หากไม่มีอะไรผิดพลาด ช่วงเวลาของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ในฐานะผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สิ้นสุดลงแล้วหลังความพ่ายแพ้อันยับเยินต่อ วัตฟอร์ด ในเกมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องเห็นผู้เล่นระดับตำนานถูกโห่ไล่โดยแฟนๆที่เคยรักเขา เคยกู่ร้องสุดเสียงเมื่อเขาทำประตูชัยให้ทีมได้ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับ บาเยิร์น มิวนิค ใน คัมป์ นูแน่นอน ทุกคนสามารถเห็นพ้องต้องกันได้ว่าเขาไม่ใช่กุนซือที่เก่งที่สุดหรือกระทั่งกองหน้าที่เก่งที่สุดสมัยเป็นนักเตะ แต่เหตุผลที่ โซลชา ถูกยกให้เป็น 'ตำนาน' คงหนีไม่พ้นความจริงที่ว่าเขารักต้นสังกัดของเขาไม่น้อยไปกว่าใครและมักจะไว้วางใจได้เสมอยามที่ทีมต้องการให้เขาช่วย

โอเล ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาในหน้าร้อนปี 1996 ช่วงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการกองหน้าคนใหม่อย่างจริงจัง เพราะแม้จะคว้าแชมป์ลีกมาได้บ้างแล้ว แต่จำนวนประตูที่ทำได้ก็ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจนัก ตลอด 21 ฤดูกาลของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 4 ใน 8 ฤดูกาลที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีจำนวนประตูรวมต่อฤดูกาลย่ำแย่ที่สุดเกิดขึ้นในปี 1992-1996 และนั่นกมายความว่าปัญหานี้มันมีมาพักใหญ่ๆแล้วแม้จะมีกองหน้าอย่าง คันโตนา อยู่ในทีม แต่เขาก็ยังมีอัตราการทำประตูเพียง 0.45 ลูกต่อเกมเท่านั้น เทียบกับ อลัน เชียร์เรอร์ ในช่วงเวลาเดียวกันยังนับว่าต่ำกว่าเกือบครึ่งการได้ตัว แอนดี้ โคล มาในปี 1995 ช่วยได้บ้าง แต่หลังจากที่ มาร์ค ฮิวจ์ส ย้ายทีมไป ส่วน ไบรอัน แม็คแคลร์ ถอยลงมายืนมิดฟิลด์ จึงหมายความว่าในแดนหน้าเหลือแค่ผู้เล่นสองคนให้เลือกใช้งานเท่านั้น

ผู้จัดการทีม โมลด์ ในขณะนั้น ยอมรับว่าเขาคิดว่าตัวเองโดนอำเสียแล้ว เมื่อได้รับแฟกซ์ที่ระบุข้อเสนอมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับตัวกองหน้าที่ดีที่สุดของเขาไม่ใช่เพราะผู้นั้นไม่เก่งกาจแต่อย่างใด เพราะ โซลชา เพิ่งจะทำไป 33 ประตูจาก 42 นัด เพียงแค่ว่ามันดูเกินจริงไปหน่อยก็เท่านั้นเอง หากพิจารณาว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนสโมสรเพิ่งพยายามเสนอตัวแข้งรายนี้ให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน ในราคาที่ถูกกว่าถึงสามแสนฟอนด์ แต่ก็โดนปฏิเสธไปจากทั้งสองทีมกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นและปลายสายมาจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด อาเก้ ฮาเรเด้ จึงเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง

โซลชา เริ่มต้นอาชีพตัวเองกับ ปีศาจแดง ด้วยการทำในสิ่งที่เขากำลังจะทำอยู่ตลอดกับสโมสรแห่งนี้ – ในเกมกับ แบล็คเบิร์น ทีมของ เฟอร์กูสัน ตามหลังคู่แข่งอยู่ 2-1 ก่อนที่หัวหอกหน้าละอ่อนชาว นอร์เวย์ จะถูกส่งลงมาทำประตูตีเสมอให้ทีมและคว้าแต้มสำคัญมาได้ในทีมที่มีทั้ง โคล และ คันโตนา โซลชา ยังสามารถฝากผลงานไว้ได้ถึง 18 ประตูในปีแรก โดยนอกจาจะช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกได้แล้ว เขายังลงเอยด้วยการเป็นดาวซัลโวของสโมสรในฤดูกาลดังกล่าวอีกด้วย

โซลชา เป็นดาวยิงสำรองที่ช่วยทีมเอาไว้นักต่อนัก แต่ทั้ง 29 ประตูจากตำแหน่งม้านั่งสำรอง ไม่มีประตูไหนสำคัญไปกว่าประตูชัยใน คัมป์ นู อีกแล้วการคัมแบ็คอันน่าเหลือเชื่อส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมของเขากลายเป็นสโมสรแรกที่คว้าทริปเปิลแชมป์มาได้อันที่จริงในฤดูกาลเดียวกันนั้นเอง โซลชา ก็เพิ่งเป็นผู้ทำประตูชัยในศึก เอฟเอ คัพ รอบที่สี่กับ ลิเวอร์พูล หลัง แอนดี้ โคล ไล่ตามตีเสมอคู่แข่งที่ออกนำไปก่อนตั้งแต่ไก่โห่ในเกมดังกล่าวได้ในนาทีที่ 88

โอเล ปฏิเสธข้อเสนอมานับไม่ถ้วนแม้ว่ามันจะทำให้เขาได้เป็นกองหน้าที่ได้รับการการันตีตำแหน่งตัวจริงในทีมก็ตาม โดยหนที่ใกล้เคียงที่สุดคือข้อเสนอของ ท็อตแนม ในปี 1998 เพราะในตอนนั้น เชอริงแฮม และ ยอร์ค ต่างด็เพิ่งย้ายมา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่มาได้นานแสนนานเป็นเพราะการมีผู้เล่นแบบเขาอยู่ในทีม ผู้เล่นแบบ ปาร์ค, เฟล็ตเชอร์ และ บลอมควิสท์แต่เขาคงไม่สามารถถูกขนานนามว่าเป็นซูเปอร์ซับได้หากเขาไม่ได้มีสัญชาตญาณความเป็นเพชฌฆาตอยู่ในตัวมาโดยตลอดอย่างที่รู้กัน แมนฯ ยูไนเต็ด มีกองหน้าที่ดีๆผ่านเข้ามามากมาย ทั้ง รุด ฟาน นิสเตลรอย หรือ เวย์น รูนีย์ ในยุคถัดมา แต่เขายังคงภักดีต่อสโมสรเป็นเวลา 11 ปีที่น่ามหัศจรรย์ โซลชา ลงเล่นรวม 366 นัด เป็นตัวสำรอง 150 นัด และทำประตูได้ 126 โดยที่ 50 ลูกในนั้นมาจาก 30 นาทีสุดท้ายของเกม และ 33 อยู่ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายในที่สุดเขาก็จบอาชีพในโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างที่เขาได้เริ่มต้นไว้ การลุกออกมาจากม้านั่งและทำประตูกับ แบล็คเบิร์น – สมบูรณ์แบบสำหรับบุรุษที่อาชีพการค้าแข้งของเขาถูกก่อร่างสร้างขึ้นจากการเป็นคนที่ไว้ใจได้อยู่เสมอ

ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com
https://www.90min.com/th/posts/ode-to-ole-gunnar-solkjaer-one-of-manchester-united-greatest-player