ไม่น่าแปลกใจกับการปราชัยนัดที่ผ่านมา เพราะหากพิจารณาจากผลงานโดยรวม นั่นคือสิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สมควรได้รับ

ก่อนหน้านี้ ปิศาจแดง ได้ส่งสัญญาณน่ากังวลออกมา ชนะเพียง 2 จาก 6 นัดในทุกรายการ ที่สำคัญคือพวกเขาไม่ชนะในศึก พรีเมียร์ ลีก 2 เกมก่อนหน้าที่จะออกไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

แม้ว่านักเตะผีแดงมีรูปเกมในช่วงต้นการแข่งขันที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ไม่ได้แย่อะไรเลย มีโอกาสมากกว่าเจ้าบ้านแถมทำประตูออกนำไปก่อนจากลูกยิงสุดสวยของ เมสัน กรีนวูด กระนั้นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ทีมต้องเจอบทลงโทษที่เจ็บปวด

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประตูตีเสมอในครึ่งแรกของ จิ้งจอกสีน้ำเงิน มาจากความผิดพลาดและเล่นแบบไม่รอบคอบ โดยเฉพาะ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่รอบอลและคิดถึงจังหวะต่อไปมากเกิน จนทำให้โดนฉกบอลและเป็นการยิงที่ต้องโค้งคำนับ ยูริ ตีเลมันส์ 

ประตูดังกล่าวแทบจะทำให้เกมที่เหนือกว่าของ ยูไนเต็ด ต้องหยุดชะงัก เพราะหลังจากนั้นทีมไม่มีโอกาสจะแจ้งหรือจังหวะเล่นงานเจ้าบ้านแบบจังเบอร์เลย 

เหมือนเป็นการฉายภาพซ้ำจาเกมก่อนๆ เพราะทีมทำได้เพียงต่อบอลแบบเดิมๆ ถ่ายบอลไปมา ก่อนที่จังหวะสุดท้ายไม่เปิดติดแนวรับก็พลาดกันไปเอง


นั่นคือปัญหาที่แก้ไม่ตก และเป็นโจทย์สำคัญที่ โซลชา ยังไม่สามารถหาทางออกได้สักที มันเป็นจังหวะปัญหาของทีมซึ่งจะเกิดขึ้นเสมอในเกมที่อึดอัดและต้องการประตูสำคัญ (ซึ่งช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่หาากเกมออกมาลักษณะนี้ ลงท้ายทีมจะโดนสอยตาข่ายและแพ้ไป)

สิ่งเหล่านั้นไม่ต่างจากการวัด 'กึ๋น' ของกุนซือแต่ละคน หากลองไปเปรียบเทียบกับเทรนเนอร์คนอื่นๆ จะเห็นชัดเจนว่า โอเล่ เป็นรองในเรื่องนี้ เรื่องการแก้เกมในยามฉุกเฉิน และการเปลี่ยนมิติให้ทีมมีความไหลลื่นมากขึ้นระหว่างลงสนาม

บางนัดแฟนบอลแทบจะเดาทางได้เลยว่า โซลชา คิดหรือวางการเปลี่ยนตัวแบบไหนเมื่อรูปเกมมออกมาติดๆ ขัดๆ ซึ่งสิ่งนี้น่ากังวลไม่น้อยเพราะมันเหมือนการถูกจับทางได้ตั้งแต่ก่อนลงสนาม และหาก 11 ตัวจริงไม่สามารถทำประตูหรือสร้างการเล่นที่ดีออกมาได้ บรรดาตัวสำรองก็แทบจะไม่มีผลเลย เพราะบางนัดกว่าจะขยับตัวก็เหลือเวลาไม่มาก

อย่างเกมที่ผ่านมา แม้ว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด จะตีเสมอให้กับทีมหลังจากโดนแซงนำ กระนั้นจากความผิดพลาดและการเล่นเกมรับที่ไม่รัดกุมทำให้ทีมเจอบทเรียนที่สำคัญอีกครั้ง บทเรียนที่ว่าเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และดูเหมือนว่าพวกเขาไม่รู้จักจำเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเป็นการยืนประกบตัวห่าง การปล่อยพื้นที่ให้คู่แข่งได้โอกาสเข้าทำ สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บปวด

แม้บรรดาแฟนบอลโลกสวยจะบอกว่าตอนนี้อยู่ในช่วงต้นซีซั่นและยังคงตะบี้ตะบันเชียร์โดยไม่ลืมหูลืมตาดูเลยว่ารูปเกมที่เกิดขึ้นมันน่าหนักใจเพียงใด เพาะมันแทบจะหวังอะไรไม่ได้เลยหากทีมยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ซึ่งหากนำไปเทียบกับทีมอื่นๆ ในพื้นที่ลุ้นแชมป์ พวกเขาเหล่ามีแต่จะเร่งเครื่องไปยังระดับที่ดีที่สุด และสามารถคว้าผลการแข่งขันตามที่ต้องการออกมาได้

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอาการหัวเสียหงุดหงิดกับผลงานที่เกิด เพราะสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ มันมีความคาดหวังที่สูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของการเสริมทีมที่ถูกจับตามองซึ่งหลายฝ่ายมองว่าแข้งใหม่หน้าร้อนนี้ของ ยูไนเต็ด พร้อมเข้าไปยกระดับสโมสรเพื่อไปยังจุดที่ควรจะเป็น ไหนจะลมปากของกุนซือหรือบอร์ดบริหาร ทำให้กองเชียร์ฮึกเหิมไปด้วย


แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาสวนทางกับความเป็นจริงอย่างมาก โดยเฉพาะทรงเกมที่ยิ่งเล่นยิ่งออกทะเล ยิ่งเล่นยิ่งติดขัดดูไม่ไหลลื่น 

นั่นคือเรื่องที่น่ากังวลอย่างมากไม่แพ้ผลการแข่งขันที่ออกมา หลายคนทราบดีว่าฟุตบอลเป็นเกมที่มีแพ้มีชนะ บางนัดทีมเล่นได้ดีกลับปราชัย บางครั้งเล่นไม่ดีกลับได้ผลชนะ แต่สิ่งที่สำคัญคือรูปแบบการเล่นหรือทรงบอลที่ควรจะชัดเจนไม่ใช่สะเปะสะปะและจับทางได้ง่าย

ตอนนี้ก็คงทำได้เพียงภาวนาเท่านั้นว่าจะมีอะไรดลใจให้ โซลชา งัดเอาวิชาก้นหีบออกมาใช้ เพราะจะไปหวังให้สโมสรเปลี่ยนตัวผู้นำก็คงยาก เพราะท่าทีที่ชัดเจนของบอร์ดบริหารทำให้หน้าที่การงานของกุนซือนอร์เวย์แทบจะไม่สะเทือน (ต่างจากโลกออนไลน์ที่ดัน #OLEOUT ขึ้นเทรนด์อีกครั้งหลังจบเกมนัดที่ผ่านมา)

เอาเป็นว่าตอนนี้ในฐานะแฟนบอลปิศาจแดงก็คงทำได้เพียงหวังให้ โซลชา มองเห็นจุดอ่อนพร้อมแก้ไขให้ดีขึ้น เพราะหากมองในแง่ดียังมีเวลาให้ปรับปรุง แต่นั่นก็ต้องเริ่มต้นให้เร็วที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นการไล่ตามทีมอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากโปรแกรมลงสนามหลังจากนี้เจองานหนักทั้งสิ้นไม่ว่าจะนอกหรือในประเทศ

กับฤดูกาลที่ความคาดหวังเพิ่มสูงเป็นเท่าตัว การเสริมทีมที่ทำให้แฟนบอลมองไปไกล แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้การันตีอะไรเลยว่าสโมสรจะประสบความสำเร็จเพราะทีมอื่นๆ ก็แข็งแกร่งและเสริมทีมได้ดีไม่แพ้กัน กระนั้นสิ่งที่กองเชียร์อยากเห็นคือพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่ต้องมาลุ้นเหมือนปีก่อนๆ ว่านัดนี้ทีมจะเล่นได้ดีหรือไม่ หรือจะสามารถรักษาผลงานให้ต่อเนื่องได้หรือไม่ 

ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันจึงสวนทางกับความคาดหวังของแฟนบอล และคนที่จะพลิกสถานการณ์นี้ได้มีเพียง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เท่านั้น


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com