ก่อนที่เราจะไปลุ้นทีมชาติไทย ยู 23 ทำศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี วันที่ 25 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะพบกับ มองโกเลีย เวลา 10.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง ONE 31 และ AIS PLAY ต่อด้วยพบกับ มาเลเซีย วันที่ 28 ตุลาคม และ ลาว วันที่ 31 ตุลาคม 2564

วันนี้เราจะพาไปเจาะข้อมูล 3 คู่แข่งในกลุ่มของทีมกัน ไปดูกันเลยว่าโค้ชเป็นใคร และนักเตะแกนหลักมีใครกันบ้าง บอกได้เลยว่างานนี้เร้าใจอย่างแน่นอน

 

มองโกเลีย 

โค้ช : ชูอิชิ มาเสะ 

เมื่อ 20 ปีก่อน เขาเพิ่งจะหันหลังให้กับวงการฟุตบอล ด้วยการแขวนสตั๊ดแค่วัย 26 ปีเท่านั้น หลังจากลงเล่นทีมสุดท้าย คือ NK Trnje ในลีกโครเอเชีย เพราะเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน ทำให้ ชูอิชิ มาเสะ เดินหน้าสู่การเป็นโค้ชแบบเต็มตัว 

2015 เป็นฤดูกาลแรกที่เขาจับงานโค้ช ในการคุมทีมสโมสรทั้ง เจ 2-3 กระทั่งปี 2021 ได้รับข้อเสนอจากสมาคมฟุตบอลมองโกเลีย ให้มารับงานกุมบังเหียน พร้อมกับดูทีมชาติ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งได้เป้นเจ้าภาพชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก 

อย่างไรก็ตามกุนซือชาวญี่ปุ่น จะพลาดคุม ทีมชาติมองโกเลีย ตลอดทัวร์นาเมนต์ ชิงแชมป์เอเชีย 2022 รอบคัดเลือก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เป็นเจ้าภาพ เนื่องจากต้องบินกลับญี่ปุ่นด่วน เพื่อผ่าตัดอาการป่วยบริเวณดวงตา 

ทำให้เขาจะหมดสิทธิ์คุมทีมข้างสนามทั้ง 3 นัด  โดยจะทำการส่งข้อมูลต่างๆ ให้ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชผ่านทางออนไลน์ และ มอบหมายให้ผู้ช่วยทำหน้าที่ขัดตาทัพแทน เริ่มเกมแรกคือการพบกับ ทีมชาติไทย 


สตาร์ : กันบายาร์ กันโบลด์

การประกาศรายชื่อ 23 ขุนพลของทางเจ้าภาพ ปรากฏว่าพวกเขาสร้างความฮือฮาไม่น้อย ด้วยการมีแข้งคนเดียวที่มจากลีกนอกประเทศ จาก เคเอฟซี โคมาโน่ ทีมในลีกสโลวาเกีย ซึ่งเจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวหลักให้กับทีมในซีซั่นนี้หลังยืมตัวมาจาก ปุสกัส อะคาเดมี่ ทีมดังของฮังการี

นั่นคือ กันบายาร์ กันโบลด์ จอมทัพวัย 21 กะรัต ซึ่งสร้างชื่อให้กับตัวเองในวัย 15 ปี ลงเล่น เอเอฟซี คัพ รอบคัดเลือก ปี 2016 กับ โครอมคอน ขึ้นขนาดฝีเท้าไปเตะตาสโมสร เอซี มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่ของอิตาลี จนถูกเทียบเชิญเข้าร่วมซ้อมเทรนนิ่งแคมป์

นอกจากนี้ยังติดทีมชาติมองโกเลีย มาล้วทุกชุด ตั้งแต่ 15, 16, 19, 21, 23 ปี และชุดใหญ่ ที่ลงเล่นในวัย 20 ปี เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2021 พบ ทาจิกิสถาน ในฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง

ไม่เพียงเท่านั้น เขาเองยังเคยมาซ้อมเรียกความฟิตช่วงรักษาอาการบาดเจ็บกับ 2 ทีมในด้านขวานไทย ทั้ง ภูเก็ต ซิตี้ เอฟซี และ กระบี่ เอหซี ในช่วงเวลา 10 วัน 

//////////////////////////////////////////////////


ลาว 

โค้ช : เสลวาราช เวนกาดาซาลาม

 นี่คืออดีตกองหน้าทีมชาติสิงคโปร์ในยุค 1995-2003 ซึ่งถือว่ามีความสูงอย่างมาก และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี โดยเคยเล่นกับ เทิดศักดิ์ ใจมั่น พาทีม สิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ คว้าแชมป์เอส ลีก มาแล้วในปี 2003

 ก่อนที่ปี 2013 ชื่อของ เสลวาราช เวนกาดาซาลาม จะเริ่มเทิร์นโปรในยุทธจักรของกุนซือ เริ่มงานแรกกับ วอริเออร์ หรือชื่อเดิมก็คือ สิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ ซึ่งเขาพาทีมจบอันดับที่ 7 ของตาราง  

 ก่อนที่จะไปทำ กาเรน่า ยัง ไลออนส์ ในปี 2017 และกระโจนสู่ทีมชาติลาว ชุดใหญ่ พ่วงด้วยการทำทีมอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งถือว่าเตรียมทีมมาดีมากๆ 

 หลังจากเลือกเดินทางไป มองโกเลีย เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยไปปักหลักฝึกซ้อมก่อนถึงโปรแกรมแข่งขัน 2 สัปดาห์ ที่สหพันธ์ฟุตบอลมองโกเลีย (ศูนย์ฝึกอบรม MFF) 


สตาร์ : พัดทะนา พรมมะเทพ

 นี่คือดาวรุ่งที่ถูกยกให้เป็น ความหวังใหม่ของวงการฟุตบอลลาว หลังพ้นผ่านยุคของ ลำเนา สิงโต, กัลยา สายสมหวัง, คำแพง สายวุฒิ และ สุกอาพอน วงเจียงคำ ของ อุดรธานี เอฟซี

เขาเองก็ยังเคยมีโมเมนต์พิเศษกับลูกหนังสยาม หลังจากสัมผัสแรกที่เล่นบอลอาชีพในไทย เป็นเกมที่ กาฬสินธุ์ เอฟซี เจอกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในฟุตบอลถ้วย หลังจากเข้ามาคัดตัว จากการประกาศยุบทีมของ ล้านช้าง ยูไนเต็ด สโมสรในบ้านเกิด

นอกจากนี้ยังเป็นแกนหลักของทีมในยุค เสลวาราช เวนกาดาซาลาม เทรนเนอร์ชาวสิงคโปร์ เข้ามาทำทีม ซึ่งอีกเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้ คือ เขาเคยอยู่กับสโมสรใหญ่ในเมืองไทยมาแล้ว อย่าง ชลบุรี เอฟซี 

เจ้าของชื่อเล่น “จั่นเจา” เขามาทดสอบฝีเท้ากับ ชลบุรี เอฟซี เมื่อตอนอายุได้ 18 ปี หรือเมื่อ 3 ปีก่อน และได้เซ็นสัญญากับทีม ก่อนจะถูกส่งลุย ฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งพบกับ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด 

//////////////////////////////////////////////////


มาเลเซีย

โค้ช : แบรด มาโลนีย์

 นี่คือกุนซือที่อยู่กับทีมมาอย่างยาวนาน และเป็นการต่อยอดที่ มาเลเซีย มองว่าจะเป็นชุดแห่ง “แสงปลายอุโมงค์” ในการลอกคราบ “เสือเหลือง” ให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง เพราะอยู่ด้วยกันตั้งแต่รุ่น 12 ปี ฟูมฟักกันมาเรื่อย จนถึงบัดนี้

 แบรด มาโลนีย์ เคยเป็นนักเตะของทีมชาติออสเตรเลีย ทั้ง ยู 20, ยู 23 และชุดใหญ่ มาก่อน โดยเขาเข้ามาดูแลทีมตั้งแต่เป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติมาเลเซีย ชุดใหญ่ เมื่อปี 2014-2018 ก่อนจะขยับมาคุม ทีม 19, 20, 22 และ 23 ปี ตามลำดับ

 ด้วยจิตวิญญาณของการเป็นคนออสซี่ แน่นอนว่าเขาใส่คำว่า “บู๊ เดือด เผ็ด” ลงไปในทีมนี้ เพื่อเป้าหมายให้วันเวลาที่ “เสือเหลือง” จะกลับมาเป็นบิ๊กเบิ้มของอาเซียน ซึ่งจะเล่น ระบบ 4-3-3 กับ 3-4-3 โดยเป็นข้อมูลจาก ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย กุนซือทีมชาติไทย ยู 19

 ยิ่งกว่านั้นนโยบายของทีมชาติ ยู 23 มาเลเซีย ชัดเจนคือการ่างผู้เล่นอายุน้อยลงทำการแข่งขันเพื่อสร้างทีมไว้สำหรับการคัดเลือกโอลิมปิก 2024 เป็นการปูพื้นฐานผู้เล่นในเวลานี้ ก็น่าสนใจในทีม เป็นโค้ชเก่งคนหนึ่ง 


สตาร์ : ลุกมาน ฮากีม ซัมซูดิน

ในวัย 17 ปี เขาก้าวไปติดทีมชาติมาเลเซีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และถึงวันนี้ แม้ว่า “ลุกมาน ฮากีม ซัมซูดิน” จะมาเล่นให้กับทีม ยู 23 ลุยรอบชิงแชมป์เอเชีย แต่ว่าเขาเองก็ติดทีมชาติ ชุดใหญ่ ของพลพรรค “เสือเหลือง” ไปเรียบร้อยแล้ว

และเมื่อต้นปี 2020 เขาเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมด้วยการลงฝึกซ้อมกับทีมระดับเยาวชนของสโมสรคาร์ดิฟ ซิตี้ ที่มี ตัน สรี ชาวมาเลเซีย เป็นเจ้าของสโมสร ก่อนจะออกไปค้าแข้งในลีกสูงสุดของเบลเยียม กับสโมสรคอร์ไทรจ์ ด้วยสัญญา 5 ปี ไม่เพียงเท่านั้น เขาเองยังได้รับการเสนอชื่อในกลุ่มเยาวชนที่มีความสามารถ 60 คนจากนิตยสาร The Guardian (Next Generation 2019) 

และ วัน กุซรี วัน คาเมล เป็นน้องชายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬาของมาเลเซีย วาน อาหมัด ฟายซาล ยังยกให้ว่า นี่คือผู้เล่นสองคนที่มีความสนใจเป็นพิเศษในสื่อของมาเลเซีย


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com