7 ปีที่แล้ว เด็กหนุ่มเลือดร้อนจากลาครอบครัวที่สเปน มุ่งหน้าสู่อังกฤษเพียงลำพัง เพราะต้องการทำตามความฝันที่วางเอาไว้

โรเบิร์ต ซานเชซ ลูกครึ่งพ่ออังกฤษ-แม่สเปน เกิดและโตที่การ์ตาเคน่า บ้านเกิดของมารดา และเข้าสู่ทีมเยาวชนของ เลบานเต้ โดยมีความฝันที่จะเดินตามรอยเท้า ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูรุ่นพี่

เมื่อช่วงเวลาในทีมเยาวชนของ เลบานเต้ ไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กหนุ่มอารมณ์ร้อน ทีมจากอังกฤษจึงเป็นคำตอบที่น่าสนใจ เมื่อได้รับสายจาก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ทีมที่เล่นอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ ปี 2013
ซานเชซ ในวัย 15 ปี ที่กำลังห้าวได้ที่ ตัดสินใจทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลัง เดินทางไปอังกฤษเพียงลำพังเพื่อเซ็นสัญญากับ ไบรท์ตัน เมืองที่ไม่เคยได้ยินชื่อเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญภาษาอังกฤษก็ไม่กระดิก
“ตอนผมมาที่นี่ผมรู้สึกกลัวนิดหน่อย ทุกอย่างมันแตกต่างออกไป และผมก็คิดถึงครอบครัวมาก”
“แต่ผมก็ตื่นเต้นที่ได้ไปยังสถานที่ใหม่ ประสบการณ์ในวัฒนธรรมใหม่ การเล่นฟุตบอลในรูปแบบใหม่ และเรียนรู้ภาษาใหม่”
หลังจากมาถึงที่นี่ ซานเชซ ได้รับการดูแลอย่างดีจากสโมสร ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัว
“สโมสร ศูนย์ฝึกเยาวชน น่าเหลือเชื่อมากๆ พวกเขาช่วยคุณเรื่องการเรียน เรื่องฟุตบอล รวมถึงเรื่องสภาพจิตใจด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กหนุ่ม พวกเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนผมมีครอบครัวอยู่ด้วยที่นี่”
ซานเชซ ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ ดาบิด เด เคอา ที่ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2011 เป็นการเดินตามเส้นทางเดียวกัน
“ผมพูดอยู่เสมอว่า ดาบิด เด เคอา คือไอดอลของผม เขาย้ายมาอังกฤษ และผมคิดว่ามันคงเป็นอะไรที่ง่ายขึ้นสำหรับผม ถ้า เด เคอา ย้ายมาที่นี่ ผมคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องดีแน่”
“มันต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะคุ้นชินกับสิ่งต่างๆ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าที่สเปนเสียอีก”
ซานเชซ ยอมรับว่าตนเองเป็นหนี้บุญคุณ แกรม พ็อทเทอร์ ผู้จัดการทีมที่มอบโอกาสให้ แต่คนที่อยู่เบื้องหลังที่มีบทบาทสำคัญอย่างแท้จริงคือ เบน โรเบิร์ตส์ โค้ชผู้รักษาประตู
“เขาคือผู้จัดการทีมที่เหลือเชื่อ เราโชคดีมากที่มีเขา แต่ไม่มีใคร แม้แต่ พ็อทเทอร์ ที่มีบทบาทสำคัญในพัฒนาการของผมมากไปกว่า เบน โรเบิร์ตส์”
หลังจากสองปีในอังกฤษ ซานเชซ ได้สัญญานักฟุตบอลอาชีพฉบับแรกกับสโมสร และในปี 2018 ไบรท์ตัน ก็ส่งไปหาประสบการณ์กับ ฟอเรสต์ กรีน โรเวอร์ส ในลีกทู ฤดูกาล 2018-19 ต่อด้วย โรชเดล ในลีกวัน ซีซั่นต่อมา
“ผมคิดว่าเด็กหนุ่มหลายๆ คนต่างเลือดร้อนในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป แต่ เบน ทำให้ผมเยือกเย็นลง เขาช่วยผมทั้งเรื่องสภาพจิตใจมากพอๆ กับเรื่องเทคนิค”
“เขาสอนผมว่าความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ต้องตกต่ำไปกับเรื่องนั้น ให้คิดบวกเสมอ ยิ้มเข้าไว้ และถ้าผมทำผิดพลาด ก็แค่ลงสนามต่อไป เก็บอารมณ์เอาไว้”
ภายหลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกทู และลีกวัน ซานเชซ กลับสู่ ไบรท์ตัน ในฐานะมือสองของ แม็ตต์ ไรอัน และเพียงเดือนธันวาคม พ็อทเทอร์ ตัดสินใจสลับบทบาทของทั้งคู่ และปล่อยมือเก๋าทีมชาติออสเตรเลียในเดือนมกราคม
“หลังจากผ่านไปเจ็ดปี ตอนนี้ผมกำลังเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก และก้าวสู่ทีมชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุด มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ”
“ในฐานะผู้รักษาประตู ผมคิดว่าผมปรับปรุงตัวเองรอบด้าน ผมคิดว่าส่วนนี้แหละคือคุณภาพที่ดีที่สุดของผมในตอนนี้ ผมเยือกเย็น และสามารถจ่ายบอลได้ในหลายๆ รูปแบบ ใช้เทคนิคที่แตกต่างออกไป”
“ถ้าคุณเห็นผมเมื่อ 7 ปีก่อน ผมเตะบอลไม่ได้เลยจริงๆ ไม่น่าเชื่อ ผมแค่ฟังคำสอนของโค้ช และซ้อม ซ้อม ซ้อม นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้”
“ตำแหน่งการยืนของผมก็เช่นกัน ผมเคยยืนเฝ้าเส้นมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ผมพยายามออกมาตัดบอลข้างนอก ออกมาคว้าลูกโยน หรือพยายามตัดลูกจ่ายตัดหลัง”
ฤดูกาล 2021-22 หลังผ่าน 8 เกมแรกของพรีเมียร์ลีก ซานเชซ มีผลงานที่น่าทึ่งในตำแหน่งผู้รักษาประตู
ซานเชซ เสียไปเพียง 5 ประตู (ก่อนเกมเจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้) อยู่ในอันดับ 4, เก็บคลีนชีตไป 4 เกม อยู่ในอันดับ 2 (ร่วม), เปอร์เซนต์ในการเซฟ 75 เปอร์เซนต์ อยู่ในอันดับ 4, คว้าบอล 21 ครั้ง อยู่ในอันดับ 1 และผ่านบอลเข้าเป้า 222 ครั้ง อยู่ในอันดับ 2 เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งเมื่อเทียบกับผู้รักษาประตูคนอื่นๆ ของทั้ง 20 สโมสรที่ลงเล่น 180 นาทีขึ้นไป
และปี 2021 ถือเป็นปีทองของ ซานเชซ ที่ถูกเรียกตัวสู่ทีมชาติสเปนชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วย โดยอดีตไม่เคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติสเปนชุดเยาวชนเลยแม้แต่ชุดเดียว
“ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่พวกเขาโทรหาผม พวกเขาบอกว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมย้ายมาอยู่ที่นี่ เพราะผมย้ายมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่ม” ซานเชซ พูดถึงการถูกเรียกตัวจาก หลุยส์ เอ็นรีเก้ ครั้งแรกในเดือนมีนาคม และได้กระทบไหล่ฮีโร่ของตัวเอง เด เคอา ในสนามซ้อมทีมชาติด้วย
ถึงตอนนี้ ชื่อของ โรเบิร์ต ซานเชซ คือผู้รักษาประตูมือดีลำดับต้นๆ ของพรีเมียร์ลีกไปแล้ว และไม่ถูกทีมชาติสเปนมองข้ามอีกต่อไป ขณะที่ต้นสังกัด ไบรท์ตัน ก็อุ่นใจกับการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ออกไปจนถึงปี 2025


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com