บุกไปคว้าผลเสมอจากแบร์กาโม่มาแบบใจหายใจคว่ำ เพราะหากพิจารณาจากรูปเกมถือเป็นรอง อตาลันต้า แถมโดนเจ้าบ้านเล่นงานอย่างหนักโดยเฉพาะการโดนกดดันที่ผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทบไม่เป็น

สิ่งนี้เราเห็นมาตั้งแต่นัดแรกที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้วว่า ปิศาจแดง เจอปัญหายามที่โดนกดดันเร็ว หรือโดนเพรสซิ่งบีบพื้นที่ เพราะนักเตะดูลนลานและแก้ไขสถานการณ์ไม่ค่อยจะได้

แม้แต่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ทักษะดีเอาตัวรอดเก่งก็เจอปัญหาที่แก้ไม่ตกเพราะยามที่บอลถูกส่งไปให้ในแดนคู่แข่ง กองกลางโปรตุเกสไม่โดนเตะล้มก็โดนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเข้าหาเร็ว บ่อยครั้งที่ได้เห็นแข้งหมายเลข 18 ต้องลงไปล้วงบอลต่ำถึงหน้าแผงกองหลังฝ่ายตัวเอง เพราะคู่แข่งทราบดีว่าหากปล่อยให้ได้บอลก็จะส่งผลเสียต่อทีมพวกเขา

ไม่นับบรรดาผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ต้องตาลีตาเหลือกเอาตัวรอดแกะบอลเพื่อส่งต่อให้คนอื่นๆ หลายครั้งที่เกมชะงักเพราะจังหวะเหล่านี้ และมีบ่อยครั้งที่โดนตัดบอลกลางสนามก่อนจะโดนเล่นงานเหมือนครึ่งแรกในเกมดวล อตาลันต้า ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือเกมโดน ลิเวอร์พูล ถล่มคาบ้าน สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากโดนฝ่ายตรงข้าม 'เพรสซิ่ง' หนักและสูงจนผิดพลาดเปิดช่องว่างให้ฝ่ายตรงข้าม

เกมที่ผ่านมาไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ แต่จุดที่ทำให้ ปิศาจแดง ไม่โดนมากกว่า 2 ประตูเพราะทาง อตาลันต้า ไม่เด็ดขาดกันเอง และมีบางจังหวะที่ต้องกราบขอบคุณ เอริก ไบญี่ มา ณ ที่นี้เพราะกองหลังไอวอรี่ โคสต์ ช่วยเซฟทีมอย่างน้อย 2-3 ครั้ง


ปัญหาที่ว่าหลายคนคงเห็นมาแล้วซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหนักใจและเป็นสิ่งที่ทีมต้องรีบแก้ไข เพราะในยุคที่ฟุตบอลเน้นเกมเพรสซิ่งเร็ว และเข้ากดดันฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขสถานการณ์หรือการเอาตัวรอดเพื่อแกะบอลออกมาจากพื้นที่แคบๆ เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก

มันหมายถึงการต่อเกมให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า แต่สำหรับ ปิศาจแดง ที่บ่อยครั้งแฟนบอลจะเห็นว่าบรรดากองกลางต้องล้มลุกคลุกคลานเพื่อจ่ายบอลไปให้เพื่อนเล่นต่อ หลายครั้งจับบอลกระโดกกระเดกไม่เชื่องเท้า หรือแม้แต่ตัวที่จะคอยมาช่วยเหลือเก็บจังหวะสองก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่

ที่ว่ามาข้างต้นนั้นเพราะทีมกำลังจะดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แม้ว่าสถิติของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในการดวลกับกุนซือชาวสเปนในเวทีพรีเมียร์ลีกจะออกมาค่อนข้างดีไม่แพ้มาตั้งแต่ปี 2019 กระนั้นจากผลงานช่วงที่ผ่านมาก็ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อย

เรือใบสีฟ้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเพรสซิ่งหมายมั่นที่จะใช้อาวุธเด็ดของพวกเขาเล่นงาน ปิศาจแดง เพราะตัวอย่างจากเกมที่ หงส์แดง บุกไปประกาศศักดา ณ โรงละครแห่งความฝัน เป็นหลักฐานชิ้นดีในเล่นงานลูกทีม โซลชา


เรื่องนี้มองว่า โซลชา และลูกทีมต่างทราบดีถึงปัญหาในการรับมือ 'เพรสซิ่ง' สูง ช่วงที่ผ่านมานักเตะหลายคนโดนเพ่งเล็งและวิจารณ์อย่างหนักถึงการเล่นบอลบนพื้น โดยเฉพาะ แฮรรี่ แม็กไกวร์ ที่ผลงานเข้าตาจนโดนแฟนบอลบ่นเสียยกใหญ่ 

ที่สำคัญคือบรรดาแดนกลางซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ต้องพยายามเล่นให้แน่นอนและนิ่งกว่าเดิม เพราะเกมวันเสาร์นี้พวกเขาเตรียมเจอเกมเร็วและเพรสซิ่งหนักรอได้เลย

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือฝั่ง ซิตี้ ที่ช่วงหลังหันมาเล่นระบบ 'False 9' หากเกมที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด วันเสาร์นี้ กวาร์ดิโอล่า ยังคงเล่นแบบนี้ต่อไปก็น่าจะสร้างปัญหาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่าเดิมเพราะฝ่ายตรงข้ามจะมีตัวจ่ายบอลเพิ่มมาอีกคน และนั่นคือจุดแข็งอีกหนึ่งจุดของ เรือใบสีฟ้า ในการผ่านบอลสั้นตามช่องคอยหาพื้นที่เล่นงานแนวรับ ยูไนเต็ด

นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาในช่วงที่ผ่านมาของ โซลชา ยกตัวอย่างสำคัญจากเกมแพ้ หงส์แดง ที่โดนเล่นงานอย่างง่ายๆ เพราะหลายจังหวะลูกทีม เยอร์เก้น คล็อปป์ บีบเร็ว แย่งบอล ก่อนสวนกลับด้วยบอลเร็ว และตูม เป็นประตู

เกมนี้อาจจะไม่ใช่ ลิเวอร์พูล แต่อย่าลืมว่า แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้มีศักยภาพต่างไปจาก หงส์แดง ในการเล่นงานฝ่ายตรงข้าม และเมื่อเพื่อนบ้านทีมนี้หาจังหวะตนเองเจอก็เป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก

หากใครได้ดูเกมล่าสุดที่ ซิตี้ ทุบ คลับ บรูช 4-1 ในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็คงเห็นได้เป็นอย่างดี แม้ว่า 45 นาทีแรกเกมของ เรือใบ ดูติดขัดไม่ไหลลื่น แต่เมื่อพวกเขาเข้าสู่จังหวะของตนเองส่งผลให้รูปเกมเปลี่ยนไปและนำมาซึ่ง 3 ประตู ในครึ่งหลัง


กลับไปที่แผน 'False 9' อีกครั้ง หากทาง ฟิล โฟเด้น ยังคงรับบทบาทเช่นนี้ต่อไป งานสำคัญของบรรดาผู้เล่นผีแดงคือการปิดพื้นที่ให้ดี และคอยตามประกบหรืออ่านเกมการเคลื่อนที่อย่างระวัง เพราะหากพลาดเปิดช่องเมื่อไหร่ นักเตะซิตี้พร้อมสอดไปด้านหลังแนวรับเพื่อตบบอลกลับเข้าในหรือมองหาจังหวะสอยตาข่าย

เรื่องนี้ต้องดูกันว่า กวาร์ดิโอล่า จะมองหาวิธีเล่นงาน ปิศาจแดง อย่างไร เพราะทางเลือกของ แมนฯ ซิตี้ ถือว่าหลากหลาย และพร้อมงัดแผนเด็ดมาเล่นงานอริร่วมเมือง

ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด คำถามสำคัญคงหนีไม่พ้นแผนการเล่นว่าจะยังใช้งานกองหลังตัวกลาง 3 รายต่อไปหรือไม่ เพราะตอนนี้ ราฟาแอล วาราน บาดเจ็บจากนัดที่ผ่านมา แถม วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ยังลูกผีลูกคนรอดูความฟิตหลังจากเจ็บในช่วงซ้อมก่อนเยือนอิตาลี

หากกองหลังชาวสวีเดนผ่านความฟิตก็มีโอกาสที่ โซลชา จะยึดแผนการเล่นแนวรับ 3 คนต่อไป หรือหากฟิตไม่ทัน ลุค ชอว์ คือทางเลือกในการเล่นกองหลังทางซ้ายแล้วอาจจะส่ง อเล็กซ์ เตลลิส หรือ ดีโอโก้ ดาโลต์ ลงเล่นวิงแบ็กซ้าย

อีกจุดที่น่าสนใจคือมิดฟิลด์ตัวกลางที่หลายคนคาดว่าคงหนีไม่พ้นคู่หู 'แม็คเฟร็ด' ซึ่งหากไม่พลิกโผทั้งสองรายต้องต่อกรกับบรรดากองกลางเชิงสูงของ ซิตี้ ซึ่ง (อาจ) จะเป็นจุดตัดสินเกมเลยก็ว่าได้

ส่วนแนวรุก เกมที่เจอกับ ซิตี้ ก่อนหน้านี้ โซลชา จะอาศัยจังหวะฉาบฉวยโดยใช้ความเร็วของแข้งหนุ่มเล่นงาน พร้อมมี บรูโน่ ที่คอยเปิดป้อนให้ แต่ช่วงหลังคู่หูรุ่นลายคราม 'โรนัลโด้-คาวานี่' กลับประสานงานกันได้ดี และสร้างอันตรายให้แนวรับคู่แข่งแบบจะแจ้งกว่า จึงเป็นอีกจุดที่กุนซือใหญ่ต้องตัดสินใจ

มีหลายจุดที่ โอเล่ และทีมงานต้องนำพิจารณาเพื่อหาทางรับมือเพื่อนบ้านสีฟ้า ซึ่งเป็นเกมที่แฟนบอลต่างจับตามองว่ากุนซือชาวนอร์เวย์จะเอาตัวรอดไม่ให้เก้าอี้ตนเองร้อนฉ่าได้หรือไม่ หรือจะกลับวนลูปเดิมหลังจากสองเกมก่อนหน้านี้ชนะและเสมอไปแล้ว


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com