ถูกยกเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามอง ถูกยกว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่อาจจะขึ้นมาเขย่าบัลลังก์ลีก เอิง ซีซั่นนี้

แต่ผลงานของ โมนาโก ในช่วงต้นซีซั่นน่าผิดหวังอย่างมาก แม้จะมีฟอร์มช่วงพรีซีซั่นที่ดีและเปิดตัวในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกอย่างยอดเยี่ยม แต่เมื่อลงสนามจริงกลับเป๋แบบไม่มีทรง

จุดเริ่มต้นมาจากนัดเปิดสนาม ลีก เอิง ที่ทำได้เพียงเสมอ น็องต์ 1-1 รูปเกมตั้งแต่ต้นจนประตูออกนำเป็นทาง โมนาโก ที่เหนือกว่าชัดเจน แต่หลังจากนั้นกลับโดนตีเสมอและรูปเกมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ถึงจะพยายามกดดันทีมเยือนอย่างหนักแต่ดูเหมือนแผงแนวรุกไม่ทำหน้าที่ของตนเอง ปล่อยโอกาสหนแล้วหนเล่าทิ้งไปจนได้เพียงคะแนนเดียว

หลายคนยังคงไม่มีท่าทีร้อนใจเพราะเป็นเพียงนัดเปิดซีซั่น หลายๆ อย่างอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง นักเตะใหม่ยังต้องการเวลาปรับจูน แถมนัดต่อมาแก้ตัวเอาชนะ สปาร์ต้า ปราก 3-1 ตบเท้าเข้าเพลย์ออฟยูซีแอล


เหมือนว่าทุกอย่างจะกลับเข้ารูปเข้ารอย แต่มันเป็นเพียงช่วงเวลาคลื่นลมสงบก่อนจะมีพายุเข้ามา เพราะหลังจากนั้นทีมพุ่งชนกับหายนะปราชัย 3 นัดรวด ที่สำคัญคือไม่มีสกอร์จากฝั่ง โมนาโก เลย

เริ่มจากความพ่ายแพ้ ลอริยองต์ 0-1 แต่สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นเกมแพ้ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค คาบ้านตนเอง 0-1 ในนัดแรกของรอบเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะตลอด 90 นาที อนาโตลี ตรูบิน นายด่านทีมเยือนแทบจะยืนพ่นลมหายใจทิ้งไปเปล่าๆ เนื่องจากไม่มีจังหวะต้องออกแรงให้วุ่นวายอะไรมากมาย

ที่สำคัญ ถึงจะเล่นในรังแต่รูปเกมเป็นรองคู่แข่งเยอะ บวกกับเจอความเก๋าเกมของตัวแทนจากยูเครนที่เล่นเอาพลังหนุ่มโมนาโกไปไม่เป็น

อาการเมาหมัดยังคงลามต่อเนื่องเพราะเกมล่าสุดก็ดันแพ้ ล็องส์ คาบ้าน 0-2 ทำให้พวกเขามีแค่คะแนนเดียวจาก 3 นัดในลีก

จะว่าไปแล้วไม่ต่างจากซีซั่นก่อนที่ โมนาโก มีช่วงเป๋ไม่เป็นทรงก่อนจะดีดตัวกลับมา แต่ฤดูกาลนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าเดิมเพราะกำลังรบในแนวรุกไม่ทำงาน คู่หูมหาประลัยอย่าง วิสซาม เบน เยแดร์ และ เควิน โฟลลันด์ ซึ่งทำผลงานรวมกัน 36 ประตูในลีก เอิง ซีซั่นที่แล้วกลับกลายเป็นแมวหงอยไร้พิษสง

นั่นคือจุดสำคัญของ โมนาโก เพราะพวกเขาเป็นทีมประเภทยิงมายิงกลับ พร้อมเปิดหน้าแลก แต่เมื่อกองหน้าพากันเป้าสะอาดแบบนี้ผลงานที่ออกมาจึงไม่น่าแปลกใจ


นอกจากนั้นสื่อของฝรั่งเศสยังตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากแผนการเล่นที่สลับไปมาในช่วงหลังของ นิโก้ โควัช เพราะอย่าลืมว่าผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งหลังของซีซั่นที่แล้วมาจากผลงานการเล่นในระบบ 4-4-2 ซึ่งอาจจะสลับเป็น 3-4-2-1 ในเกมที่ดวลกับทีมใหญ่ แต่มีซีซั่นนี้ดูเหมือนกุนซือชาวโครแอตจะคิดมากเกินหรือไรเพราะแผนการเล่นของเขายังคงสะเปะสะปะและไม่มีความมั่นคงเหมือนที่ผ่านมา

บางทีอาจจะมาจากอาการรักพี่เสียดายน้องไม่อยากตัดนักเตะบางคนออกจากแผนการเล่น ซึ่งมันส่งผลกับภาพรวมของทีม และจุดนี้เชื่อว่า โควัช ผู้เป็นกุนซือคงมองเห็นและต้องตัดสินใจโดยด่วนก่อนที่ผลงานจะหลุดไปไกลกว่านี้

กระนั้น โควัช ยังกัดฟันยิ้มสู้และเชื่อว่าทีมจะกลับมาได้แน่นอน แต่ตอนนี้ต้องปรับแนวรุกให้เฉียบคมกว่าที่ผ่านมา

“ฤดูกาลก่อนเราก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน และนี่เป็นสถานการณ์ใหม่” กุนซือโครแอตกล่าวหลังจากปราชัย ล็องส์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

“เรากำลังลงเล่นในรายการที่มากขึ้นกว่าเดิมและผลการแข่งขันไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ แต่พวกมันก็ไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเราสมควรได้

“เราครองเกมของเราและท้ายที่สุดเราไม่ได้คะแนนที่เราสมควรได้ ตอนนี้มันไม่ดีเลย แต่ผมมีความสุขกับผลงานโดยรวม เรากำลังสร้างโอกาสมากมาย มันเป็นช่วงเวลาของการตั้งคำถามเท่านั้น”


อย่างที่เรียนไปตอนแรกแล้วว่าปัจจัยสำคัญที่สุดคือตัวจบสกอร์ที่คลำเป้าไม่เจอ โดยเฉพาะ เบน เยแดร์ ที่ไม่มีชื่อบนสกอร์ตลอด 5 เกมอย่างเป็นทางการหลังสุด

สำหรับ โควัช มันคือการบ้านที่ต้องนำแก้ไขและตีโจทย์ให้แตก แต่ส่วนตัวแล้วเขายังคงเชื่อมั่นในทีมที่ปั้นมารวมไปถึงแข้งใหม่ที่พร้อมยกระดับผลงานในอนาคต

มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ โควัช มองว่าทุกๆ คนในทีมต้องไม่เป๋หรือโอนเอียงไปตามกระแสภายนอก ทุกคนควรกลมเกลียวและเดินหน้าทำงานกันต่อไป เพราะมันเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

ต้องตามดูกันต่อไปว่าความมั่นใจของ โควัช จะกลับกลายมาเป็นพลังงานบวกให้กับทีมได้หรือไม่ หรือ โมนาโก ยังคงเป๋แบบไม่มีทรงเช่นนี้ต่อไป เพราะมันไม่ใช่แค่การกำหนดทิศทางของสโมสร แต่มันอาจจะหมายถึงการกำหนดอนาคตของกุนซือรายนี้เช่นเดียวกัน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com