ผลงานในสนามอาจจะเป็นเรื่องที่แฟนบอลให้ความสนใจ แต่ไม่น้อยไปกว่าสถานการณ์รอบตัว คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ โดยเฉพาะสัญญาที่กำลังจะหมดลง

ด้วยฝีเท้า ผลงาน และชื่อเสียงของกองหน้าวัย 23 ปี ไม่แปลกที่หลายคนจะติดตามเรื่องราวหลังจากนี้ จุดหมายปลายทางของหัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสจะไปลงเอยที่ไหน ยังคงเป็นคำถามสำคัญ

อย่างที่ทราบกันว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง พยายามต่อสัญญาฉบับใหม่ ทีมดังของกรุงปารีสยื่นข้อเสนอให้ตั้งนานแล้ว แต่เป็นฝ่ายนักเตะที่นิ่งเฉยไม่มีการตอบรับ

หลายคนฟันธงว่าสถานีต่อไปของ เอ็มบั๊ปเป้ คงหนีไม่พ้น เรอัล มาดริด ที่พยายามตามจีบตั้งแต่ช่วงหน้าร้อน แต่ทาง เปแอสเช ใจแข็งไม่ปล่อยตัว เพราะพวกเขามั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยนความคิดให้หอกวัย 23 ปีเล่นใน ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ต่อไป

นั่นคือสถานการณ์เกี่ยวกับอนาคต เอ็มบั๊ปเป้ ถึงจะมีความไม่ชัดเจนเรื่องอนาคต แต่ต้องชมกองหน้ารายนี้ว่ายังคงรักษาความเป็นมืออาชีพได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างผลงานในสนามที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ในอดีตมีหลายกรณีที่นักเตะแสดงท่าทางงอแงเมื่อไม่ได้ย้ายทีม หรือเมื่อเข้าสู่สัญญาปีสุดท้าย บางคนประท้วงสโมสร บางคนยอมหักกับทีมและแฟนบอลทั้งที่เคยจูบปากรักกันมาก


แต่สำหรับ เอ็มบั๊ปเป้ ยังคงมุ่งมั่นทำผลงานให้ทีมอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่พิสูจน์ได้ชัดเจนคือผลงาน 15 ประตูกับ 15 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 24 เกมเมื่อผ่านครึ่งซีซั่น 2021/22

มันคือการตอกย้ำว่าถึงสถานการณ์เรื่องสัญญา แม้จะเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก แต่มันไม่ได้เป็นสิ่งที่มารบกวนจิตใจหรือความคิดในการสร้างผลงานของแข้งวัย 23 

กลับกันมันคือการพิสูจน์คุณค่าของตัว การแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกๆ คนได้เห็น เพราะหากว่าท้ายที่สุดต้องแยกจากกัน ก็จะเป็นการจากกันด้วยดีไม่มีอะไรติดค้างในใจ

สิ่งที่อาจจะแตกต่างออกไปคือจุดหมายปลายทางของรางวัลที่แข้งฝรั่งเศสหวังไว้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานส่วนตัวของ เอ็มบั๊ปเป้ อาจจะดีโดยเฉพาะซีซั่นที่ผ่านมา แต่กลับพลาดแชมป์ลีก เอิง และไปไม่ถึงฝั่งฝันในรายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก (อีกครั้ง)

“ยกตัวอย่าง ปีที่แล้ว ผมมีสถิติส่วนตัวที่ยอดเยี่ยม ผมทำประตูได้มากกว่า 40 ลูก ผมทำประตูใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ผมเป็นดาวซัลโวตลอดปีปฏิทิน” กองหน้าวัย 23 ปีระบุ

“แต่เราไม่ได้แชมป์ลีก และเราไม่ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ดังนั้น ในท้ายที่สุด มันเหมือนกับ 'มันจะมีค่าหรือไม่หากคุณทำ 50 ประตู แล้วไม่ได้แชมป์?'

“ไม่ ผมอยากทำประตูน้อยลง สัก 30 ลูก ทำแอสซิสต์เพิ่มมาบ้าง และได้แชมป์ลีกรวมไปถึง แชมเปี้ยนส์ ลีก”


อย่างที่นักเตะรายนี้ได้กล่าวไป สิ่งที่สำคัญสำหรับเขาคือการเดินหน้าอย่างสอดคล้องในส่วนผลงานตนเองและผลงานของทีม ทุกๆ อย่างต้องสอดประสานกันเพื่อให้ทีมไปอยู่ในจุดที่ต้องการ

ผลงานที่มาพร้อมแรงกดดันซึ่งทาง เอ็มบั๊ปเป้ ไม่ยี่หระกับความคาดหวังภายนอก กลับกันมันกลายมาเป็นแรงผลักดันให้เขาเดินหน้าต่อไปเพื่อพิสูจน์ศักยภาพของตนเอง

แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ความสำเร็จที่รออยู่ตรงหน้าเอ็มบั๊ปเป้ เพราะเขาก็เคยพุ่งชนกับความผิดหวัง และทำให้คนทั้งประเทศอกหักมาแล้วในศึก ยูโร 2020

“ผมต้องการความรู้สึกถึงแรงกดดัน ผมต้องการความท้าทาย มันเป็นแบบนั้นเสมอ และผมต้องการให้มีความรับผิดชอบเข้ามากดทับบนบ่า และอยู่ภายใต้แรงกดดันที่รุนแรง แม้บางครั้งมันหมายถึงความผิดหวัง แต่นั่นคือวิธีที่คุณได้เรียนรู้

“ผมใช้แรงกดดันให้เป็นเรื่องที่ดี และผมชอบมันนะ ดังนั้นผมจึงไม่มีปัญหากับมัน ในทางตรงกันข้าม ผมคิดว่ามันผลักดันไม่ให้ผมลดระดับของตัวเองลงมา ดังนั้นผมจึงสามารถทำผลงานต่อเนื่องและช่วยทีมได้”

สำหรับ เอ็มบั๊ปเป้ มันคือการเขียนประวัติศาสตร์บนผืนหญ้า จารึกชื่อของตนเองไว้ในเส้นทางสายลูกหนัง แรงกดดันที่ว่ามาทำให้ชายวัยเพียงแค่ 23 ปีถูกยกให้เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้

การพัฒนาตนเองคือสิ่งที่นักกีฬาทุกคนไม่เพียงแค่นักฟุตบอลที่ต้องพยายามยกระดับผลงานเพื่อไปยังจุดที่สูงกว่า ซึ่งกรณีนี้สำหรับ เอ็มบั๊ปเป้ เราได้ประจักษ์แล้วว่ามีแต่จะพุ่งขึ้นเหมือนกราฟที่ทะยานแทงเพดาน


แรงผลักดันที่ เอ็มบั๊ปเป้ กล่าวมาข้างต้น ทำให้เขาไม่ลดละในการยกระดับตนเองให้ดีกว่าเดิม เพราะบางครั้งฟุตบอลสมัยใหม่ที่เน้นสถิติและผลงานในสนามก็ต้องตัดสินด้วยตัวเลข

ผลงานการทำประตูยังคงยอดเยี่ยม แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือจำนวน 'แอสซิสต์' 15 ครั้งจากทุกรายการ และหากจำแนกออกมาเฉพาะเวที ลีก เอิง เขาทำได้ถึง 9 ครั้ง ส่งผลยืนหนึ่งการผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูเวลานี้

ไม่นับรวม 6 ครั้งในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก และอีกหนึ่งครั้งใน เฟร้นช์ คัพ นั่นจึงเป็นสถิติที่ทำให้เขาพึงพอใจอย่างมาก เพราะมันช่วยยกระดับการเล่นให้เป็นไปตามที่ต้องการ

“มันเป็นสิ่งที่ผมเคยทำได้ แต่ผมก็สูญเสียมันไปในตอนที่ผมเริ่มการทำประตูอย่างมากมาย” เอ็มบั๊ปเป้ กล่าวเมื่อถูกถามถึงจำนวนแอสซิสต์ที่เพิ่มขึ้น

“แต่บางครั้ง ถ้าคุณต้องการเป็นยอดนักเตะ นักเตะที่พิเศษ คุณทำได้ทั้งสองอย่าง คุณไม่สามารถกีดกันตัวเองได้ เพราะคุณมอบความพึงพอใจให้เพื่อนร่วมทีม แต่คุณก็ยังสามารถแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นนักตะที่ไม่สามารถเดาทางได้

“ตอนนี้คนอื่นๆ ไม่รู้ว่าผมจะยิงหรือผ่านบอล ก่อนหน้านี้คนอื่นๆ คาดว่าผมต้องยิงประตู ใช่ ใช่ คีลียัน จะยิง แต่ตอนนี้ ผมเป็นคนที่คาดเดาได้ยากกว่าเดิม”

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ เอ็มบั๊ปเป้ พัฒนาตนเองคือ ลีโอเนล เมสซี่ ที่เข้ามาผนึกกำลังร่วมกับเขาและ เนย์มาร์ ทำให้ เปแอสเช มีแนวรุกสุดอันตรายทีมหนึ่งของโลก

เอ็มบั๊ปเป้ ทราบดีว่าการเล่นร่วมกับนักเตะระดับโลกเหล่านี้ต้องมาพร้อมกับสมดุลและการประสานงานที่ลงตัว เข้าขา และที่สำคัญคือการแบ่งปันโอกาสซึ่งกันและกัน


กองหน้าชาวฝรั่งเศสยืนยันว่าฟุตบอลของตนเองไม่ได้เกิดขึ้นมาพื่อให้ทุกๆ คนจับจ้องมาที่เขา แต่มันคือการสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม รวมไปถึงสร้างความพึงพอใจเพื่อให้บรรยากาศดำเนินไปด้วยดี

บ่อยครั้งที่เราจะเห็นนักเตะระดับโลกชักสีหน้าใส่กันในจังหวะไม่ผ่านบอลให้ หรือแม้แต่การแย่งยิงจุดโทษและฟรีคิก 

แต่สำหรับ เอ็มบั๊ปเป้ เขาทราบดีว่าความพึงพอใจของแต่ละคนเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งมันต้องผ่านการพูดคุยและปรับตัวเข้าหากัน นอกจากนั้นคือการสร้างบรรยากาศให้นักเตะรายใหม่มีความสุข เพราะเขาเชื่อว่ามันจะส่งต่อไปยังผลงานในสนาม

ถือเป็นครึ่งซีซั่นแรกที่น่าพึงพอใจของ เอ็มบั๊ปเป้ โดยเฉพาะพัฒนาการด้านฟุตบอลที่รุดหน้ายกระดับไปด้วยดี กระนั้นสำหรับหัวหอกวัย 23 ปียังคงมีเส้นทางที่เขาต้องฟันฝ่าเพื่อไปให้สูงกว่านี้

อนาคตที่ยังคงคลุมเครือและไม่แน่นอน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของ เอ็มบั๊ปเป้ ทำให้ผลงานในสนามยังคงยอดเยี่ยมประจักษ์ต่อสายตาแฟนบอล

ไม่มีใครทราบจุดหมายหลังจากนี้นอกเสียจาก เอ็มบั๊ปเป้ แต่สิ่งที่แฟนบอลเห็นได้อย่างชัดเจนคือความมุ่งมั่นไม่ลดละ ไม่ท้อถอย หรือออกลูกงอแง เพราะนักเตะยังคงเล่นเต็มที่เพื่อให้ทีมเดินหน้าไปยังเป้าหมายที่วางไว้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com