หลังแพ้นอกบ้านมา 3 นัดติด อาร์เซน่อล กลับมาเก็บชัยชนะนัดเยือนได้อีกครั้งในเกมบุกถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด ถึงเอลแลนด์ โร้ด

ก่อนหน้านี้ ปืนใหญ่แพ้รวดที่ไปเยือน แอนฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล, โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ กูดิสัน ปาร์ค ของ เอฟเวอร์ตัน

แต่การไปเยือน เอลแลนด์ โร้ด ในเกมคู่เดียวของพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ มิเกล อาร์เตต้า พาทีมชนะได้ถึง 4-1 ซึ่งหากจังหวะสบสกอร์กว่านี้อีกนิด น่าจะทะลุถึงครึ่งโหล

นี่คือเกมที่มีหลายอย่างเข้าทาง “เข้าทางปืน” จนทำให้สกอร์ออกมาขาดลอย ต่างจากซีซั่นก่อนที่ทำอะไรกันไม่ได้ ณ สนามเดียวกันนี้

อันดับแรกเลยคือความพร้อมของ ลีดส์ ที่อยู่ในสภาพ “ไม่พร้อม” โดยสิ้นเชิง

มาร์เซโล่ บีเอลซ่า กุนซือจอมเก๋าของทัพยูงทองขาดผู้เล่นไปถึง 11 รายจากปัญหาบาดเจ็บ ติดโทษแบน และติดโควิด-19 ที่กลับมาระบาดอย่างหนักในตอนนี้

ตัวหลักที่ขาดหายไปมีทั้ง พาทริค แบมฟอร์ด, แคลวิน ฟิลลิปส์, จูเนียร์ ฟีร์โป้, แดเนี่ยล เจมส์, เจมี่ แช็คเคิลตัน, ปาสกาล สเตร้าค์, เลียม คูเปอร์ และ โรดริโก้ โมเรโน่ 

หายไปเยอะมากจนต้องใส่ชื่อ อาร์ชี่ เกรย์ ไอ้หนูวัย 15 ปีเป็นหนึ่งในสำรอง แต่น่าเสียดายไม่ถูกส่งลงสนาม จึงไม่ได้เป็นแข้งประวัติศาสตร์อายุน้อยสุดที่ลงเล่นพรีเมียร์ลีก

ขณะที่ผลงานสองเดือนหลังสุดชนะได้เพียงนัดเดียว แถมเพิ่งโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระเบิดลงเละเทะ 7-0

เรียกได้ว่าอยู่อ่วมสุดๆ ทั้งตัวผู้เล่น ผลการแข่งขัน และสภาพจิตใจ 



มาร์ติเนลลี่ เล่นได้อย่างท็อปฟอร์ม

อาร์เซน่อล ในวันที่กลับมาลงตัวอีกครั้งด้วยชนะในบ้าน 2 นัดติดเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน และ เวสต์แฮม แถมสามารถส่ง 11 ตัวจริงชุดเดิมลงเล่นได้อีก จึงไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดมือ

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง หลุดทีมอีกนัด แต่แทบไม่มีผลในตอนนี้เพราะแนวรุกยึด อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ เป็นหน้าเป้าพ่วงตำแหน่งกัปตัน พร้อมกับมีดาวรุ่งคอยสนับสนุนทั้ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, มาร์ติน โอเดการ์ด และ บูคาโย่ ซาก้า ขณะที่ เอมิล สมิธ โรว์ เป็นสำรองอีกนัด 

ปืนใหญ่หาโอกาสยิงได้ถึง 15 ครั้ง พร้อมทำสถิติยิงเข้ากรอบ 11 ครั้งในครึ่งแรก มากสุดของพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่เก็บข้อมูลกันมาในฤดูกาล 2003/04 ก่อนได้ 3 ประตูนำห่างแบบสบาย

เปอร์เซ็นต์ครองบอลใกล้เคียงกัน 49 ต่อ 51 แต่โอกาสลุ้นประตูของ อาร์เซน่อล มากกว่าหลายเท่าเพราะพื้นที่ข้างหลังของ ลีดส์ เปิดช่องตลอดเวลา 

4 แนวรับมีเพียง สจ๊วร์ต ดัลลัส กับ ลุค เอลิ่ง ที่ได้เล่นค่อนข้างบ่อย ขณะที่ โรบิน ค็อช ที่ผ่านความฟิตหวุดหวิดเพิ่งลงเล่นเป็นนัดที่ 2 ไม่ต่างจาก โคดี้ ดราเม่ห์ ดาวรุ่งวัย 20 ปีที่เป็นตัวจริงพรีเมียร์ลีกนัดแรกในชีวิต 

เกมประเดิมตัวจริงของ ดราเม่ห์ ยังต้องมาเจองานหนักรับมือ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ดาวรุ่ง อาร์เซน่อล ที่กำลังเครื่องร้อนเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม

ดราเม่ห์ เอา มาร์ติเนลลี่ ไม่อยู่จริงๆ โดยเฉพาะในชั่วโมงนี้ที่แข้งบราซิเลียนยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ ก่อนกดไป 2 ประตู พร้อมสร้างโอกาสให้เพื่อนได้อีก 5 ครั้ง

ครั้งล่าสุดที่นักเตะปืนใหญ่ยิงอย่างน้อย 2 ประตูและสร้างโอกาส 5 ครั้งในเกมเดียวต้องย้อนไปในปี 2016 ที่ อเล็กซิส ซานเชซ ทำได้ในการพบกับ เวสต์แฮม

เจ้าของฉายา “กาบิโกล” น่าจะทำแฮตทริกได้ เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่น่าจะมีสกอร์ หากไม่เพราะ อิลลาน เมส์ลิเย่ร์ นายทวารทัพยูงทองออกแรงเซฟไปถึง 8 ครั้งใน 45 นาทีแรก

ฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล เคยนำห่างคู่แข่ง 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกมาแล้วในเกมพบ สเปอร์ส ในศึกนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ซึ่งวันนั้นลูกทีมของ อาร์เตต้า เล่นได้ดีมากๆ ใน 45 นาทีแรก

ครึ่งแรกที่เอลแลนด์ โร้ด เกือบจะเป็นเกมที่สมบูรณ์แบบสุดๆ เหมือนวันถลกหนังไก่ ขาดก็เพียงจังหวะสุดท้ายไม่คมเท่าที่ควรและก็ติดเซฟไปหลายครั้ง



สมิธ โรว์ ลงสำรองมาช่วยยิงปิดท้าย

โอเดการ์ด เริ่มแสดงบทบาทจอมทัพที่คุมจังหวะเกมรุกได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ บอลจากเท้าของดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์สร้างโอกาสได้ดีมาก ขณะที่ความคล่องตัวและขยันของทั้ง มาร์ติเนลลี่ และ ซาก้า ก็เล่นงานกองหลังลีดส์ได้ตลอด 

ในครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ถอนคันเร่งลงพอสมควร เปิดโอกาสให้ ลีดส์ ได้เล่นได้ครองบอล แต่ทีมปืนใหญ่ก็ยังคอนโทรลสถานการณ์ได้ดีเพราะเกมรับแกร่งและนิ่งกว่าเจ้าถิ่น 

ความผิดพลาดเดียวของ เบน ไวท์ ที่เสียบเสียจุดโทษทำให้ ลีดส์ ตีไข่แตกจนได้ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายซึ่งจุดโทษของ ราฟินญ่า ก็เป็นเพียง 1 ใน 2 ครั้งที่ยิงเข้ากรอบตลอดทั้งเกม

ก่อนเสียจุดโทษนี้ เกมรับฝั่งขวาของ อาร์เซน่อล เริ่มมีช่องให้เจ้าถิ่นได้พาบอลบุกเพราะ ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ แบ็กขวาพลังปลาดิบบาดเจ็บ อาร์เตต้า จึงส่ง เซดริก โซอาเรส ลงมาเล่น

ก่อนถูกเปลี่ยนออกในนาที 64 “โทมิ” มีเกมที่ยอดเยี่ยมอีกเกม หน้าที่หลักในเกมรับไร้ข้อผิดพลาด แรงเบียดแรงปะทะสุดยอด  

ลีดส์ ทวงประตูแรกได้ แต่ก็ไม่สามารถรักษาโมเมนตัมเพื่อโหมบุกต่อได้เพราะอีก 2-3 นาทีถัดมา อาร์เตต้า ก็ส่ง สมิธ โรว์ ลงมาแทนซึ่งด้วยความฟิตความสดเพราะเพิ่งลงมาก็สามารถวิ่งไล่บอลตั้งแต่แดนบนได้ การขึ้นบอลจากเกมรับของลีดส์จึงทำได้ลำบาก

แม้ไม่ได้ยิงเป็นว่าเล่นเหมือนในครึ่งแรก แต่การเล่นตามจังหวะไปเรื่อยๆ ของ อาร์เซน่อล รอให้ลีดส์หลุดตำแหน่งกันเองก็เปิดช่องให้ยิงประตูที่สี่ปิดเกมได้สนิทจาก สมิธ โรว์ ที่ โอเดการ์ด แอสซิสต์ให้อย่างเหนือชั้น

กลายเป็นว่า 4 ประตูในเกมนี้มาจาก 3 ดาวรุ่งอายุไม่เกิน 21 ปีซึ่งนับเป็นครั้งแรกของพรีเมียร์ลีกที่มีนักเตะดาวรุ่ง 3 คนทำประตูได้ในเกมเดียวกัน

ชัยชนะนอกบ้านนัดนี้ทำให้ อาร์เซน่อล ยึดอันดับ 4 ได้มั่นคงยิ่งขึ้นและจะอยู่ในท็อปโฟร์วันคริสต์มาสเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี แม้บางทีมที่ไล่จี้ติดมาทั้ง เวสต์แฮม, แมนฯ ยูไนเต็ด และ สเปอร์ส จะมีเกมตกค้างเพราะปัญหาโควิดก็ตามที

โปรแกรมตกค้างของหลายทีมไม่ได้การันตีว่าจะเก็บชัยชนะได้แน่นอน ดังนั้นการที่ อาร์เซน่อล ลงแข่งได้ในช่วงนี้และปิดจ๊อบของตัวเองไปก่อนจึงสำคัญ และมองเป็นเรื่อง “โชคดี” อย่างที่ อาร์เตต้า ว่าไว้ 

“มันสำคัญมากในการคว้าชัยชนะเพื่อทำคะแนนทิ้งห่างและเป็นการสร้างความกดดันให้พวกเขา”

“พวกเราโชคดีจริงๆ ที่ได้ลงแข่งในขณะที่ทุกอย่าง (โควิด) มันกำลังเกิดขึ้น ผมบอกนักเตะให้สนุกกับเกมและทุ่มเทเต็มที่เพราะผมก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงต่อไป”

คู่แข่งตรงหน้าอยู่ในสภาพเข้าขั้นพิการ คู่แข่งลุ้นโควตายุโรปไม่ได้ลงแข่ง สถานการณ์ “เข้าทาง” แบบนี้ “ปืนใหญ่” จึงสาดกระสุนเก็บชัยชนะตามเป้าได้สำเร็จ


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com