ย้ายกลับมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ และกัปตันทีมชาติโปรตุเกส หลังเขาย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดในช่วงปี 2009 ด้วยการซบตักเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวอันเป็นสถิติโลกเวลานั้น ที่จำนวน 80 ล้านปอนด์ 

การย้ายกลับมาสู่ทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลของปีศาจแดงเพราะโรนัลโด้ มาพร้อมการเป็นนักเตะระดับโลกอย่างเต็มตัว พร้อมกับยิงประตูอย่างถล่มทลาย และยืนระยะมาอย่างยาวนาน  

แน่นอนว่า การพัฒนากลายมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งสุดในโลกลูกหนังปัจจุบันเหมือนทุกวันนี้ ส่วนสำคัญเกิดขึ้น ตอนที่เขาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงระหว่างปี 2003-2009 ผ่านแบบทดสอบ และแรงกดดันอย่างมากมาย 

ช่วงนี้ เราลองไปย้อนความทรงจำกันหน่อยว่า โรนัลโด้ ผ่านการพิสูจน์ตัวเองอย่างไรมาบ้าง ? จนสามารถลบคำสบประมาทต่างๆ พร้อมกับเติบโตมาด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยม โดยไม่แน่ว่า หลังจากอ่านจบ เราอาจพบหนึ่งมุมมองของตัวเขาก็เป็นได้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ช่วงแรกในการค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัวของโรนัลโด้ ยังมีแนวทางการเล่นที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ โดยมักจะโชว์ทักษะ และงีดลูกเล่นแบบพร่ำเพรื่อ แน่นอนว่า มันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีต่อทีม ทำให้สโมสรต้องออกกฏบางอย่าง เพื่อดัดนิสัย 

โทนี่ โคตัน อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวถึงชีวิตช่วงแรกของ โรนัลโด้ ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาไว้ว่าหนึ่งในข้อบกพร่องของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือการชอบลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นสนาม เมื่อถูกเพื่อนร่วมทีมคนอื่นเสียบสกัด

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เริ่มปฏิบัติภารกิจบางอย่าง ที่จะสอนเขาให้กลายเป็นนักเตะที่แข็งแกร่งมากขึ้น เฟอร์กี้ คอยกำชับให้ทีมงานทุกคนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เมื่อโรนัลโด้ โดนคนอื่นทำฟาวล์ในการซ้อม

ภารกิจเต็มไปด้วยความเข้มข้น และคนที่ไล่เตะจะไม่โดนบทลงโทษ โรนัลโด้ ผู้น่าสงสารไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร เพื่อนร่วมทีมที่เป็นกันเองกับเขา กลับกำลังมอบบทเรียนอันหนักหนาให้แบบขำไม่ออก

เมื่อเขาโดนทำฟาวล์ และไม่ได้ลูกฟรีคิก เขาจะกางไม้กางมือ, นั่งกับพื้น พร้อมกับบ่นพึมพัมเป็นภาษาโปรตุกีส ขณะที่เพื่อนคนอื่นก็ซ้อมบอลต่อไป ขาโหดอย่างรอย คีน และริโอ เฟอร์ดินานด์ จะอัดใส่เขาแบบหนักหน่วง และรุนแรง กระนั้น สิ่งเหล่านี้ค่อยๆซึมซับเข้าไปในสติของเขา

ขณะที่ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ออกมากล่าวถึงอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างโรนัลโด้ เช่นเดียวกันว่าตามปกติแล้ว นักเตะของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไล่เสียบกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่แล้ว เมื่อทุกคนรู้ว่าไม่มีการฟาวล์ ทำให้โรนัลโด้ เริ่มผ่านบอล และเคลื่อนที่ไวขึ้น เพราะเขารู้ว่าจะไม่มีการฟาวล์อะไรทั้งนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องครองบอลเอาไว้กับตัวเป็นเวลานาน

หลังจากนั้น โรนัลโด้ ก็เริ่มยิงประตูมากขึ้น รวมถึงการหาพื้นที่ยิงประตูได้เพิ่มขึ้น นี่อาจจะเป็นรายละเอียดเพียงแค่เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าการมาของวอลเตอร์ ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของเขา

พัฒนาการของโรนัลโด้ รุดหน้าไปมาก ช่วง 2-3 สัปดาห์ ผมจำได้ว่าเขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทว่าเขาก็ยอมรับมันได้ เขาเริ่มที่จะจับบอลเพียง 1-2 จังหวะเท่านั้น และอาศัยการเคลื่อนที่มากกว่าเดิม ในแบบที่ไม่มีลูกบอลอยู่กับเท้า ผลสุดท้าย เขาก็เริ่มผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ

ผมมองว่า มันเป็นอะไรที่เข้ามาปรับเปลี่ยนความคิดของเขาในทันที คงอารมณ์ประมาณว่าทักษะของฉันยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ รูปแบบการซ้อมทำให้ตระหนักว่า ฉันต้องจ่ายบอล และวิ่งให้เร็วขึ้น โดยอาศัยโครงสร้างร่างกาย ทำให้ฉันมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมสำหรับผม นี่คือการจัดการที่ยอดเยี่ยม

โรนัลโด้ สามารถจัดการกับทุกอย่างได้ พร้อมกับเติบโตในระยะเวลาไม่กี่ปี ผ่านการฝึกซ้อม และการเข้าโรงยิม กระทั่งเขากลายเป็นปีศาจร้ายที่สมบูรณ์แบบ ในแง่ความทุ่มเทของมืออาชีพ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สภาพแวดล้อมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยเหลือเขาได้มาก

หลังจากนั้น โรนัลโด้ กลายเป็นคนที่พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมกับยกระดับขีดความสามารถของตัวเองตลอดเวลา ผ่านการนำสิ่งที่ผิดพลาดมาปรับปรุง และแก้ไข นี่คือหนทางที่เขาคิดว่า สามารถนำพาตัวเขาไปสู่ระดับโลกได้ 

โทนี่ สตรัดวิค ที่เคยเป็นทีมงานวิเคราะห์คุณภาพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวว่าตอนที่ผมเข้ามาทำงานกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรก คาร์รอซ เคยรอซ (อดีตผู้ช่วยของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) บอกกับผมว่า ต้องทำให้แน่ใจว่า นักเตะจะไม่เสียเวลาฝึกซ้อมมากจนเกินความจำเป็น

แต่เห็นได้ชัดเลยว่า โรนัลโด้ เป็นคนที่พร้อมทำงานพิเศษอยู่เสมอ ผมต้องรับมือกับความตึงเครียด เพราะผมต้องเป็นคนเดินไปบอกกับนักเตะว่า พวกเขาต้องออกจากสนามซ้อมได้แล้ว

บรรดานักเตะจะรู้ขีดจำกัดในร่างกายของตัวเอง และต้องการฝึกซ้อมมากขึ้นกว่าเดิม นี่คือวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาต้องการฝึกฝน และทำให้มากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ นี่คือภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะมีความต้องการอยากซ้อมมากมายเหลือเกิน เราต้องดึงพวกเขาออกมา

วันหนึ่ง, ที่สนามซ้อมแคร์ริงตัน ผมเห็นโรนัลโด้ ฝึกซ้อมอยู่คนเดียว เขากำลังถ่วงน้ำหนักที่ข้อเท้าของตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่า เขาจะเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น เขามักเสริมการซ้อมพิเศษในเรื่องเท้า เพราะเขาต้องการความรวดเร็วที่มากขึ้น หลายครั้งที่เขารู้สึกไม่พอใจกับตัวเอง ดังนั้น เขาจึงทำงานมากขึ้น รวมถึงเรื่องการยิงฟรีคิก และลูกยิงประตู เขาฝึกมันมากขึ้นเรื่อยๆ


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com