สตีเว่น เจอร์ราร์ด เข้ามาคุมทีมแอสตัน วิลล่าได้ 1 เดือนแล้ว เขาทำให้วิลล่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เก็บชัยชนะได้ 3 จาก 4 เกม ที่คุมข้างสนาม

สตีเว่น เจอร์ราร์ด กลายเป็นอัศวินขี่ม้าขาว เข้ามากอบกู้ซากที่ดีน สมิธ อดีตกุนซือคนเก่าของแอสตัน วิลล่า ที่ฝากไว้หลังทำผลงานไม่เข้าตา แพ้ติดต่อกัน 5 เกมรวดก่อนที่จะโดนปลด พาทีมไปนอนนิ่งอยู่ในโซนตกชั้น




ผมเพิ่งได้มีโอกาสดูแอสตัน วิลล่า ของสตีเว่น เจอร์ราร์ดเล่นแบบเต็มๆ 90 นาที เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากได้ดูแบบแวบไปแวบมา 2-3 เกมก่อนหน้า สิ่งที่เห็นแน่ๆด้วยตาตัวเองนั่นก็คือ แอสตัน วิลล่า ทีมนี้เน้นทีมเวิร์คของ 11 คนมากขึ้นกว่าทีมที่เคยมีแต่แจ็ค กรีลิช และเพื่อนอีก 10 คนค่อนข้างมาก ไม่แน่ใจว่าดีน สมิธ กุนซือคนก่อนยังก้าวข้ามจุดนี้ไปไม่ได้หรือเปล่า ฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลถึงไม่ค่อยจะดีนัก บวกกับมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน สลับไปมาด้วย เลยลงเอยด้วยการแพ้ 5 เกมรวด ก่อนที่จะแยกทางกัน
การมาของเจอร์ราร์ด เหมือนทำให้แอสตัน วิลล่า ได้พบเจอกับอะไรใหม่ๆ แพชชั่นใหม่ การฝึกซ้อมใหม่ แทคติกใหม่ ก็น่าจะช่วย Refresh ทำให้ทีมกลับมาคึกคักได้ ดั่งที่เราได้เห็นจากผลงานที่เก็บชัยชนะได้ 3 จาก 4 เกมที่เจอร์ราร์ดเข้ามาคุมทีม แถมเกมที่แพ้ก็ยังแพ้แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แค่ประตูเดียวเท่านั้น ในเกมที่วิลล่ามีโอกาสถึงชนะเลยถ้าหากมีกองหน้าที่คมๆสักหน่อยนะ
สิ่งที่เห็นจากเกมล่าสุดที่พบกับเลสเตอร์ ซิตี้ ผมยังยืนยันว่าผมเห็นความเป็นราฟาเอล เบนิเตซ ในยุครุ่งเรืองในตัวของสตีเว่น เจอร์ราร์ด มากกว่าโค้ชคนใดที่เขาเคยร่วมงานด้วย การซื้อเกมรับที่ขอให้แน่นไว้ก่อน และพร้อมโต้กลับทันทีแบบได้เนื้อได้หนัง การเล่นโดยมีกองกลางตัวรับ 2 คน พร้อมมีตัวทีเด็ดที่พร้อมสอดขึ้นมายิงประตูเสมอ ทำให้คิดถึงช่วงลิเวอร์พูลที่คุมโดยราฟา แต่ถึงจะพูดว่าคล้าย แต่ถ้าลงลึกถึงรายละเอียด เจอร์ราร์ดเอามาปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยเป็นสไตล์การเล่นของตัวเอง การ Build up play จากประตู รวมไปถึงการใช้กองหน้ากึ่งปีกเป็นตัวทีเด็ด มันก็ทำให้คิดได้ว่าเจอร์ราร์ดเองก็เอาหลายอย่างจากรอดเจอร์ส และเยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาผสมผสานในทีมของตัวเองเหมือนกัน
จุดเด่น คือ พลังงานในทีมชุดนี้เยอะมากๆ เจอร์ราร์ดเป็นที่ชาร์จให้กับลูกทีมทุกคนได้ เราจะเห็นว่าบางคนเหมือนหมดๆ เจอพี่เจิดว๊ากใส่ทีเดียวกลับมาวิ่งหน้าตั้งเลย หรือบางคนเมื่อก่อนไม่เคยฟิตแบบนี้ ตอนนี้ก็ฟิตได้มากกว่าที่เคย อันนี้เป็นข้อดีของบารมีโค้ช เช่นเดียวกับแผนการเล่นที่ไม่ได้เป็นบอลโบราณ หรือบอลชายเดี่ยวอีกต่อไป ก็น่าจะทำให้คู่แข่งจับทางได้ยากขึ้น ตรงนี้ต้องพิสูจน์กันอีก โดยเฉพาะช่วงเดือนนี้ที่โปรแกรมอย่างชุก ว่าทีมจะยืนระยะได้ไหม หรือดีแค่ช่วงแรกเหมือนบอลเปลี่ยนโค้ชทีมอื่นๆ
ข้อเสียเลย ที่ผมว่าเลสเตอร์ ทำให้ทีมงานลิเวอร์พูลไปขุดการบ้านต่อได้ คือ ครึ่งแรกวิลล่ามักจะเป็นทีมที่เริ่มต้นได้ไม่ดี เครื่องร้อนช้า และการเล่น Build up play จากแดนหลังของทีมไม่เป็นธรรมชาติเลย เอมิ มาร์ติเนซ เมื่อโดนกดดัน เปิดบอลไม่แม่น ในขณะที่กองกลางไม่ช่วยในการลงลึกมารับบอล ทำให้คู่เซนเตอร์ และแบ็ก 2 ข้าง ต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ลำบากหลายครั้งเวลาโดนบีบพื้นที่สูง เหลี่ยมมุมนี้ ถ้าเจอทีมเล่นบีบแดนบนดีดีแล้วลิเวอร์พูล เจอร์ราร์ดต้องทำการบ้านเพิ่มอีกเยอะ
โดยรวม แอสตัน วิลล่า พัฒนาขึ้นในแง่ของฟอร์มการเล่นของทีม แต่ในแง่ของสไตล์การเล่นแล้ว ผมว่ายังต้องให้เวลา และให้ผู้เล่นที่เข้าใจแทกติกนี้ได้ดีกว่านี้ การมาแอนฟิลด์ในสัปดาห์หน้า จะเป็นเกมสุดพิเศาของเจอร์ราร์ด แต่ก็จะเป็นเกมที่เจ้าตัวจะปวดหัวที่สุดเช่นกัน เพราะสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูล มันช่างตรงกับจุดตายของทีมเสียเหลือเกิน จะหวังพึ่งเอมิ มาร์ติเนซ โชว์อย่างเดียวก็คงไม่ไหว ถ้าอยากได้ผลการแข่งขัน สำคัญคือ ลูกเซตพีช ที่ต้องเป๊ะ แบบที่เวสต์แฮม ทำให้เห็นมาแล้วนั่นแหละ
เกมเจอกับลิเวอร์พูล คืนนี้ เป็นอีกเกมหนึ่งที่จะวัดกึ๋นของเจอร์ราร์ดได้ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ผมเชื่อว่า เราจะได้เห็นฝีมือของเจอร์ราร์ดจริงๆในเกมนี้

จับตาดูกุนซือดาวรุ่งคนนี้ให้ดี เส้นทางในการเป็นโค้ชของเขาน่าสนใจจริงๆครับ


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com