กลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

สำหรับแจ็ค กรีลิชที่ย้ายจากแอสตัน วิลล่า มาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในสนนราคากว่า 100 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติเดิมของปอล ป็อกบาที่ย้ายจากยูเวนตุส มาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ ในช่วงปี 2016 ลงอย่างราบคาบ

นอกจากเป็นการย้ายค่าตัวแพงมหาศาลแล้ว กรีลิช ยังย้ายมาถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมด้วยความกดดันอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคนิค และความสามารถของเขา เริ่มฉายแววออกมา และเข้ากับระบบของทางพลพรรคเรือใบสีฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ 

กรีลิช สามารถปลดล็อคได้แล้ว เมื่อยิงประตูแรกกับต้นสังกัดใหม่ ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่มนอริช ซิตี้ 5-0 เชื่อเหลือเกินว่า เมื่อเวลาผ่านไป จนเข้าสามารถปรับตัวได้ จำนวนประตู และการแอสซิสต์ จะต้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในแท็คติกของเป็ป กวาร์ดิโอล่า เป็นอย่างดี 

ช่วงนี้ เราลองไปดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของเขากันหน่อย เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนบอลส่วนมากสนใจในตัวของเพลย์เมคเกอร์วัย 25 ปีรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรงผม, เรื่องการแต่งกายลงสนามด้วยถุงเท้าสั้น รวมไปถึงเอกลักษณ์อย่างการมีกล้ามขาที่แข็งแรง เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันเลย 

เรื่องของถุงเท้า 

กรีลิช มักลงสนามลงไปแข่งขันกับคู่แข่ง ด้วยการสวมถุงเท้าแบบสั้น และสนับแข้งที่เป็นขนาดของเด็กเล็กๆ จนหลายคนพากันถามว่า เขาทำแบบนั้นเพราะอะไรกันแน่ ? บางคนก็โยงไปถึงการเดินรอยตามจอร์จ เบสต์ ตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ชอบสวมถุงเท้าสั้นเช่นเดียวกัน โดยไม่เกรงกลัวว่า คู่แข่งจะเข้ามาเสียบสกัดอย่างหนักหน่วง

กรีลิช เริ่มเล่าว่าแน่นอนว่า ถุงเท้าของคุณควรอยู่เหนือน่อง อย่างไรก็ตาม มีอยู่ฤดูกาลหนี่ง ถุงเท้าของผมมันเกิดย้วย เพราะมันสกปรก และถูกนำไปซักบ่อยๆ ดังนั้น มันจะไม่สามารถดึงให้สูง และตึงได้อีกแล้ว

ฤดูกาลที่ว่านั้น ผมดันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม การใส่ถุงเท้าแบบสั้น จึงกลายมาเป็นโชคลางของผม ผมคิดว่าจะทำแบบนี้ต่อไป เพราะผมสามารถเล่นในสนามได้ดี

ส่วนคำถามที่หลายคนเชื่อกันว่า ผมใส่ถุงเท้าสั้นแบบจอร์จ เบสต์ ผมรัก และชื่นชมเขามาก เกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผมใส่ถุงเท้าสั้น

เรื่องของทรงผม

กรีลิช มีทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก เขาแทบไม่เปลี่ยนทรงผมเลยในช่วงหลัง โดยเป็นสไตล์วัยรุ่น ที่ได้อารมณ์ของความเท่ และความทันสมัย สามารถบ่งบอกตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี นี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่เขาใช้นำเสนอการเป็นตัวของตัวเอง 

ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่า ทรงผมของกรีลิช ช่วยกระตุ้นให้ลีลาการเล่น และที่คาดผม ถูกพูดถึงกันไปในวงกว้าง จากการค้นหาชื่อของเขาในเว็บกูเกิ้ล มักจะมีคำว่าทรงผมต่อท้ายมาให้เลือกด้วยเสมอ นี่คือความสนใจที่แพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ 

ดาวเตะเชิงสูงกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่าทรงผมแบบนี้ ผมเริ่มตัดตอนอายุประมาณ 17 ปี ด้วยความสัตย์จริง ตอนแรกผมไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมต้องตัดผมทรงนี้ ?” เขาเล่าต่อย้อนกลับไปเวลานั้น ผมแค่อยากเปลี่ยนแปลงทรงผมเท่านั้น จากทรงเดิมที่ผมเคยตัดมาตลอด

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมยังคงเก็บรักษามันไว้ ผมคิดว่า มันกลายเป็นเครื่องหมายการค้าในเมืองเบอร์มิงแฮม โดยเฉพาะกับแฟนบอลของแอสตัน วิลล่า ย้อนกลับไปช่วงแรก ผมยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับอะไรมากนัก เพราะว่าผมยังเป็นนักเตะที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก

ตอนนั้น ผมเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ผมได้รับความสนใจมากขึ้น และมีความเห็นเกี่ยวกับทรงผมนี้มากมาย ผมอยากบอกว่า ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหน เดินมาบอกให้ผมตัดผมเลย (หัวเราะ) โค้ชโอเคกับสิ่งนั้น คุณอาจคาดหวังว่า กุนซือที่เข้มงวดกว่านี้ น่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พวกเขาไม่ได้ว่าอะไรเลย ผมเข้ากันได้ดีกับโค้ช

จากจุดเริ่มต้นเกิดที่สนามซ้อม ทรงผมเริ่มยาว เวลาเหงื่อออก เส้นผมก็จะเปียกมาก เลยลงมาปิดใบหน้ามากเกินไป นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเริ่มใส่ที่คาดผม โดยเริ่มจากสนามซ้อมก่อน จากนั้น ผมก็ใส่มันลงไปเล่นในการแข่งขันจริง ผมเลือกที่จะทำแบบนี้มาตลอด

เรื่องกล้ามขา

แม้กรีลิช จะมีส่วนสูงเพียง 175 เซนติเมตร ทว่าเขากลับมีร่างกายที่แข็งแรง จนสามารถเอาตัวรอดในการเล่นศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนักหน่วงได้อย่างสบาย โดยเฉพาะกล้ามขา และlj;oน่อง ที่มองจากภายนอกจะพบว่ามันใหญ่มาก !!! 

ผมเคยโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักเลยกรีลิช กล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการหันมาดูแลร่างกายตัวเองมากขึ้น เขาตัดสินใจทำแบบนั้น เพื่อเป็นการยืนระยะในเส้นทางลูกหนังให้นานกว่าเดิม แน่นอนว่า มันเคยเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก

เขากล่าวต่ออาการบาดเจ็บ ทำให้แนวความคิดของผมเปลี่ยนแปลงไป ผมมีความคิดที่ว่าฟุตบอลคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตผมอยากลงสนามในทุกเกม และต้องการเป็นคนที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมไม่ค่อยทำงานหนักในโรงยิมมากนัก กระนั้น ผมตระหนักว่า ผมมีบางอย่างต้องปรับปรุง บางครั้ง ผู้จัดการทีมก็เดินมาบอกกับผมเหมือนกันว่า อยากเห็นผมทำงานในโรงยิมมากกว่านี้

บุคคลสำคัญ ที่คอยช่วยเหลือเขาด้านการพัฒนาร่างกาย  คือชายที่ชื่อว่าโอลี่ สตีเวนสันอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชน ที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นโค้ชด้านฟิตเนส พร้อมกับดีกรีปริญญาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เมื่อการซ้อมที่แอสตัน วิลล่า สิ้นสุดลง ผู้เล่นบางส่วนต่างทยอยกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม เขากลับอยู่ที่สนามซ้อมต่อไป บ่อยครั้งที่เขาฝังตัวเองอยู่ในโรงยิม คอยทำงานร่วมกับสตีเว่นสัน พวกเขามักอยู่ที่นั่นจนถึงเวลา 1 ทุ่ม

กรีลิช ทิ้งท้ายว่าสตีเว่นสัน เคยเป็นกัปตันทีม สมัยที่เราเล่นร่วมกันที่ทีมเยาวชนเขาเล่าต่อการทำงานด้านฟิตเนสร่วมกับเขา ช่วยเหลือผมได้มาก ผู้คนแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ผมดูแข็งแกร่งมากขึ้น และมีสภาพความฟิตที่ดีขึ้นด้วย หลังจากที่ผมกลับมาจากอาการบาดเจ็บ ผมมักอยู่ในโรงยิม 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com