อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะ 8 นัดติดในลีกพร้อมขึ้นนำจ่าฝูงได้สำเร็จหลังเบียดชนะ เบรนท์ฟอร์ด ได้ตามเป้าในเกมที่มีโอกาสสะดุดมากสุดจนเกือบเสียสถิติชนะรวดในปี 2024

นี่คือเกมที่เรียกได้ว่า “เกือบหลับ…แต่กลับมาได้” อีกเกมในภาพรวมของทีมและนักเตะบางราย

อาร์เซน่อล มีโอกาสดีในการขึ้นนำจ่าฝูงอย่างน้อย 22 ชั่วโมง ก่อนเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามในวันอาทิตย์ 

มิเกล อาร์เตต้า จำต้องปรับทัพ 2 ตำแหน่งคือ เลอันโดร ทรอสซาร์ ได้เล่นแทน กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่บาดเจ็บจากเกมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ขณะที่ อารอน แรมส์เดล ได้ลงเฝ้าเสาแทน ดาบิด ราย่า ที่ไม่สามารถลงเจอต้นสังกัดจริงได้เนื่องจากติดสัญญายืมตัว 

ทีมปืนใหญ่คอนโทรลเกมได้ตั้งแต่เริ่ม แม้ไม่ถึงขั้นพับสนามบุก แต่ก็สามารถทำประตูออกนำภายใน 20 นาทีแรกได้เป็นนัดที่ 6 จาก 8 นัดหลังสุด

เบน ไวท์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ เดแคลน ไรซ์ สอดเข้าโหม่งอย่างสมบูรณ์แบบ มาร์ค เฟล็คเค่น พุ่งสุดตัวแต่ก็ไปไม่ทัน

ไรซ์ กระโดดเทคตัวโฉบตัดหน้า แมดส์ โรเออร์สเลฟ ได้ดีมากจึงโขกบอลหนีมือ มาร์ค เฟล็คเค่น ที่พุ่งสุดตัวแล้วแต่ก็ไม่ทัน นี่คือประตูที่ 6 ของกองกลางทีมชาติอังกฤษในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ 

เกมรุก อาร์เซน่อล นวดเข้าใส่ผู้มาเยือนเป็นระยะ มีทั้งการเจาะถึงหน้าเขตโทษจบด้วยการยิงของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และเตะมุมลูกถนัดที่ กาเบรียล มากัลเญส ยังเป็นเป้าใหญ่ในการโจมตีคู่แข่ง 



แรมส์เดล พลาดจนเสียประตู

นอกจากนี้ก็มีการวางบอลข้ามแนวรับของ จอร์จินโญ่ ที่หวังผลได้เสมอ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้หลุดไปชิพข้ามตัว เฟล็คเค่น ก่อนหลุดเสาน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามจังหวะนี้เหมือนว่าอาจล้ำหน้า แต่พอไม่เข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาต้องเช็ก

รูปเกมของ อาร์เซน่อล เหนือกว่า ขณะที่ เบรนท์ฟอร์ด เล่นไดเรคท์เปิดยาวไปให้คู่กองหน้า ไอแวน โทนี่ย์ กับ โยอัน วิสซ่า เก็บบอลข้างหน้า แต่ก็เจอบททดสอบหนักดวลกับ วิลเลียม ซาลีบา กับ กาเบรียล มากัลเญส ที่ชั่วโมงนี้เหนียวแน่นสุดในลีกก็ว่าได้

คู่เซนเตอร์ปืนเอาชนะได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ทั้ง โทนี่ย์ และ วิสซ่า ก็ไม่ท้อ พยายามวิ่งชนวิ่งสู้เต็มที่ จนกระทั่งได้รางวัลตอบแทนแบบไม่มีใครคาดคิดจากความผิดพลาดของ อาร่อน แรมส์เดล 

แรมส์เดล ใช้เวลานานเกินไปในการเปิดบอล วิสซ่า จึงวิ่งถึงตัวพุ่งบล็อกทำให้บอลเด้งเข้าประตูกลายเป็นจบครึ่งแรกในสกอร์ที่แฟนบอลเจ้าถิ่นแทบไม่อยากเชื่อเพราะแทนที่จะนำห่าง 2-3 ลูก แต่กลับเป็น 1-1

นายทวารชาวอังกฤษถูกจับตามองอยู่แล้วกับการได้ลงสนามในนัดนี้ที่อาจเป็นนัดสุดท้ายในการเล่นให้ อาร์เซน่อล เพราะมีโอกาสย้ายซัมเมอร์นี้หลังเสียตำแหน่งมือหนึ่งให้กับ ดาบิด ราย่า 

จังหวะผิดพลาดลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของ แรมส์เดล และหลายคนก็เข้าใจมากขึ้นว่าทำไม มิเกล อาร์เตต้า ถึงต้องดึง ราย่า มาเป็นมือหนึ่งคนใหม่

ในครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ครองเกมได้เหนือกว่า แต่หวิดจะโดน เบนท์ฟอร์ด ยิงแซงเช่นกันจากสองจังหวะที่น่าจะได้ประตูอย่างยิ่งทั้งการลักไก่ยิงไกลของ ไอแวน โทนี่ย์ และลูกโหม่งจ่อๆ ของ เนธาน คอลลินส์



ฮาแวร์ตซ์ โหม่งประตูชัยท้ายเกม

ทว่าคนที่พลาดในครั้งแรกอย่าง แรมส์เดล สามารถแก้ตัวซูเปอร์เซฟสองจังหวะนี้ได้อย่างสุดยอด ช่วยให้ อาร์เซน่อล รอดพ้นการเสียประตู

จากโมเมนตัมที่เสียประตูแบบไม่น่าเสียก่อนจบครึ่งแรก หาก อาร์เซน่อล จะเสียความมั่นใจจนเสียประตูเพิ่มในครึ่งหลังก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และเกือบเป็นแบบนั้นจริงๆ หากไม่ได้ แรมส์เดล ป้องกันเอาไว้

สุดท้าย อาร์เซน่อล ก็มาได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมจากลูกโหม่งของ ไค ฮาแวร์ตซ์ 

การเซฟของ แรมส์เดล จึงเหมือนโมเมนต์ “เกือบหลับแต่กลับมาได้” เพราะผิดพลาดจนเสียประตูในครึ่งแรก แต่มาเซฟสำคัญช่วยทีมในครึ่งหลัง 

ไม่ต่างจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ คนโหม่งประตูชัยที่มีเกือบโดนเหลืองสองซึ่งจะทำถูกไล่ออกจากจังหวะทิ้งตัวล้มในเขตโทษ แต่พอไม่รอดตัวก็กลายเป็นอยู่ในสนามต่อไปและมาโหม่งประตูตัดสินเกม

ฮาแวร์ตซ์ ถือเป็นตัวแสบของ เบรนท์ฟอร์ด เพราะในการเจอกันนัดแรกก็เป็นคนโหม่งประตูชัยก่อนจบเกม 2 นาที 

ฟอร์มตอนนี้ของดาวเตะทีมชาติเยอรมีกำลังแรงทีเดียวจากการยิงในลีกได้ 4 นัดติดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในอังกฤษซึ่งก่อนหน้านี้อยู่กับ เชลซี มา 3 ปีไม่เคยทำได้ 



กัปตันโอเดการ์ดกอดให้กำลังใจแรมส์เดล

อาร์เซน่อล จึงเก็บชัยชนะในลีกนัดที่ 8 ติดต่อกันได้เป็นครั้งแรกในยุค มิเกล อาร์เตต้า และครั้งแรกของทีมในรอบ 9 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2015 นู้นเลย

เป็นชัยชนะที่ลุ้นเหนื่อยสุดและมีโอกาสสะดุดมากสุดในช่วงฟอร์มดีของปีนี้ แต่เมื่อเอาตัวรอดได้ก็เป็น 3 คะแนนที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง

ปืนใหญ่ขึ้นจ่าฝูงได้สำเร็จ และผลคู่บิ๊กแมตช์ในเกมวันอาทิตย์เป็นใจก็เลยทำให้จบสัปดาห์ที่ 28 ด้วยการเป็นทีมนำ ก่อนเข้าสู่ 10 นัดสุดท้าย 

เรียกความมั่นใจได้เต็มที่ก่อนชี้ชะตาเส้นทางในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ต้องตัดสินการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ ปอร์โต้ ในวันอังคารที่ 12 มีนาคมนี้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com