ถือเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำของเหล่าบรรดานนักกเตะจากอะคาเดมี่หลายคนที่ได้รับโอกาสลงสนามในเกมคาราบาว คัพรอบก่อนรองชนะเลิศ และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้ชัยและผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ

         ด้วยปัญหาที่รุมเร้าทั้งนักเตะบาดเจ็บและแข้งติดโควิดทำให้ โธมัส ทูเคิ่ล จำเป็นต้องให้ตัวหลักที่ยังเหลือได้พัก หากมีใครเจ็บเพิ่มไปอีกจะยิ่งลำบากยิ่งกว่านี้ เพราะโปรแกรมที่รออยู่ติดๆกัน

         แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วบรรดาแข้งจากทีมชุดใหญ่ทั้ง 5 คนที่ลงมาทั้ง จอร์จินโญ่, คริสเตีย พูลิซิช, รีซ เจมส์, เมสัน เมาท์ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จะต้องลงมาจัดการปิดจ๊อบให้เรียบร้อย


         เชลซี ผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปเจอกับ สเปอร์ส ซึ่งอย่างที่รู้กันว่ารอบนี้จะเล่นแบบ เหย้า-เยือน อีกครั้งหลังปีที่แล้วเล่นกันแบบเกมเดียวจากการระบาดของไวรัสโควิด 

         เกมแรกจะเล่นกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในวันที่ 5 มกราคม และนัดที่สองจะเล่นกันในอีกสัปดาห์ให้หลังที่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

การจัดทัพ


         ทีม เชลซี ในวันนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลชาวไทยอย่างมากเมื่อ โธมัส ทูเคิ่ล ส่ง จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ กองหน้าลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแนวรุกของทีม ถือเป็นการลงสนามครั้งแรกในทีมชุดใหญ่ให้กับทีมเช่นเดียวกับ ฮาร์วี่ย์ เวล กับ ซาเวียร์ ไซม่อนส์

         เกมนี้ทีมปรับทัพเยอะทีเดียวผู้รักษาประตูเป็น เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสา สามเซนเตอร์เป็น เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เทรโวห์ ชาโลบาห์ และ มาล็อง ซาร์ เป็นสามประสาน

         คู่มิดฟิลด์เป็น มาเตโอ โควาซิช และ ซาอูล ญีเกซ คุมเกมโดยมี ซาเวียร์ ซิม่อนส์ กับ มาร์กอส อลอนโซ่ อยู่ทางซ้าย ส่วนแนวรุก รอสส์ บาร์คลี่ย์, ฮาร์วี่ย์ เวล และ จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ เป็นตัวความหวัง


เกปา ต้องออกแรง!

         เชลซี ออกสตาร์ทเหนือกว่าด้วยการครองบอลบุกเข้าใส่ แต่ทาง เบรนท์ฟอร์ด ก็ตั้งรับอย่างแข็งขันไม่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้หาจังหวะจบสกอร์ แถมยังตอบโต้เล่นงานขึ้นมาเรื่อยๆ

         เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 12 เกือบเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ บรีย็อง เอ็มเบอโม่ เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ โยอันน์ วิสซ่า โหม่งจ่อๆแต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ยืนตำแหน่งดีเซฟเอาไว้ได้เยี่ยม

         นาทีที่ 27 โอกาสอีกครั้งของเจ้าบ้านจากลูกเตะมุมที่บอลเลยมาถึง บรีย็อง เอ็มเบอโม่ ยิงบอลหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย ตามด้วยนาทีที่ 32 ริโก้ เฮนรี่ เปิดบอลในเขตโทษด้านซ้ายลึกมาเสาสอง มาธีอัส เยนเซ่น ยืนคนเดียวตั้งหัวโหม่งเน้นๆแต่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ก็ช่วยไว้ได้อีกครั้ง


         โอกาสลุ้นเน้นๆของ เชลซี ต้องรอถึงนาทีที่ 43 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ ฮาร์วี่ย์ เวล ได้โหม่งแต่บอลไม่ผ่าน อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ เหมือนกัน จบครึ่งแรกสกอร์ยังไม่ขยับ

ตั้งเกมในครึ่งหลัง

         โธมัส ทูเคิ่ล ไม่รอช้าจัดการเปลี่ยนตัว 2 คนตั้งแต่ออกสตาร์ทครึ่งหลังด้วยการเอา จอร์จินโญ่ กับ คริสเตียน พูลิซิช ลงมาเล่นแทน มาเตโอ โควาซิช กับ จู๊ด ซุ่นทรัพย์-เบลล์

         เกมของ เชลซี ดีไม่ได้แตกต่างจากเดิม แต่ปัญหาคือเรื่องของการเข้าทำที่ยังขาดหาจุดลงตัวไม่ได้สักทีเหมือนเดิม นั่นทำให้ โธมัส ทูเคิ่ง ต้องเปลี่ยนตัวอีกสองคนหลังผ่าน 20 นาทีโดยเอา รีซ เจมส์ กับ เมสัน เมาท์ ลงเล่นแทนที่ ซาเวียร์ ไซม่อนส์ กับ ฮาร์วี่ย์ เวล ตามด้วยการเอา เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ลงแทน รอสส์ บารค์ลี่ย์ ในนาทีที่ 76 ของเกม


ปลดล็อค-ปิดจ๊อบ

         เชลซี เริ่มบุกกดดันอย่างหนักจนกระทั่งมาได้ประตูแบบมีโชคในช่วง 10 นาทีสุดท้ายจากจังหวะที่ รีซ เจมส์ เปิดบอลจากด้านขวาเข้ากลาง พอนตุส ยานส์สัน พุ่งมาสกัดที่เสาแรกเพื่อป้องกันแต่กลายเป็นผิดเหลี่ยมบอลเสียบตาข่ายฝั่งตัวเอง

         เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นการเติมเกมของ รีซ เจมส์ ที่เล่นงานคู่แข่ง นอกจากเจ้าเราจะได้เห็นการทะลวงเข้าไปหาโอกาสยิงได้บ่อยครั้ง การเปิดบอลทางขวาไม่ว่าจะเรียดหรือโด่งก็อันตรายไม่แพ้กัน

         เท่านั้นไม่พอในนาทีที่ 85 ทีมยังมาได้จุดโทษเมื่อ คริสเตียน พูลิซิช ใช้ความเร็วสปีดหาบอลในเขตโทษถึงก่อน อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ กลายเป็นโดนรวบ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษก่อนที่ จอร์จินโญ่ เจ้าประจำสังหารไม่พลาดย้ำชัยชนะให้ทีมคว้าชัย 2-0


         ถือเป็นการเข้ารอบที่หืดจับไม่น้อยเหมือนกัน แต่ก็เป็นของขวัญวันคริสมาสต์ให้กับแฟนบอลได้เป็นอย่างดีหลังจากที่ช่วงหลังทำแต้มหกเรี่ยราดในลีกช่วงที่ผ่านมาจนโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทิ้งออกไป

เกมถัดไป

         เชลซี จะลงเล่น 3 เกมติดต่อกันในช่วงเวลา 8 วัน (หากไม่ได้มีการยกเลิกเกมซะก่อน) เริ่มจากการไปเยือน แอสตัน วิลล่า ในวันบ็อกซิ่ง เดย์ และหลังจากนั้นจะลงเล่นในบ้านสองเกมติดเจอกับ ไบรท์ตัน ในวันที่ 29 ธันวาคม และในวันที่ 2 มกราคมจะเจอกับ ลิเวอร์พูล ที่เป็นโปรแกรมสำคัญ



ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com