ประสิทธิภาพที่ย่ำแย่ไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการฟุตบอล ต่อให้คุณจะเป็นยอดแข้งก็มีวันที่ย่ำแย่ได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าฟอร์มที่ตกต่ำนั้นไม่ควรจะอยู่ติดตัวนานจนเกินไป เพราะการที่คุณจะเป็นนักเตะที่เหนือกว่าคนอื่นได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความสม่ำเสมอนั่นเอง

         นั่นคือเหตุผลที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ถูกยกย่องมานานนับทศวรรษ เพราะทั้งคู่รักษามาตรฐานอันสูงสุดเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

         มีหลายสาเหตุที่จะทำให้ผู้เล่นสักคนผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน โดยทั่วไปแล้วก็จะเป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บที่รบกวน อีกส่วนหนึ่งคือหมดใจกับสโมสร และเมื่อพิจารณาถึงประสิทธิภาพที่หายไปเมื่อเทียบกับที่เคยผ่านมา ไม่แปลกที่แฟนบอลจะผิดหวังอย่างมากเมื่อผลงานไม่เป็นอย่างที่หวัง

         นี่คือแข้งระดับโลกที่ถูกมองว่าจะโชว์ผลงานระเบิดเถิดเทิง แต่กลับล้มเหลวในครึ่งซีซั่นแรกของฤดูกาล 2021/22

เนย์มาร์


         การที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกต้องบอกว่านอกจากความภูมิใจนั้นมันก็มาพร้อมกับความกดดันเช่นกัน

         นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อปี 2017 แม้ในภาพรวมสตาร์ทีมชาติบราซิลจะมีสถิติการทำประตูที่น่าประทับใจ แต่ปัญหาคือเจ้าตัวไม่ได้เล่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไรนักนั่นเอง

         ด้วยความสามารถระดับแถวหน้าของโลก กับสโมสรที่รวยอันดับต้นๆของวงการลูกหนัง แน่นอนว่าต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น ไม่มีที่ให้กับความล้มเหลว

         แต่เมื่อหันมามองผลงานในซีซั่นนี้ต้องบอกว่าน่าผิดหวังสุดๆ นอกจากปัญหาเรื่องความฟิตแล้ว สถิติการทำประตูก็ลดลงไปอย่างน่าใจหาย 

         ซีซั่นนี้ เนย์มาร์ ลงเล่นไปแล้ว 14 เกมในลีก เอิง และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยทำได้แค่ 3 ประตูกับ 3 แอสซิสต์เท่านั้น โดยทั้งหมดเกิดขึ้นในลีก ส่วนในบอลยุโรปยังไม่มีส่วนร่วมกับประตูเลย

         หากช่วงพักเบรกหนีหนาวกลับมาแล้วยังไม่ดีขึ้น อย่าแปลกใจที่จะโดนแฟนบอลโห่ใส่

แฮร์รี่ แม็กไกวร์


         ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าตอนนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คือเจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนแฟนทีมอื่นล้อเลียนอยู่เป็นประจำ

         แน่นอนว่าค่าตัวระดับ 80 ล้านปอนด์ “ปีศาจแดง” ย่อมหวังว่าเขาจะเข้ามายกระดับของเกมรับให้แข็งแกร่งหลังต้องทุกข์ทนในช่วงหลายปีที่่ผ่านมา

         ยิ่งปีนี้หลังโชว์ผลงานในศึกยูโร 2020 เมื่อช่วงกลางปีมา บวกกับการได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เจดอน ซานโช่ และ ราฟาแอล วาราน ความหวังอันเรืองรองกลับมาอีกครั้ง

         แต่ว่าปีนี้เจ้าตัวกลับโดนด่าหนักกว่าเดิม (จากที่โดนอยู่แล้ว) กับผลงานที่น่าผิดหวังในปีนี้ โดยเฉพาะในเกมที่เจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมเก่าที่ผีโดนทะลวง 2-4 เรียกได้ว่ามีส่วนร่วมกับการเสียประตูทุกลูก

         หลายครั้งเจ้าตัวตัดสินใจไม่ดีส่งให้ทีมเสี่ยงต่อการเสียประตู หวังว่าการมาของ ราล์ฟ รังนิก จะช่วยขันน็อตให้แน่นยิ่งขึ้น หลังสองเกมที่คุมทีมในลีกยังไม่เสียประตู

โรเมลู ลูกากู


         115 ล้านยูโรคือตัวเลขค่าตัวที่ เชลซี ยอมจ่ายให้กับ อินเตอร์ มิลาน เพื่อดึงตัวเด็กกลับมาค้าแข้งกับทีมอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

         ถ้ามองจากผลงานในฤดูกาลก่อนหน้าที่พา “งูใหญ่” ได้แชมป์สคูเด็ตโต้ด้วยการสอยตาข่าย 24 ลูกกับอีก 10 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 เกมต้องบอกว่าควรค่าด้วยประการทั้งปวง

         แถมการลงเล่น 3 เกมแรกในลีกก็ทำ 3 ประตู บวกกับการทำประตูชัยให้ทีมชนะ เซนิต ในเกมเปิดสนามยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

         แต่ว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวกลับฟอร์มหายไปดื้อๆ ไม่มีประตูหรือแอสซิสต์ในช่วง 8 เกมที่ลงเล่นในลีก เท่ากับว่าตอนนี้ลงเล่นไปแล้ว 16 เกมทุกรายการ ทำได้เพียงแค่ 5 ประตูเท่านั้น แถมก่อนหน้านี้ก็โชคร้ายติดเชื้อโควิดหายหน้าไป 

         การกลับมาล่าสุดในเกมกับ แอสตัน วิลล่า ทำหนึ่งประตูบวกกับเรียกจุดโทษให้ทีมได้ หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งเหมือนเมื่อช่วงต้นซีซั่น

ชูเอา เฟลิกซ์


        ย้ายมาสู่ แอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวสูงถึง 126 ล้านยูโร มากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลกเป็นรองแค่ เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เท่านั้น

         หลังจากสองปีแรกที่เป็นตัวหลักของทีมอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องบอกว่าในภาพรวมนั้นผลงานยังไม่ถือว่าน่าประทับใจอะไรมากมาย มาในปีนี้ยิ่งแย่กว่าเพราะไม่ได้เป็นตัวหลักในทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ซะอย่างนั้น

         แม้จะมีชื่อลงสนามไป 15 เกมทุกรายการ แต่หากนับเวลารวมนั้นเจ้าตัวลงสนามไปเพียง 776 นาทีเท่านั้น โดยทำได้ 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ให้กับทีม แม้ว่าผลจะมาจากอาการบาดเจ็บช่วงต้นซีซั่นก็ตาม

         กลายเป็นว่าสื่อใหญ่อย่าง อาส เล่นข่าวว่าเจ้าตัวเริ่มมองหาลู่ทางในการย้ายออกจากทีมเพื่อโอกาสในการลงสนามที่มากกว่านี้

         จากที่มีหลายสโมสรทั่วยุโรปสนใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมีทีมไหนอยากได้ตัวไปร่วมทีมบ้าง แต่เชื่อได้เลยว่าค่าตัวคงหายไปไม่น้อยทีเดียว

แฮร์รี่ เคน


         เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ชื่อของ แฮร์รี่ เคน ถูกยกให้เป็นดาวยิงระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกพร้อมกับสถิติพังประตูที่หาตัวจับยาก

         แต่การเริ่มต้นฤดูกาลนี้กัปตันทีมชาติอังกฤษกับพุ่งชนกับความผิดหวังอย่างแรงทำได้แค่ประตูเดียวจาก 13 เกมแรกที่ลงสนาม ก่อนจะเพิ่งฟื้นทำได้ 2 ประตูใน 2 เกมหลัง 

         ไม่รู้ว่าการชวดย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อจิตใจมาก-น้อยแค่ไหน แต่เมื่อมองจากผลงานที่วูบไปเลยก็ถูกว่ามีส่วนอยู่เหมือนกัน

         ในช่วง 7 ปีก่อนหน้านี้ เคน ไม่เคยยิงต่ำกว่า 17 ลูกมาก่อนในพรีเมียร์ลีก และไม่เคยทำได้ต่ำกว่าปีละ 24 ลูกรวมทุกรายการด้วย

         จากสถิติในปีนี้ที่ทำไปได้แค่ 10 ลูกจาก 23 เกม ถึงตอนนี้คงต้องเรงเครื่องกันหน่อยหากจะรักษาสถิติอันยอดเยี่ยมเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com