การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่โดยเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอนทำให้เวลานี้เสียงแตกนะครับว่าพรีเมียร์ลีกช่วงเทศกาลจะแข่งขันกันต่อหรือหยุดดี

โธมัส แฟร้งค์ กุนซือของ เบรนท์ฟอร์ด ยืนยันว่าควรที่จะยกเลิกช่วงบ็อกซิ่ง เดย์ ไปเพื่อให้ทุกทีมได้พักฟื้นจากการติดไวรัสโควิด-19 ทว่าทางฝั่งของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยันว่าควรจะให้มีการแข่งขันไปตามปกติ 

เดี๋ยววันจันทร์นี้ตัวแทนของพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 ทีมจะเข้าร่วมประชุมหาข้อสรุปในเรืองนี้นะครับ จะมีการล็อกดาวน์สั้นๆหรือไม่เราจะได้ทราบกันแน่นอน

สำหรับน้าแมวแล้วมองว่าก็ให้แข่งกันตามปกตินั่นแหละ ดูเป็นเคสต์ๆไป อย่าง เบรนท์ฟอร์ด ถ้าเกิดเหลือผู้เล่นชุดใหญ่เพียงแค่ 13 คนเหมือนอย่างที่ แฟร้งค์ ว่าเอาไว้ก็สมควรจะเลื่อนออกไปจริงๆนั่นแหละ

แต่กับ ลิเวอร์พูล ที่มีติดแค่ 3 คนคือ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, ฟาบินโญ่ และ เคอร์ติส โจนส์ พวกเขาสามารถแข่งขันต่อได้สบายๆเพราะมีขนาดทีมที่ใหญ่กว่านั่นเอง

คือพูดง่ายๆว่าใครแข่งได้ก็แข่ง ส่วนใครแข่งไม่ได้ก็ไม่ต้องแข่ง ก็มีได้เปรียบเสียเปรียบกันบ้างแต่ก็เล็กน้อยเท่านั้น ของแบบนี้มันไม่มีอะไรแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์

ดูอย่าง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน สิไปเยือน เชลซี โดยขาดตัวผู้เล่นเพียบ แล้วเป็นไง สุดท้ายบุกไปเสมอ 1-1 ใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เฉยเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า !

น้าแมว ว่านักเตะเกือบจะ 90 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ฉีดวัคซีนกันไปแล้ว อีกอย่างแม้ว่าโอไมครอนจะติดง่ายแต่จากรายงานทางการแพทย์ก็ไม่ได้รุนแรง ถ้ามัวแต่ไปกลัวก็ไม่ได้ทำอะไรน่ะสิ

การชัตดาวน์แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ความเสียหายใหญ่หลวง ปีที่แล้วพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แทบจะไม่มีคนดูเข้าสนามปรากฏว่าเสียหายรวมกันถึง 2 พันล้านปอนด์กันเลยทีเดียว ที่สำคัญอีกอย่างก็คือถ้าชัตดาวน์ไปจะหาโปรแกรมที่ไหนลง

อย่าง สเปอร์ส เวลานี้พลาดการลงสนามไป 4 นัดแล้วกับ เบิร์นลี่ย์, แรนส์, ไบรท์ตัน และ เลสเตอร์ ก็แทบจะไม่มีที่แทรกแล้ว ถ้าช่วงเทศกาลพลาดการลงเล่นไปอีก 2-3 เกม บอกเลยว่า “ฉิบหาย” แน่นอน

ดังนั้นน้าแมวเชื่อว่ามติของวันจันทร์นี้คงยากที่จะชัตดาวน์ล่ะครับ น่าจะเป็นแบบแก้ปัญหาเป็นคู่ๆไป ใครแข่งได้ก็แข่งถ้าขาดเยอะก็ไม่ต้องแข่ง ไม่ใช่เหมารวมว่าจะต้องไม่แข่งไปซะทั้งหมด มิเช่นนั้นปัญหามันอาจจะใหญ่กว่าที่คิดก็ได้ และอย่าลืมว่าปีหน้าเป็นปีฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายอีกด้วย

นักเตะเขายังไม่กลัวกันเลยครับ แล้วคนตัดสินใจจะไปกลัวแทนทำไมล่ะ ?

“แมวเพชร”


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com