บางครั้งชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ไม่ต่างจากนักฟุตบอลบางรายที่พลิกชะตาเพียงชั่วข้ามคืน

บางคนแจ้งเกิดหลังจากได้โอกาสลงสนามเพียงนัดเดียว บางคนต้องรอเวลาในการเฉิดฉาย และบางคนต้องรอจังหวะเวลาอันเหมาะสมเพื่อเปล่งประกายฉายแสงออกมา

เรื่องราวดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นกับนักเตะที่ชื่อว่า เฌเรมี่ เลอ ดูอารง แนวรุกของสโมสรแบรสต์ซึ่งกำลังถูกพูดถึงในเวลานี้จากผลงานอันยอดเยี่ยมช่วยทีมคว้าชัยอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา

จากเด็กหนุ่มที่เล่นในทีมระดับดิวิชั่น 5 ของฝรั่งเศส ผ่านไป 18 เดือนชีวิตพลิกผันมาอยู่บนลีก เอิง หรือลีกสูงสุดแดนน้ำหอม 

เรื่องราวและเส้นทางของ เลอ ดูอารง ต้องผ่านอะไรหลายอย่าง สิ่งแรกเลยคือการปรับตัวให้เข้ากับลีกอันดับ 1 ของประเทศ เพราะอย่าลืมว่าเขาก้าวกระโดดมาจากลีกระดับสมัครเล่น

แน่นอนว่าช่วงขวบปีแรกที่ผ่านมา เลอ ดูอารง ต้องเจอกับการปรับตัวอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการเล่น แท็กติก หรือแม้แต่นักเตะที่มาตรฐานดีกว่าเดิม นั่นทำให้ผลงานของแข้งวัย 23 ปียังไม่เป็นตามที่ต้องการ

นอกจากนั้นอาการบาดเจ็บยังทำให้ เลอ ดูอารง ต้องห่างหายไปจากสนาม แต่สำหรับเขาแล้วนั่นคือกำแพงที่ต้องข้ามไปให้ได้ มันคือด่านสำคัญที่จะชี้วัดว่าตัวของเขาดีพอกับลีกแห่งนี้หรือไม่


“ใช่ นั่นคือเรื่องจริง ผมได้ลิ้มรสของ ลีก เอิง เมื่อ 1 ปีก่อน และผมรู้สึกกดดันเล็กน้อย” เลอ ดูอารง เผยกับ ลีก เอิง โชว์

“ตอนนี้ผมได้ปรับตัวมาหนึ่งฤดูกาลแล้ว ผมคุ้นเคยการเล่นแบบเอาจริงเอาจังมากขึ้นแล้ว และผมหวังว่าตนเองจะทำผลงานได้ดีขึ้นในฤดูกาลที่สอง”

ดูเหมือนว่าสิ่งที่ เลอ ดูอารง คาดหวังจะไปได้ด้วยดี เพราะที่ผ่านมาหลังจาก มิเชล เดอร์ ซากาเรียน ประระบบการเล่นดันแข้งวัย 23 ปีไปยืนเป็นกองหน้า ทั้งผลงานของทีมและนักเตะกระฉูดติดลมจนตอนนี้คว้าชัยมาแล้ว 6 เกมติดต่อกัน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวทาง เลอ ดูอารง ทำได้ถึง 3 ประตู กับ 2 แอสซิสต์

อันที่จริงผลงานของ เลอ ดูอารง เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่เกมที่สองของซีซั่นในจังหวะทำประตูตีเสมอ แรนส์ 1-1 ซึ่งเหมือนเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับตัวนักเตะ

กระนั้นผลงานที่ว่าถูกกลบไปด้วยฟอร์มอันย่ำแย่ของทีมเพราะ แบรสต์ เจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างหนัก ก่อนจะมาฟื้นตัวเมื่อไม่นานมานี้


แต่สำหรับ เลอ ดูอารง เมื่อมองย้อนไปยังการทำประตูในศึก ดาร์บี้แมตช์ บริตตานี่ ในตอนนั้น มันทำให้เขาซาบซึ้งและตรึงใจมาจนถึงตอนนี้

“ผมรู้สึกเต็มไปด้วยความรู้สึกอย่างมากเพราะมันเกิดขึ้นในเกมดาร์บี้” เลอ ดูอารง ย้อนความหลัง

“แฟนบอลกลับมาชมในสนาม สต๊าด ฟร็องซิส เลอ เบล ดังนั้นมันจึงเป็นความรู้สึกยอดเยี่ยม อารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริง ช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับผม”

เสียงชื่นชมยังดังมาจากห้องต้องตัว โดยเฉพาะ เดอร์ ซากาเรียน ที่เฝ้าติดตามพัฒนาการของ เลอ ดูอารง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นไปในแง่บวก หลายๆ สิ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นความไว้วางใจและโอกาสลงสนามในที่สุด

ที่สำคัญที่สุดเมื่อหลายๆ สิ่งดำเนินไปด้วยดี มีหรือที่โค้ชจะไม่ให้โอกาส ซึ่งมันแลกกับผลงานของนักเตะที่มีแต่จะดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าฝีเท้าของ เลอ ดูอารง ยังคงมีพื้นที่ให้พัฒนา แต่จากสัญญาณที่ส่งออกมานับได้ว่านักเตะเดินมาในเส้นทางที่ถูกต้อง

“สองปีก่อนเขายังลงเล่นในดิวิชั่น 5 หรือใน ดิวิชั่น 3 อยู่ใช่มั้ย?” กุนซือแบรสต์กล่าว

“ในกรณีนี้ เขาเป็นนักเตะหนุ่มที่ได้โอกาสลงเล่นในลีก เอิง เป็นปีแรก เขาต้องเพิ่มระดับของเกมในทันที แสดงความเป็นตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ถ้าเขาทำผลงานดี ผมก็จะเลือกเขาลงสนาม

“เขาเป็นนักเตะที่รวดเร็ว แต่ก็เป็นนักเตะที่สูง เขามีเท้าซ้ายที่ดี เขาก็แค่ต้องเล่นกับบอลให้นิ่งกว่านี้”

ถือเป็นนักเตะจาก ลีก เอิง อีกรายที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เส้นทางที่เขาผ่านและเติบโต แต่ยังรวมไปถึงพัฒนาการที่รุดหน้าจนหลายคนกำลังจับตามอง

นับจากนี้น่าสนใจว่า เฌเรมี่ เลอ ดูอารง จะสามารถตอกหมุดสร้างชื่อในลีกแดนน้ำหอมได้สมความปรารถนาหรือไม่ เพราะถึงตรงนี้เส้นทางได้เปิดออกมาแล้ว และมีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่จะไปยังจุดหมายอย่างที่ตั้งใจ

เส้นทางพิสูจน์ตัวเองยังอีกยาวไกล แต่สำหรับแฟนบอล ชื่อของ เลอ ดูอารง จะเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่พวกเขารอติดตามว่าจะไปได้ไกลมากเพียงใดหลังจากนี้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com