ถึงตอนนี้แล้วแฟนบอล เชลซี ก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างหอมหวานในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทีมปัจจุบัน

         ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าท่ามกลางซีซั่นที่วุ่นวายในปี 2020/21 โดยเฉพาะในเรื่องของการเปลี่ยนกุนซือคงไม่มีใครคิดว่าทีมจะเดินทางไปถึงจุดสูงสุดได้ชูถ้วยแชมป์ใหญ่ของยุโรป

         ฤดูกาลที่ 107 ในประวัติศาสตร์สโมสรและปีที่ 32 ติดต่อกันในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ทีมเสริมทัพด้วยเม็กเงินมหาศาลทั้ง ฮาคิม ซิเย็ค, ทิโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, ไค ฮาแวร์ตซ์ และ เอดูอาร์ เมนดี้ โดยรวมแล้วมากกว่า 200 ล้านปอนด์

         ด้วยเม็ดเงินขนาดนั้นทำให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนัก แม้ทีมจะไปได้ดีในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ในพรีเมียร์ลีกกลับน่าผิดหวังและฟางเส้นสุดท้ายก็มาขาดลงหลังความพ่ายแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 ทำให้ทีมแพ้ 6 จาก 19 เกมแรก มีแค่ 26 คะแนน แม้ว่าก่อนหน้านั้นไม่ถึง 24 ชั่วโมงจะพาทีมชนะ ลูตัน ในเอฟเอ คัพ 3-1 แต่การตัดสินใจได้เกิดขึ้นแล้ว

         มีรายงานว่ามีปัญหาภายในทีมที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไม่เห็นด้วยกับการเสริมทัพของทีม และด้วยเม็ดเงินขนาดนั้นทำให้ทีมไม่พร้อมจะจ่ายเพิ่มกับนักเตะที่อดีตกองกลางของทีมต้องการจริงๆ โดยเฉพาะในรายของ เดแคลน ไรซ์ ที่มีข่าวกับตลอดทั้งซัมเมอร์นั้น


         การขุดคุ้ยมีขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องนี้ แลมพาร์ด มีปัญหาในเรื่องการสื่อสารกับ มารีน่า กรานอฟสกาย่า ที่แทบเข้าหน้ากันไม่ติดถึงขั้นต้องให้ ปีเตอร์ เช็ก มาเป็นตัวกลางตลอด

         แต่ก็นั่นแหละสุดท้ายก็ผ่านไปโดยทาง เชลซี ไปดึง โธมัส ทูเคิ่ล ที่เพิ่งโดน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ปลดจากตำแหน่งมาหนึ่งเดือนก่อนหน้า

         การเข้ามาของนายใหญ่ชาวฝรั่งเศสเรยีกได้ว่าพลิกโฉมหน้าเกมของสิงโตแห่งกรุงลอนดอนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในเรื่องของแผนการเล่นที่หันมาใช้ระบบ 3 เซนเตอร์ จากเดิมที่ผ่านมาเล่นด้วยแผนงาน 4 แนวรับตลอด

         จากเกมรับที่เสียประตูเป็นว่าเล่นทีมก็เหนียวแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อกลานเป็นโค้ชคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่คุมทีมและไม่เสียประตู 5 นัดแรกในบ้าน พร้อมทั้งทำสถิติไม่แพ้ฝย 13 เกมแรกที่คุมทีม นานที่สุดของ เชลซี สำหรับโค้ชใหม่เลย


         ภารกิจในลีกเดินหน้าอย่างยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับเส้นทางในบอลยุโรป ที่ทาง โธมัส ทูเคิ่ล ทำหน้าที่ตั้งแต่รอบน็อคเอาท์กรุยทางสู่เอสตาดิโอ โด ดราเกา 

         ทีมเริ่มรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่นทั้งเหย้า-เยือน โดยเกมแรกบุกชนะในการไปเยือน 1-0 ก่อนกลับมาคว้าชัยที่ลอนดอน 2-0

         หลังจากนั้นรอบ 8 ทีมสุดท้ายจัดการเอาชนะ ปอร์โต้ ด้วยสกอร์รวม 2-1 ในการเล่นที่ เซบีย่า ตามด้วยการโค่น เรอัล มาดริด ในรอบคัดเชือกที่สกอร์รวม 3-1

         ส่วนเกมชิงชนะเลิศเฉือนคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 จากประตูชัยของ ไค ฮาแวร์ตซ์ คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปเป็นสมัยที่ 2 ของสโมสร


         ล่าสุดเส้นทางแห่งจ้าวยุโรปนี้กำลังจะมีการเผยสู่สายตาประชาชนในสารคดี “Porto Uncovered” เส้นทางสู่ปอร์โต้ที่เป็นสังเวียนชิงชนะเลิศนั่นเอง

          ความน่าสนใจคือจะมีการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง โดยที่มีภาพเบื้องหลังการถ่ายทำตั้งแต่ช่วงน็อคเอาท์ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

         ท่ามกลางการดิ้นรนในลีกที่ตรงข้ามกับเส้นทางยุโรปต้องบอกว่ามันน่าสนใจว่า โธมัส ทูเคิ่ล และนักเตะมีแนวคิดในการเดินหน้ายังไง

         มีการเผยน้ำจิ้มของตอนแรกกับการสัมภาษณ์ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่กลับมาเกิดใหม่ในยุคของเทรนเนอร์ชาวเยอรมันเมื่อถูกถามว่าคิดว่าทีมจะไปถึงตำแหน่งแชมป์รึเปล่า คำตอบที่ได้สั้นๆเลยก็คือ “ไม่”

         เมื่อถูกขอให้อธิบายกองหลังทีมชาติเยอรมันกล่าวว่า “ถ้าคุณเห็นว่าเราอยู่จัดไหนในตอนนั้น เราอยู่อันดับ 9 หรือ 10 ในลีกและสิ่งต่างๆก็ไม่ดีเท่าไรนัก ผมบอกตามตรงเลย, ดังนั้น ไม่”


         แน่นอนว่า รือดิเกอร์ ไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น – ไค ฮาแวร์ตซ์ ฮีโร่ยิงประตูชัยในเกมชิงชนะเลิศก็บอกไปในทำนองเดียวกันกับเพื่อนร่วมชาติ

         “บอกตามตรงเลย ไม่อย่างแน่นอน” ฮาแวร์ตซ์ ตอบเมื่อถูกยิงคำถามเดียวกัน “ผมคิดว่าเป้าหมายของเราในตอนนั้นไม่ใช่การคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เป้าหมายของเราคือผ่านเข้าไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีกในปีหน้า”

         อย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลังจากเริ่มต้นปีซึ่งทาง ปีเตอร์ เช็ก ก็ออกมาพูดเป็นน้ำจิ้มว่า “บางครั้งคุณต้องการประกายเล็กๆน้อยๆ และทันใดนั้นสิ่งต่างๆก็กลับกลายเป็นตรงกันข้าม”

         จุดประกายที่ ปีเตอร์ เช็ก พูดถึงมาในรูปแบบของโค้ชคนใหม่ ซึ่งในสารคดี “Porto Uncovered” ทูเคิ่ล ก็เปิดใจเกี่ยวกับงานที่ได้รับเมื่อเข้ามาสู่สโมสร วิธีพัฒนาทีมและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงการเริ่มต้นจากกลางตารางในพรีเมียร์ลีกขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ยุโรปภาพในเวลาไม่กี่เดือนจนจบในท็อปโฟร์ด้วย


         ตอนแรกของ “Porto Uncovered” จะชมได้ทางเว็บไซด์ทางการของสโมสรและแอป “The 5th Stand” ในวันอังคาร โดยจะเป็นบทสัมภาษณ์พิเศษและเนื้อหาในส่วนของเบื้องหลังทั้งในมุมมองของนักเตะ, ทีมงาน และกองเชียร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของชัยชนะอันโด่งดัง เส้นทางอันทรหดไปจนสู่รอบชิงชนะเลิศและความท้าทายในการคว้าชัยชนะไปจนถึงปอร์โต้

         ส่วนตอนที่สองจะฉายในวันพฤหัสบดี จะหยิบเรื่องราวที่เอสตาดิโอ โด ดราเกา โดยเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับรอบชิงชนะเลิศ การฉลองอันน่าทึ่งในสนาม ในห้องแต่งตังและบนอัฒจันทร์

         เจาะลึกขนาดนี้เป็นอะไรที่แฟน “สิงห์บลูส์” ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com