อย่างที่รู้กันว่าอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอลถือเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลถ้าคุณมีฝีมือ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นอาชีพที่เสี่ยงและกดดันมากที่สุดด้วยเช่นกัน

         กับโลกฟุตบอลในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จในรูปแบบของโทรฟี่เท่านั้นที่จะสามารถทำให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ แต่มันก็ไม่ได้มาง่ายๆ

         โดยเฉพาะบรรดาสโมสรใหญ่ที่ไม่มีที่ว่างให้ความล้มเหลว ดังนั้นทางออกที่ง่ายที่สุดคือการทุ่มเงินเพื่อดึงแข้งฝีเท้าดีมาเสริมทัพ

         ในชรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่เบื้องหลังนอกจากฝีมือและการวางแผนที่ยอดเยี่ยมแล้ว “เงิน” นี่แหละคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของความสำเร็จนั้น

         แต่ถ้ามันนำมาซึ่งแชมป์ก็ต้องบอกว่าเงินที่ลงไปไม่เสียเปล่า 

อันโตนิโอ คอนเต้


         ผู้จัดการทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมแท็คติคคนหนึ่งของวงการลูกหนัง นับตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ทกับทีมเล็กๆในบ้านเกิด กระทั่งประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมซึ่งเขาคือคนแรกที่คว้าแชมป์ลีก 3 สมัยกับ 3 สโมสร

         จุดเริ่มต้นคือการคุมทีมเมื่อครั้งเป็นนักเตะอย่าง ยูเวนตุส โดย 3 ปีในถิ่นตูรินพาทีมคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ 3 สมัย บวกกับแชมป์ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียอีก 2 สมัย ก่อนโบกมือลาทีมไปคุมทีมชาติอิตาลีลุยยูโร 2016 น่าเสียดายที่ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้ เยอรมัน ในการดวลเป้า

         จากนั้นมารับภารกิจยากในการคุม เชลซี แต่แค่ปีแรกก็พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองอย่างยิ่งใหญ่ ตามด้วยปีที่สองพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ

         หลังจากว่างงานอยู่ 1 ปีก็เข้ารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ อินเตอร์ มิลาน โดยปีแรกพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูโรปา ลีกแต่ไปแพ้ เซบีย่า กระทั่งฤดูกาลที่ผ่านมาก็พาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีเลย

         แต่ความสำเร็จก็แลพมาด้วยเงินไม่น้อย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเจ้าตัวใช้เงินไป 842.12 ล้านปอนด์กับสามทีมที่แตกต่างทั้ง ยูเวนตุส, เชลซี และ อินเตอร์ มิลาน ซื้อผู้เล่นมาทั้งหมด 73 คน ได้แชมป์ทั้งหมด 8 รายการ

         คนที่เข้าเป้าก็มี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ เชลซี กับ โรเมลู ลูกากู ที่ อินเตอร์ มิลาน แต่ก็มีพวก มิชี่ บาตชูอายี่, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ และ อัลบาโร่ โมราต้า ที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของแข้งค่าตัวแพงที่ล้มเหลวเช่นกัน

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี


         หนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จที่สุดของวงการลูกหนังอิตาลี เทรนเนอร์คนสุดท้ายที่พา เอซี มิลาน ไปถึงแชมป์ลีกย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

         แต่ความสำเร็จสูงสุดเกิดขึ้นสมัยที่ไปคุม ยูเวนตุส ช่วงปี 2014-19 โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีกับทีม “ม้าลาย” เจ้าตัวพาทีมค้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ทั้ง 5 สมัย บวกกับแชมป์โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย และ แชมป์ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย แถมยังเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 2 ครั้งด้วยแต่ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้

         แม้ว่าตอนอยู่กับ ยูเวนตุส จะเซ็นสัญญาฟรีกับนักเตะมากมาย แต่ก็ใช้เงินไปมากมายเช่นกัน โดย อัลเลกรี ใช้เงินไปถึง 875.36 ล้านปอนด์ โดยคว้าแชมป์มาครองทั้งหมด 12 รายการ

         นักเตะค่าตัวแพงที่สุดหนีไม่พ้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่คว้ามาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 105 ล้านปอนด์ ก่อนวางมือไป ล่าสุดกลับมาคุม ยูเวนตุส อีกครั้งลุยฤดูกาลนี้

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่


         ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ น่าจะเป็นผู้จัดการทีมที่แฟนบอล แอตเลติโก มาดริด รักมากที่สุดคนหนึ่ง จนถึงตอนนี้เจ้าตัวคุมทีมมาครบ 10 ปีพอดิบพอดี

         ภายใต้การคุมทีมของนายใหญ่ชาวอาร์เจนติน่า “ตราหมี” ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมด้วยการยกระดับทีมขึ้นมาต่อกรกับสองยักษ์ใหญ่ทั้ง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ได้อย่างสูสี

         เขาคือคนที่หยุดการรอคอยอันยาวนาน 18 ปีของทีมที่ไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุด และทำมันสำเร็จได้อีกครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยสองปีก่อนหน้าที่ ซิเมโอเน่ จะเข้ามาคุมทีม สโมสรจบที่อันดับ 9 และ 7 แต่นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมาทีมไม่เคยหลุดจากท็อป3 ของตารางเลย

         ซิเมโอเน่ ใช้เงินไปรวม 879.94 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญากับผู้เล่น 58 คน พวกค่าตัวแพงก็มีตั้ง ดีเอโก้ คอสต้า, อัลบาโร่ โมราต้า และ โตมาส์ เลอมาร์ แต่คนที่แพงที่สุดก็คือ ชูเอา เฟลิกซ์ ที่ราคา 113 ล้านปอนด์เมื่อปี 2019

         10 ปีกับทีมมีแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า 1 สมัย, ยูโรปา ลีก 2 สมัย และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย น่าเสียดายการเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้งลงเอยด้วยความพ่ายแพ้

         กับสโมสรอย่าง แอตเลติโก มาดริด กับเงินที่ลงทุนและแชมป์ที่ได้ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมเลย

โชเซ่ มูรินโญ่


         เทรนเนอร์ทีมชาติโปรตุเกสถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ก็มีไม่น้อยที่ค่อนขอดว่าเขาใช้เงินซื้อความสำเร็จ

         จุดเริ่มต้นจากการพา ปอร์โต้ ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 2004 จนโดน โรมัน อบราโมวิช ดึงมาคุม เชลซี และเมื่ออยู่ในมือของ “เสี่ยหมี” ที่พลังเงินไม่จำกัดก็เลยทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ใช้จ่ายอย่างมือเติบ

         ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มูรินโญ่ ใช้เงินซื้อผู้เล่นมากถึง 959 ล้านปอนด์ แลกกับนักเตะเพียง 56 คนเท่านั้น เรียกได้ว่าแต่ละคนที่ซื้อมาค่าตัวไม่ธรรมดาทั้งสิ้นกับต้นสังกัดอย่าง เรอัล มาดริด, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ สเปอร์ส

         แต่เส้นทางในฟุตบอลปัจจุบันไม่ง่ายอย่างที่คิด มูรินโญ่ เสกแชมป์ได้แค่ 7 รายการแลกกับเงินที่จ่ายไป นักเตะราคาแพงอย่าง ปอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู, เฟร็ด, เนมันย่า มาติช และ เฮนริค มคิทาร์ยาน คือแข้งค่าตัวแพงที่ซื้อมาสมัยคุม “ปีศาจแดง” แต่ไม่ได้งัดผลงานออกมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

         ยังไม่รวมถึงปัฐหาส่วนตัวที่เวลาไปคุมที่ไหนก็ชอบมีปัญหากับนักเตะไปทั่วอีก แต่ก็ยังมีทีมที่พร้อมรับไปทำงานจากฝีมือ โดยล่าสุดไปคุม โรม่า

         มีเกร็ดเล็กน้อยที่ว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ใช้เงินไป 959 ล้านปอนด์ในรอบ 10 ปี มากกว่าที่ แดเนี่ยล เลวี่ ใช้ในช่วงเวลาที่นั่งเก้าอี้ประธานสโมสรของสเปอร์สที่ 876 ล้านปอนด์ซะอีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 


         เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือที่ถูกยกให้เป็นคนที่เก่งที่สุดในโลกเวลานี้ ทั้งในเรื่องของรูปแบบการทำทีมและในเรื่องของความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ

         ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกุนซือจนถึงตอนนี้ นายใหญ่ชาวสเปนคุมทีมมาเพียง 3 สโมสร แต่ทุกที่ที่ไปล้วนประสบความสำเร็จสร้างรอยยิ้มให้แฟนบอลอยู่เสมอ

         กับ บาร์เซโลน่า ในมือของ เป๊ป เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยการกวาดแชมป์เป็นว่าเล่น ก่อนจะย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค ก็ได้ 7 แชมป์ในเวลาเพียง 3 ปี แม้จะโดนยี้ใส่ว่า “เสือใต้” ใครคุมก็ได้แชมป์

         ในปี 2016 เป๊ป หาความท้าทายใหม่กับการมาคุม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็เสกแชมป์ในประเทศทุกรายการให้กับทีมได้เป็นที่เรียบร้อย

         แต่ความสำเร็จก็แลกมาด้วยเงินมหาศาลเช่นกัน เทรนเนอร์เรือใบใช้เงินไปสูงถึง 1.07 พันล้านปอนด์ ซื้อผู้เล่น 51 คน เสกแชมป์มาทั้งหมด 21 รายการในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

         แน่นอนว่ายังไม่จบแค่นี้แน่ เพราะในทศวรรษใหม่ก็เปิดหัวด้วยการจ่าย 100 ล้านปอนด์และ แจ็ค กรีลิช ซะแล้ว


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com