ในยุคที่เด็กหนุ่มไม่ต้องรอให้อายุครบ 20 ปีก็สามารถก้าวมาเล่นในทีมชุดใหญ่ ในยุคที่นักฟุตบอลอาชีพมีอายุน้อยลง เราจึงได้เห็นแข้งละอ่อนที่ก้าวขึ้นมาคนแล้วคนเล่า

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปซึ่งมาพร้อมการเล่นที่รวดเร็วขึ้น รูปแบบเพรสซิ่งที่เข้ามายึดพื้นในวงการฟุตบอล จึงไม่แปลกที่หลายๆ สโมสรต้องปรับตัวและใช้งานผู้เล่นที่ฟิตกว่าที่ผ่านมา ซึ่งนักเตะหนุ่มอายุน้อยอาจจะเป็นคำตอบที่ดี

ไม่เพียงแค่อายุน้อยหรือสภาพร่างกายที่สดใหม่ แต่ยังรวมไปถึงฝีเท้าอันเป็นที่ยอมรับทำให้หลายๆ คนมีโอกาสโชว์ตัวตั้งแต่เด็ก

สำหรับลีก เอิง คือหนึ่งในลีกที่พร้อมมอบโอกาสให้ดาวรุ่งทุกๆ คนที่มีของได้ลงพิสูจน์ผลงาน นักเตะคนแล้วคนเล่าได้โอกาสลงสนามและสามารถต่อยอดไปยังสโมสรใหญ่ๆ 

หลายคนได้โอกาสพลิกชีวิตจากเด็กหนุ่มไร้นามกลายมาเป็นนักเตะแนวหน้าของโลก และตอนนี้มีจำนวนไม่น้อยที่กำลังถูกจับตามองเพื่อรอวันแจ้งเกิดในลีกที่ใหญ่กว่า


รายล่าสุดคือ โมฮาเหม็ด-อาลี โช กองหน้าจากสโมสรอองเช่ร์ที่ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในสองนัดแรกของฤดูกาล 2021/22 

เส้นทางของแข้งหนุ่มวัย 17 ปีน่าสนใจตรงที่การเดินทางของเขาและครอบครัว เด็กน้อยที่ลืมตาดูโลก ณ ประเทศฝรั่งเศสได้เพียงสัปดาห์เดียวต้องเดินทางข้ามทะเลไปยังอังกฤษตามพ่อแม่ที่ไปทำงานที่นั่น และมันเหมือนโชคชะตาของ โช เพราะเขามีโอกาสลงหวดลูกหนังกับทีมเยาวชนเวสต์แฮม

ชีพจรลงเท้าครอบครัว โช อีกครั้ง หนนี้ในช่วงวัย 6 ขวบเขาต้องเดินทางกลับไปฝรั่งเศส ซึ่งที่แดนน้ำหอมได้สโมสร ช็องติลลี่ นำไปขัดเกลาก่อนจะเข้าตา ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ดึงไปร่วมทีมในปี 2011

ทว่าการเดินทางยังคงไม่สิ้นสุด ในวัย 11 ปี โช ต้องกลับไปที่อังกฤษอีกครั้ง และหนนี้เขาได้ฝากตัวไว้กับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งที่นั่นเขาค่อยๆ พัฒนาฝีเท้าและก้าวมาติดทีมเยาวชนทีมชาติอังกฤษ (โช สามารถเลือกเล่นทีมชาติให้ได้ทั้ง อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ไอวอรี่ โคสต์ (พ่อ) และ โมร็อกโก (สายเลือดบรรพบุรุษแม่))

อย่างไรก็ตาม เส้นทางในการขึ้นทีมชุดใหญ่ของทอฟฟี่สีน้ำเงินดูริบหรี่ มันจึงมาถึงการตัดสินใจอีกครั้งของ โมฮาเหม็ด-อาลี โช และหนนี้เขาเลือกกลับไปแดนน้ำหอมโดยมี อองเช่ร์ เป็นจุดหมาย

หลายคนสงสัยการตัดสินใจของ โช โดยเฉพาะสื่ออังกฤษที่ไม่อยากเชื่อกับการเดินทางหนนี้ แต่สำหรับแข้งวัย 16 ปีในตอนนั้น มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่กับสัญญาอาชีพฉบับแรกของตนเอง

แม้ทีแรก อองเช่ร์ จะวางตัวให้ โมฮาเหม็ด-อาลี โช ลงเล่นในทีมสำรองเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยผลงานและฝีเท้าที่เกินวัยบวกกับอาการบาดเจ็บของรุ่นพี่ทำให้โอกาสในทีมชุดใหญ่เปิดออกและได้ประเดิมสนามในเดือนสิงหาคม 2020 

โดยรวมแล้วฤดูกาลแรกในลีกสูงสุดแดนน้ำหอม โช ลงสนามไป 21 เกมด้วยกัน ซึ่งมาจากทั้งตำแหน่งแนวรุกตัวริมเส้นและกองหน้าตัวเป้า


มันคือการเริ่มต้นที่ดี แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเพียงตัวสำรอง แต่เส้นทางสำหรับการเป็นมืออาชีพได้เปิดออก และต่อยอดมาถึงฤดูกาลนี้

“ในช่วงอายุของเขา คุณไม่สามารถคคาดหวังให้เขาก้าวมาพัฒนาทีม แม้ว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้” สเตฟาน มูแล็ง อดีตกุนซืออองเช่ร์ที่เป็นคนมอบโอกาสให้ โช ได้ประเดิมสนามในลีก เอิง กล่าว

“สิ่งที่พวกเราร้องขอจากเขามากที่สุดคืออย่าลดลงไป จากสิ่งที่ผมเห็นเขาในทุกๆ วัน มันเป็นเช่นนั้น เขาจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ามันจะเร็วกว่าคนอื่นๆ เล็กน้อยอยู่ก็ตาม”

ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนกุนซือจาก มูแล็ง มาเป็น เชรัลด์ บาติก มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคำถามว่าอนาคตของ โช จะได้รับผลกระทบหรือไม่ แต่จากสองเกมที่ผ่านมาแฟนบอล อองเช่ร์ คงได้คำตอบชัดเจนแล้วว่าสโมสรวางใจในการใช้งานแข้งวัย 17 รายนี้แค่ไหน


ถึงจะไม่มีประตูจากการลงเล่นลีก เอิง 2 นัดแรกในซีซั่นนี้ แต่ผลงานโดยรวมของ โมฮาเหม็ด-อาลี โช กลับได้รับคำชมอย่างมาก โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ อองเช่ร์ ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 

ไม่ว่าจะเป็นการกดดัน มาร์เซโล่ ที่จ่ายคืนหลังพลาดจนทำเข้าประตูตัวเอง หรือการเรียกใบแดงจาก แม็กซ์เวลล์ กอร์กเน่ต์ อีกทั้งความเร็วที่ป่วนแนวรับ โอแอล ตลอดเกม ทำให้สื่อจับตามองแข้งรายนี้มากขึ้น

เส้นทางที่ถูกวางไว้ได้เริ่มต้นการเดินทาง ก้าวแรกของ โมฮาเหม็ด-อาลี โช ได้เดินทางมาถึงตรงนี้ แม้ยังมาไม่ไกลจากจุดเริ่มต้น แต่สัญญาณและทิศทางต่างๆ ถือว่ากำลังไปได้สวย

ในวัยเพียง 17 ปี ยังมีอะไรหลายๆ อย่างให้ โช ได้เรียนรู้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับหนุ่มรายนี้ในการพัฒนาตนเองให้ก้าวไปยังอีกระดับ เพื่อหวังว่าอนาคตที่ดีกว่าจะเปิดรอต้อนรับเขาอยู่


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com