการเก็บบอล, การเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน หรือการผ่านบอลที่ชาญฉลาด ไม่ว่าจะเล่นจังหวะเดียวหรือเก็บบอลก็ทำได้ดีน่าดูชม

หวังว่าอาการบาดเจ็บจะไม่ลักพาตัว มาเยอร์ ให้หายไปจากสนามอีกครั้ง เพราะแฟนบอล แรนส์ กำลังตั้งตารอสิ่งที่มากกว่าจากแข้งวัย 23 ปี รวมไปถึงแฟนบอลลีกน้ำหอมที่อยากชมผลงานของนักเตะรายนี้อย่างต่อเนื่อง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com