สามแต้มเหนือ สเปอร์ส ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล เหนือกว่าคู่แข่งร่วมเมืองทุกประตู

         นี่ยังเป็นการเรียกความมั่นใจให้กลับมาได้อย่างดีเยี่ยมให้หลังจากที่ทีมไม่ชนะใครมาตลอด 4 เกมก่อนหน้านี้ 

         แถมทีมนำอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังสะดุดเสมออีกนะ แหม่… ก็ต้องแอบมีความหวังกันสักหน่อยแหละ ถึงจะตามห่าง 10 คะแนนก็เถอะ

         ตลอด 4 เกมที่ทีมเจอกับ “ไก่เดือยทอง” ในซีซั่นนี้ แบ่งเป็นในลีก 2 เกมและในคาราบาว คัพรอบรองชนะเลิศ 2 เกม ทีมเก็บชัยชนะรวด กดไป 8 ประตูโดยที่ไม่เสียประตูเลยด้วย


        แถมในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ขบวนล่าสุดต้องบอกว่านอกจากชัยชนะสวยๆแล้ว ผลงานในเกมนี้ของทีมต้องบอกว่าน่าประทับใจอย่างมากเลยทีเดียว และนี่ทำให้ทีมไม่แพ้ในการเจอกับ สเปอร์ส 11 เกมติดต่อกันทุกรายการอีกด้วย

         เป็นอีกครั้งที่ทีมเล่นในด้วยระบบ “แบ็กโฟร์” ซึ่งเราได้เห็นบ่อยครั้งมากขึ้นในช่วงหลัง ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ ซึ่งทาง โธมัส ทูเคิ่ล ก็ยืดหยุ่นได้อย่างดีเยี่ยม และนักเตะก็ดูจะไม่มีปัญหามากนักกับการสลับไปมาระหว่าง 3 เซนเตอร์หรือแบ็กโฟร์

         เกมนี้ทีมถือว่าจัดการเกมรุกของ สเปอร์ส อย่างอยูหมัดไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน หรือ สีตเว่น เบิร์กไวน์ และยิ่งขาด ซน ฮีง-มิน ที่เจ็บไปด้วยงานของเกมรับของเจ้าบ้านก็ดูง่ายขึ้น


         เชลซี เดินหน้าลุยตั้งแต่ต้นเกม และสร้างโอกาสหลายต่อหลยครั้ง เพียงแต่ครึ่งแรกไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้เท่านั้นเอง

        สิ่งเดียวที่ดูน่าผิดหวังในเกมนี้ก็คือฟอร์มของ โรเมลู ลูกากู ที่ยังน่าห่วง แม้ว่าจะได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายให้ลงเล่นต่อเนื่องหลังจากที่มีปัญหาเรื่องการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้และเคลียร์กันไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าการที่แฟนบอลจับจ้องมากเป็นพิเศษสร้างความกดดันให้ไม่น้อยเลย

         ตั้งแต่โอกาสในช่วงนาทีแรกของเกมและโอกาสหลังจากนั้นอีก ซึ่งต้องบอกว่าน่าผิดหวัง และดูเหมือนว่าความมั่นใจของเจ้าตัวจะหดหายไปไม่น้อยเลย ทางเดียวที่จะเรียกความมั่นใจกลับมาคือ “ประตู” เท่านั้น


         ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับฝั่ง เชลซี ที่ “หน้าเป้า” คือสิ่งที่ทีมปรารถนาจะหาคนที่ไว้ใจหลังมีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าเงินเกือบ 100 ล้านปอนด์ที่จ่ายนั้นไม่คุ้มเอาซะเลยแม้ว่าจะเร็วไปที่จะตัดสินใจตอนนี้

         ยังดีที่ฟอร์มการเล่นของแข้งตัวรุกคนอื่นรวมถึงทีเด็ดจากลูกตั้งเตะยังเล่นงานช่วยทีมได้ ซึ่งสองประตูที่ได้ถือว่ายอดเยี่ยมทั้งจาก ฮาคิม ซิเย็ค และ ติอาโก้ ซิลวา

         เกมนี้ยังเป็นการยัดเยียดความปราชัยนัดแรกให้กับ อันโตนิโอ คอนเต้ ในเกมพรีเมียร์ลรกหลังขากที่กอนหน้านี้ไม่แพ้ใครมา 9 เกมก่อนหน้านี้


         อันที่จริงทีมของนายใหญชาวอิตาลีควรจะแพ้ตั้งแต่เกมก่อนหน้านี้แล้วกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ทีมมาพังสองประตูในช่วงทดเจ็บแซงเก็บชัยชนะได้อย่างเหลือเชื่อ

         และในขณะที่ เชลซี เอาชนะคู่แข่งแย่งพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกโดยตรงในเกมนี้อย่าง สเปอร์ส แล้ว คู่แข่งทีมอื่นอย่าง อาร์เซน่อล ดันทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ ในบ้านแบบไม่น่าเชื่อ ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เวสต์แฮม ตัดแต้มกันเองไปแม้ว่าชัยชนะจะเป็นของ “ปีศาจแดง” ก็ตาม

         เท่ากับว่าตอนนี้ทีมนำอันดับ 5 อย่าง เวสต์แฮม 10 แต้ม (แข่งมากกว่า 1 เกม) และนำ อาร์เซน่อล (แข่งมากกว่า 3 นัด) กับ สเปอร์ส (แข่งมากกว่า 4 เกม) 11 แต้ม แม้เกมในมือที่เหลือของพวกคู่แข่งจะเยอะแล้วมีโอกาสแซงได้ แต่การเก็บชัยชนะรวดทุกเกมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน


         ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่แฟน “สิงห์บลูส์” ได้แฮปปี้กันถ้วนหน้าทั้งฟอร์มของตัวเองและฟอร์มของคู่แข่ง ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

         แบบนี้แล้วฝั่งสีน้ำเงินแห่งกรุงลอนดอนคงบอกว่า “อยากเจอ สเปอร์ส ทุกวีกจังเลย”


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com