ถือว่าเป็นนักเตะอังกฤษ ที่หลายทีมจ้องตาเป็นมัน

สำหรับดีแคลน ไรซ์ดาวเตะคนสำคัญของเวสต์แฮม ที่เรียกได้ว่า ฟอร์มกำลังอยู่ในช่วงขาขั้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากเจ้าตัวจะก้าวมาเป็นรองกัปตันทีมขุนค้อน” เขายังกลายเป็นตัวยืนในแดนกลางในทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ เป็นที่เรียบร้อยด้วย 

จุดเด่นการเล่นกองกลางของเขามีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการผ่านบอลที่มีเปอร์เซนต์แม่นยำสูงมาก รวมไปถึงการไล่ทำลายเกมคู่แข่ง และการดวลตัวต่อตัว นอกจากนี้ เขายังเป็นกองกลางที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุก และพาบอลขึ้นหน้าอย่างไม่เกรงกลัว 

ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมหลายสโมสรในอังกฤษ ถึงอยากได้ลายเซ็นของเขาไปครอง ด้วยความครบเครื่องในแดนกลาง และอายุที่น้อยเพียง 22 ปี ทำให้เวสต์แฮม ทำการตั้งราคาค่าตัวไว้สูงถึง 1000 ล้านปอนด์เลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตาม กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ ไรซ์ ต้องผ่านเรื่องราว และการต่อสู้มาอย่างมากมาย เริ่มตั้งแต่ในวัยเด็ก ผ่านการทดสอบฝีเท้า และร่วมอะคาเดมี่ของเชลซี จนถึงฝ่าฟันอุปสรรคกับทีมเยาวชนของเวสต์แฮม จนก้าวมาติดทีมชุดใหญ่เหมือนปัจจุบัน 

ไรซ์ เล่าถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองว่า เขารู้ตัวว่าชอบฟุตบอลมาตั้งแต่จำความได้แล้วผมมักใช้มือ และเท้าสัมผัสกับลูกกลมๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกเทนนิส, ลูกบาสเก็ตบอล หรือลูกฟุตบอล ดังนั้น ผมคิดว่าพ่อ และแม่คงรู้แล้วว่า ผมอยากจะทำอะไร

ผมต้องขอบคุณพ่อ เพราะท่านคอยช่วยเหลือผมตลอด ท่านพาผมไปที่สวนสาธารณะในท้องถิ่น เพื่อให้ผมสัมผัสกับลูกฟุตบอล พร้อมกับเตะมาให้ผมจากระยะ 5 หลาผมเป็นน้องคนสุดท้อง จากจำนวนที่น้อง 3 คน ทั้งคอเนอร์ และจอร์แดน อายุมากกว่าผมเล็กน้อย เมื่อผมโตขึ้น ผมจึงอยากเล่นกับพวกเขา และเพื่อนของพวกเขา

กระทั่งผมอายุ 6-7 ขวบ ผมได้ดวลลูกหนังแบบทีมละ 5 คน ผมเลี้ยงบอลฝ่าคู่แข่ง จนพวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่า ผมทำได้ยังไง พวกเขาคิดว่า ผมถูกกำหนดให้มาทำอะไรบางอย่างในวงการฟุตบอล แน่นอนว่า มันเป็นเส้นทางที่ยากลำบากมากๆ และคุณจำเป็นต้องทำงานหนัก อย่างไรก็ตาม ผมไม่เหมือนกับผู้เล่นคนอื่น ย้อนกลับไปตอนเด็ก ผมไม่เคยเล่นฟุตบอลแบบใส่ระบบการเล่นลงไป ก้าวย่างของผมจึงแตกต่างออกไปเล็กน้อย

พี่ชายของผมเคยเล่นให้กับทีมท้องถิ่น จอร์แดน เป็นผู้เล่นที่ดี เขาได้รับบาดเจ็บหนัก แต่เขารักฟุตบอลมาก ส่วนคอเนอร์ ก็ทำได้เยี่ยม แต่เขาดันขาดความกระตือรือร้น พ่อของผมเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ท่านเห็นภาพเด็กๆลงแข่งขัน พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการของผู้ปกครอง ที่อยู่บริเวณนอกสนาม ท่านไม่ต้องการให้ผมเจอประสบการณ์แบบนั้น

ไรซ์ เล่าต่อว่าพ่ออยากให้ผมเป็นเด็ก และสนุกกับการเล่นตามท้องถนน ร่วมกับเพื่อนคนอื่น รวมถึงเล่นกับพี่น้องของตัวเอง แม้ว่าผมจะอายุราว 9 ขวบแล้ว ผมก็ยังอยากพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับทำให้ตัวเองแข็งแกร่งมากขึ้น

ย้อนเวลากลับไป ญาติของผมเล่นให้กับอะคาเดมี่ของเชลซี เขาพยายามชวนผมไปทดสอบฝีเท้า เขาบอกว่า ผมต้องมีสโมสรเล่นเสียก่อน เชลซี ถึงจะเห็นฝีเท้าของผม แน่นอนว่า มันเป็นเรื่องยากมาก เพราะผมไม่มีทีมเล่น

ในที่สุด ผมก็ได้รับเชิญไปทดสอบฝีเท้ากับเชลซี ผมทำผลงานได้ดีนะ นำไปสู่การทดสอบฝีเท้าแบบเต็มรูปแบบ ผมสามารถแสดงผลงานออกมา ส่วนที่เหลือคือประวัติศาสตร์ สิ่งต่อไปที่เกิดขึ้นคือ ผมเซ็นสัญญากับอะคาเดมี่ของเชลซี นั่นคือสิ่งที่ผมเริ่มเรียนรู้ และพัฒนา 

ผมฝึกฝนในเรื่องของเท้าซ้าย,เท้าขาว และความสามารถเชิงเทคนิคทั่วไป รวมถึงการเลี้ยงบอล คุณได้รับการฝึกสอนในทันที เกี่ยวกับทุกรายละเอียดของอะคาเดมี่ หากผมไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงที่เวสต์แฮม ก็คงไม่มีผมในวันนี้


ผมมองว่า มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากเลย ผมได้รับการฝึกฝนอย่างดี คุณต้องทำงานในทุกส่วนอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่คุณอยู่ที่โรงเรียยน หรือสวนสาธารณะกับเพื่อน

ย้อนเวลากลับไปตอนที่ผมอยู่เกรด 7 cm[ไม่มีใครเชื่อว่าผมเล่นให้กับอะคาเดมี่ของเชลซี !! เมื่อการสอบของโรงเรียนมาถึง เพื่อนๆต่างตกใจว่า ทำไมผมไม่อยู่ที่นั่นด้วย กระทั่งผมลงไปเล่นฟุตบอล พวกเขาถึงเชื่อว่าผมทำได้

มันเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ เมื่อคุณยังเป็นเด็ก และเต็มเปี่ยมด้วยพลัง สิ่งที่คุณอยากจะลงมือทำ นั่นคือการออกไปเตะฟุตบอล นี่คือเหตุผลที่ผมอยากขอบคุณทุกคน ที่ช่วยเหลือผมมาตลอดหลายปี เพื่อให้ผมบรรลุความฝันในตอนนี้

กระทั่งปี 2014 ไรซ์ ในวัย 14 ปี ถูกอะคาเดมี่ของเชลซี ปล่อยตัวออกจากทีมไป โดยมีเพื่อนร่วมกรุงลอนดอนอย่างเวสต์แฮม รับช่วยต่อ พร้อมกับปลุกปั้น และพัฒนาฝีเท้า จนกลายมาเป็นดีแคลน ไรซ์เหมือนทุกวันนี้  


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com