ในวัย 19 ปีของ คามาลดีน ซูเลมาน่า ทิศทางชีวิตได้ผันเปลี่ยนอีกครั้ง แต่สำหรับเขาแล้วมันคือก้าวกระโดดครั้งสำคัญในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล

จากเด็กหนุ่มที่ไล่หวดลูกบอลในกานา มีโอกาสเข้าสู่สถาบัน  Right to Dream Academy สถานที่ที่เป็นแหล่งบ่มเพราะนักเตะมีแววของประเทศ และที่นั่นเองฝีเท้าของเขาไปเข้าตา นอร์เชลลันด์

การเดินทางไปเดนมาร์กทีแรกเหมือนกับประตูสู่เวทีใหญ่ แต่ไม่มีอะไรการันตีว่า ซูเลมาน่า จะได้สัญญาอาชีพ กระนั้นเขาใช้เวลาพิสูจน์ตนเองเพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนจะได้สัญญา 5 จากทีมดังของแดนโคนม และได้โอกาสลงสนามครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2020

เส้นทางของ ซูเลมาน่า เหมือนติดสปริง เพราะมันดำเนินไปอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดดอย่างมาก ผลงานของหนุ่มจากกานาถูกพูดถึงในวงกว้างจนทีมใหญ่ๆ ในยุโรปเริ่มขยับเข้าหา

หนึ่งในนั้นคือ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องปลุกปั้นและให้โอกาสแข้งหนุ่มซึ่งพยายามตามจีบ ซูเลมาน่า อย่างหนัก 

ไหนจะข่าวลือมากมายกับสโมสรลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงไม่แปลกใจที่แฟนบอลเริ่มค้นหาชื่อและเข้าไปดูผลงานของนักเตะวัย 19 ปี


การแย่งชิงถือว่าดุเดือด หลายๆ สโมสรเดินหน้าเต็มกำลังในหน้าร้อนนี้ กระนั้นเป็น 'แรนส์' ทีมจากเวที ลีก เอิง ที่ได้แข้งหนุ่มชาวกานาไปร่วมทัพ

ต้องยกความดีความชอบให้ ฟลอรีย็อง โมริซ ผู้อำนวยการกีฬาของแรนส์ที่เป็นคนจัดการในเรื่องนี้ เขาเดินหน้าเจรจากับ นอ์เชลลันด์ รวมไปถึงมัดใจนักเตะเสียอยู่หมัด ก่อนจะข้ามดินแดนไปยังลีกที่เขาแทบพูดภาษาทางการของประเทศนี้ไม่ได้เลย

“เราทำในสิ่งที่เราต้องทำในการดึงดูดให้เขามาที่ แนส์” โมริซ กล่าวในตอนที่ได้ ซูเลมาน่า เข้าทีม

“มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะเราต้องแข่งขันกับ อาแจ็กซ์ และสโมสรจากพรีเมียร์ลีกอีกหลายทีม”

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แรนส์ เอาชนะคู่แข่งเพื่อแย่งลายเซ็นต์ ซูเลมาน่า มาครอง ส่วนหนึ่งมาจากตัวนักเตะที่พิจารณาสิ่งต่างๆ โดยรอบ และมองว่าการมาเล่นที่ลีก เอิง จะทำให้เขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง

และที่สำคัญคือ ไมเคิ่ล เอสเซียน ตำนานทีมชาติกานา


“ผมไม่ได้คุยกับนักเตะกานาที่เล่นอยู่ที่นี่เลย คนเดียวที่ผมได้พูดด้วยคือ ไมเคิ่ล เอสเซียน เพราะเขาทำหน้าที่โค้ชให้กับ นอร์เชลลันด์ และยังเป็นเพื่อนบ้านของผม ดังนั้นเราจึงคุยเกี่ยวกับลีกแห่งนี้ เขาเคยเล่นให้ บาสเตีย และ ลียง ผมคุยเรื่องลีกกับเขาและความน่าสนใจถึงพัฒนาการของผม

“ผมเลือก แรนส์ เพราะในตอนที่ผมมาที่นี่เพื่อทำการเยี่ยมชม ผมได้คุยกับโค้ชและ ฟลอรีย็อง (โมริซ) ซึ่งแผนงานมันน่าสนใจมาก และเข้ากับผมได้ดี ผมคิดว่าที่นี่คือที่ที่เหมาะสมสำหรับผม 

“พวกเขามีนักเตะหนุ่มมากพรสวรรค์หลายคน และพวกเขาสร้างนักเตะฝีเท้าดีมากมาย อาทิ (อุสมัน) เดมเบเล่ และ (เอดูอาร์โด้) คามาวิงก้า นี่คือสถานที่ที่ผมจะได้พัฒนาตนเองและไปยังจุดที่ผมต้องการในอนาคต

“การย้ายมา แรนส์ ผมจะได้ลงเล่นในลีก เอิง ซึ่งเป็นหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดของโลก ผมเลือกที่นี่เพราะผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเล่นให้ลีกอื่นๆ ที่สนใจผม ที่นี่ผมจะลงสนามดวลกับทีมที่ยอดเยี่ยมมากมาย”

การย้ายมายังลีกใหม่อาจจะต้องใช้เวลา แต่สำหรับ ซูเลมาน่า ไม่ต้องรอนานนัก เพราะเขาสามารถสลักชื่อลงบนลีก เอิง หลังจากลงเล่นไป 14 นาที 

แม้ทีมจะเสมอ ล็องส์ 1-1 ในเกมนัดเปิดสนามฤดูกาล 2021/22 แต่ ซูเลมาน่า แสดงให้เห็นถึงพิษสงของตนเองทั้งความเร็ว, ทักษะและการจบบสกอร์


สำหรับแฟนบอลแรนส์ นี่คือสัญญาณที่ดีของพวกเขาที่อาจจะได้เห็นสตาร์ใหม่ของทีม และเป็นโอกาสที่จะสนุกกับผลงานของ ซูเลมาน่า 

ไม่ตางไปจาก บรูโน่ เชเนซีโอ เทรนเนอร์แรนส์ที่ตัดสินใจส่งแข้งวัย 19 ปีลงตัวจริง และนักเตะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะผลงานโดยรวมถือว่าสอบผ่านฉลุย

“พวกเราเคยเห็นความเร็วและจังหวะการเล่นของเขา แต่ยังรวมไปถึงทักษะหน้าปากประตู” เชเนซีโอ ระบุ

“เขามีคุณภาพในการทำแบบนั้นด้วยเท้าซ้ายเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าขายังมีแบบแผนการเล่นเกมรับอยู่เช่นกัน เพราะเขาพยายามช่วยทีมในการลงเล่นในแนวรับ และการเพรสซิ่งของเขา มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ”

ถือเป็นการเสริมทีมที่น่าสนใจของ แรนส์ และเชื่อว่าหลังจากนี้หลายๆ คนคงได้ยิน คามาลดีน ซูเลมาน่า มายิ่งขึ้น เพราะผ่านไปเพียงแค่นัดเดียวสื่อท้องถิ่นก็กล่าวถึงเจ้าหนุ่มกานารายนี้เป็นอย่างมาก

แม้เส้นทางพิสูจน์ผลงานยังอีกยาวไกล แต่การเริ่มต้นที่ดีก็ถือเป็นเป็นการเบิกทางไปสู่ความสำเร็จแล้วครึ่งหลัง หลังจากนี้อยู่ที่ คามาลดีน ซูเลมาน่า ว่าจะสานต่อผลงานและประกาศตัวต่อโลกฟุตบอลได้หรือไม่


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com