ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการลูกหนัง

สำหรับ เซร์คิโอกุนอเกวโร่ ที่ออกมาประกาศแขวนสตั๊ด ด้วยวัยเพียง 33 ปี โดยสาเหตุสำคัญ เกิดจากปัญหาเรื่องของสุขภาพ ทำให้ดาวเตะบาร์เซโลน่า และทีมชาติอาร์เจนติน่า ต้องเลิกเล่นฟุตบอลก่อนช่วงเวลาที่ควรจะเป็น 

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ อเกวโร่ ถูกวินิจฉัยว่า ภาวะหัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ เขามีอาการเจ็บที่หน้าอก ในเกมที่บาร์เซโลน่า เสมออลาเบส 1-1 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อเช็คอาการอย่างละเอียด

อเกวโร่ กล่าวว่าผมทำการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากปัญหาที่ผมเจอมา ผมได้รับการดูแลอย่างดีจากเหล่าทีมแพทย์ พวกเขาแจ้งผมว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการหยุดเล่น ผมพยายามทำทุกอย่างที่สามารถเป็นไปได้แล้ว

ช่วงนี้ เราลองย้อนความทรงจำถึงเขากันหน่อย จากเด็กชายที่เติบโตใน บูเอโนส ไอเรส เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า สู่การเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวยิงของพลพรรคฟ้าขาวรวมไปถึง การเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของแมนเชสตอร์ ซิตี้ ที่จำนวน 260 ประตู 

อเกวโร่ ออกมาเล่าชีวิตวัยเด็กของตัวเอง ที่เกิด และเติบโตในชุมชนแออัด ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงบูเอโนสไอเรส ซึ่งเป็นเขตที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ เขาบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ชนิดที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า อเกวโร่ เป็นอีกหนึ่งคนที่ต่อสู้ชีวิตอย่างหนักหน่วง ทั้งเรื่องของการปากกัดตีนถีบ, การเอาตัวรอด ตลอดจนชีวิตที่ถูกเคลือบไปด้วยอาชญากรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะในดินแดนอเมริกาใต้

ผมมีช่วงเวลาที่แสนเลวร้ายอเกวโร่ เริ่มย้อนความทรงจำในวันวานเพื่อนของผมหลายคน ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ หากผมไม่ก้าวเดินออกมาจากจุดนั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร ผลสุดท้ายแล้ว ฟุตบอลก็ช่วยชีวิตผมเอาไว้

เรื่องราวที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือความยากจนที่กัดกินเขา และครอบครัว บ่อยครั้งที่เขาต้องรับประทานอาหารเย็นเป็นน้ำชา และขนมปังเก่าๆ โดยมีคุณพ่อที่เป็นคนขับรถแท็กซี่ แลกกับเงินราว 20 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เป็นหัวหน้าครอบครัว

อเกวโร่ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่าสำหรับผมแล้ว ผมเป็นหนี้ชีวิตคุณพ่อ ผมจำได้เสมอเลยว่า ท่านซื้อลูกฟุตบอลให้ผม เป็นของขวัญในวันคริสต์มาส แถวบ้านของผมมีลานประลองแข้งอยู่ 1-2 สนาม มีแค่เด็กท้องถิ่นที่มาเล่นกัน

ผมเรียนรู้การเล่นฟุตบอลจากท้องถนน สถานที่แห่งนั้น ถือว่าเป็นโรงเรียนที่คอยสอนสิ่งต่างๆ และคุณจะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ทั้งวิธีการเล่นกับพวกผู้ใหญ่ และเด็กที่อายุมากกว่า แน่นอนว่า รวมถึงการหลบหลีกจากการไล่หวดด้วย

ประสบการณ์เหล่านั้น ช่วยให้เขาต่อสู้ชีวิต จนกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพง และได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล แน่นอนว่าเงินที่ได้จากการเล่นฟุตบอล ถูกนำกลับไปเลี้ยงดูครอบครัว เป็นการตอบแทนส่วนที่ขาดหายในวัยเด็ก

กระทั่งในปี 1997 คุณพ่อตัดสินใจพา อเกวโร่ ที่มีอายุเพียง 9 ขวบ ออกเดินทางมาฝากฝังกับปาสกาล แลมเบิร์ตโค้ชเยาวชนของอินดิเพนเดียนเต้ แน่นอนว่า นั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของอเกวโร่ ไปตลอดกาล เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้น ในการสร้างความยิ่งใหญ่ ในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ 

เพราะอีก 6 ปีต่อมา อเกวโร่ สามารถสร้างสถิติ ด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยสุด ที่ลงเล่นลีกสูงสุดของอาร์เจนติน่า (ด้วยวัย 15 ปี 35 วัน) ถือเป็นการทำลายสถิติเดิมของดิเอโก้ มาราโดน่า ที่คงกระพันมาเกือบ 3 ทศวรรษได้สำเร็จ

ผลงานการลงสนามในนามทีมชุดใหญ่ของอินดิเพนเดียนเต้ 36 เกม บวกกับ 18 ประตู ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากของวงการฟุตบอลอาร์เจนติน่า ทำให้ฝีเท้าของเขา เตะตาแมวมองของหลายสโมสรชื่อดังในยุโรป ผลสุดท้าย แอตเลติโก้ มาดริด เป็นสโมสรที่ได้ลายเซ็นของเขาไปครอบครอง 

5 ฤดูกาลเต็มกับพลพรรคตราหมี” (2006-2011) อเกวโร่ ยิงทุกรายการเกินหลัก 100 ประตู พร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ก่อนย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ 

นั่นถือเป็นการลงทุนที่แสนคุ้มค่า นอกจากการเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทัพเรือใบสีฟ้า  ตลอด 1 ทศวรรษ เขาพาทีมประสบความสำเร็จงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 6 สมัย และคอมมูนิตี้ ชิลด์ 3 สมัย 

แม้การย้ายมาเล่นกับบาร์เซโลน่า จะเต็มไปด้วยปัญหามากมาย ทั้งอาการบาดเจ็บ และการต้องประสบกับปัญหาด้านสุขภาพ จนต้องประกาศแขวนสตั๊ดด้วยความจำเป็น แต่นั่นไม่อาจพรากคำว่าตำนานดาวยิงไปจากชายที่ชื่อ  เซร์คิโอกุนอเกวโร่ ได้อย่างแน่นอน 


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com