เพิ่งบุกไปแบ่งแต้ม

สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่บุกไปเสมอเซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลฃีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากฟอร์มการเล่นในสนามที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่แล้ว หนึ่งในเรื่องที่แฟนบอลปีศาจแดงพูดถึง นั่นคือการสวชุดแข่งที่ 3 กับเสื้อน้ำเงิน และกางเกงเหลือง 

แม้เครื่องแบบ จะไม่เกี่ยวข้องกับฟอร์มการเล่นเสียทีเดียว อย่างไรก็ตาม แฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายคน พากันนึกถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับชุดแข่งของพวกเขา ที่เคยใช้ในการออกมาเยือนเซาธ์แฮมป์ตัน ในฤดูกาล 1995-96 โดยว่ากันว่า นั่นคือชุดแข่งแห่งอาถรรพ์ และเป็นโชคลางที่ทำให้ทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่

ช่วงนี้ เราลองย้อนความทรงจำกลับไปดูเหตุการณ์วันนั้นกันหน่อย โดยชุดแข่งสีเทาในตำนาน ที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายกลับออกมาอย่างหมดรูป แท้ที่จริงแล้ว มีเหตุผลอะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกันแน่ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปติดตามพร้อมกันเลย 

ย้อนเวลากลับไป ในเกมแห่งความทรงจำที่หลายคนยังไม่เคยลืมเลือน นั่นคือศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 1995-96 ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกพลไปเยือนสนามเดอะ เดลของเซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนจะพ่ายไปด้วยสกอร์ 1-3 ชนิดที่สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าแฟนบอลจำนวนมาก 

หากเราลองไปดูที่การแข่งขันในช่วงครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สวมเสื้อแข่งสีเทาลงเล่น พร้อมกับตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อนด้วยสกอร์ 3-0 ว่ากันว่า เป็นครึ่งแรกที่ลูกทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดนเจ้าบ้านไล่กดดันหนักมาก และแทบจะตอบโต้คืนไม่ได้เลย ผสมกับเสียงเชียร์ของแฟนเจ้าบ้านเข้าไป ทำให้พวกเขาตกเป็นรองในทุกแง่มุม 

ช่วงเริ่มครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจทำเรื่องที่หลายคนไม่คาดคิด นั่นคือการเปลี่ยนชุดแข่งมาเป็นชุดที่สาม ในโทนสีขาว และน้ำเงิน ก่อนจะทำผลงานกระเตื้องขึ้นมาเล็กน้อย จนมาได้ประตูตีไข่แตก 3-1 จากการยิงของไรอัน กิ๊กส์ 

ทำให้เกิดการพูดถึงกันไปในวงกว้างว่า หรือแท้ที่จริงแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกิดไม่ถูกโฉลกกับเสื้อแข่งสีเทา ? พร้อมถูกมองว่านี่คือเสื้อแข่งอาถรรพ์ ที่มีส่วนให้ทีมทำผลงานอย่างย่ำแย่ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวความสงสัยดังกล่าว ไม่มีอะไรที่จะไขคำตอบ ได้ดีเท่าคำพูดจากปากของนักเตะของพลพรรคปีศาจแดง 

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตผู้รักษาประตูของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นหนึ่งในคนที่ลงสนามในเกมวันนั้นด้วย ออกมาย้อนความทรงจำอย่างน่าสนใจว่า แท้ที่จริงแล้ว เสื้อแข่งสีเทาไม่เกี่ยวกับเรื่องอาถรรพ์อย่างที่หลายคนเข้าใจกันเลย โดยเป็นเรื่องของการบดบังสายตา และปัญหาการมองเห็นเท่านั้น 

ตำนานผู้รักษาประตูของทีมชาติเดนมาร์ก ออกมากล่าวอีกด้วยว่า สำหรับนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาไม่เคยใช้เรื่องการสวมเสื้อแข่งสีเทาเป็นข้ออ้างเลย พวกเขาเปลี่ยนชุดในช่วงพักครึ่ง มาเป็นสีขาวน้ำเงิน พร้อมกับถูกตั้งคำถามว่า ทำไปเพื่ออะไร ?

ชไมเคิ่ล กล่าวต่อว่า เหตุผลสำคัญคือ เสื้อแข่งสีเทานั้น ทำให้เราต่างมองไม่เห็นเพื่อนร่วมทีมเลย เพราะสนามของทีมเซาธ์แฮมป์ตัน เล็กมาก และอัฒจันทร์ก็ดันติดกับผืนหญ้าด้วย ผู้เล่นของเราเลยถูกกลมกลืนไปกับฝูงชนไปโดยปริยาย 

ชไมเคิ่ล เสริมว่า บรรดานักเตะของทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พากันบ่นกันถึงเรื่องนี้กันในช่วงพักครึ่ง ในแง่ของการมองไม่เห็นคนอื่นเลย ผู้จัดการทีมอย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รีบตัดสินใจสั่งให้เปลี่ยนชุดทันที หลังจากนั้น ทีมก็ไม่เคยสวมเสื้อเทาลงแข่งขันอีกเลย

เรื่องราวในเวลาต่อมา จากการเปลี่ยนเสื้อระหว่างพักครึ่งนั้น ส่งผลให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนสั่งปรับเงินเป็นจำนวนราว 10,000 ปอนด์ จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (หรือว่าเอฟเอ) อีกด้วย ซึ่งทีมก็น้อมรับ และจำนนโทษปรับนั้นแต่โดยดี 

ขณะที่แกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็คขวาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาย้อนความทรงจำถึงเรื่องดังกล่าวบ้างว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลของจิตวิทยาของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ด้วย เพราะการเปลี่ยนชุดระหว่างพักครึ่ง ถือว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ จากฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีของทีมนั่นเอง 

หลังจากนั้นเป็นต้นมา  เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำการสั่งแบนเสื้อแข่งสีเทา ไม่ให้ทีมใช้อีกเลย โดยชุดเยือนของทีมจะเป็นสีอื่นตลอด กระทั่งฤดูกาล 2017-18 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำการเอาชุดเทากลับมาอีกครั้ง ด้วยการเป็นชุด 3 ซึ่งเกิดหลังจากเหตุการณ์นั้น 21 ปีเต็ม 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com