แม้ไม่เคยประสบความสำเร็จบนเวทีลูกหนังไทย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า "สวาทแคท" นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คือทีมที่เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์

สโมสรแห่งนี้สามารถอัดผู้ชมในสนามแตะหลักเกือบ 3 หมื่นคน แฟนบอลเต็มไปด้วยแพสชั่นแห่งชัยชนะ พวกเขาคือคนบ้ากีฬา 

ที่สำคัญทุกอย่างถูกกลั่นมาจากหัวใจ แถมไม่เคยสร้างความด่างพร้อยให้สังคมลูกหนังแม้แต่น้อย 

ย้อนกลับไปฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาทำผลงานยอดเยี่ยม จบฤดูกาลด้วยอันดับ 9 ของตาราง เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของสโมสรเลยก็ว่าได้ 


แน่นอนคนที่ได้รับดอกไม้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กุนซือหนุ่มไฟแรง ที่เข้ามาปลุก “สวาทแคท” ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง 

ปรัชญาการทำทีมของ “โค้ชโจ” ไม่มีอะไรซับซ้อนมากกว่า “ใจซื้อใจ” ที่มีต่อคนในทีม

ศรัทธาที่มีต่อทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชแบบพี่น้อง ถูกถ่ายทอดไปยังนักเตะในทีมทุกคน โดยมีเป้าหมายเดียวคือพา “สวาทแคท” ก้าวไปข้างหน้าให้ได้อย่างมั่นคง

ฝันหวานผ่านไป โลกแห่งความจริงเข้ามาท้าทายความสามารถของ “โค้ชโจ” และทัพลูกหนังจากเมืองย่าโมอีกครั้ง 

ก่อนเปิดซีซั่นทีมต้องเสียแข้งตัวหลักไปหลายคน โดยเฉพาะ “กีดี้ คานยุค” และ “เดนนิส มูริลโล่” จอมถล่มประตูดีกรีรองดาวซัลโว เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา


พวกเขาเดิมพันชะตาชีวิตด้วยแข้งอิมพอร์ต อาทิ มาร์โก ซาฮาเน็ค, คูบี้ อัปเปียห์ และ ควาเม่ คารีคารี มาเติมช่องว่างในหัวใจ 

แน่นอนว่าการเสียทรงแบบนี้กูรูลูกหนังไทย จึงยกพวกเขาให้เป็นหนึ่งในทีมที่มีโอกาสโบกมืออำลาลีกสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย 

ยิ่งทัพ “สวาทแคท” ออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่อย่างทุลักทุเล กระแสข่าวมากมายหลุดออกมาว่าทีมเตรียมเฉดหัว “โค้ชโจ” ออกจากทีม เพื่อเปิดทางคนใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทน ทำให้คำพยากรมีน้ำหนักมากขึ้น

ทว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ ทีมสปิริตยังคงแรงกล้า จุดอ่อนค่อยๆ ถูกกำจัดไปทีละสเต็ป ประกอบกับนักเตะต่างชาติเริ่มปรับตัวได้ 


ดาวยิงตัวความหวังอย่าง อมาดู อ๊วตตาร่า และ ควาเม่ คาริคารี ที่เริ่มต้นฝืดเป็นสาก กลับมายิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะ คาริคารี ที่ฟอร์มติดจรวด เบ็ดเสร็จลั่นตาข่ายไป 5 ประตู นี่คือผลงานที่น่าปรบมือเหลือเกิน 

นักเตะไทยก็เริ่มกลับคืนร่างเทพ ทั้ง ธิติ ทุมพร, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว หรือ อับดุลฮาฟิส บือรอเฮง ที่ก้าวไปมีชื่อเป็น 1 ใน 69 แข้ง “ช้างศึก” ชุดลุยดินแดนลอดช่อง ทำศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในเดือนหน้า 


แถม 3 เกมหลังพวกเขาคว้าชัย 3 นัดรวด ล่าสุดบดเอาชนะ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ที่เต็มไปด้วยสตาร์ดังแบบหมดทางสู้ไป 3-1 จนโลกลูกหนังของ “สวาทแคท” กลับมาอมชมพูอีกครั้ง 

ทว่าแม้ฟอร์มจะพุ่งสุดขีด แต่ “โค้ชโจ” กลับไม่ได้เหลิงแต่อย่างใด ยังคงให้เครดิตลูกทีมเสมอ และเชื่อว่าฟอร์มของทีมจะดีกว่านี้ได้อีก

โดยการทำงานที่ทุ่มเทด้วยปรัชญาใจซื้อใจของ “โค้ชโจ” แม้จะไม่ได้การันตีความสำเร็จให้กับ “สวาทแคท” แต่มันทำให้ทีมเดินหน้าได้อย่างมั่นคง 

นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าการทำทีมฟุตบอลนอกจากนักเตะจะเก่ง โค้ชจะดี หากปราศจากทีมสปิริตอันแรงกล้า คงยากที่ทีมจะคลอดผลงานสุดเจ๋งให้แฟนบอลชื่นใจ 


สุดท้าย “สวาทแคท” จะจบฤดูกาลด้วยตัวเลขไหน แต่วันนี้ “โค้ชโจ” พิสูจน์ฝีมือให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นกุนซือที่ฝีมือไม่ธรรมดา 

หากในอนาคตจะมีกุนซือสัญชาติไทย เป็นแคนดิเดตคุมทีม “ช้างศึก” เชื่อว่า “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น จะต้องติดโผแน่นอน 

เพราะปรัชญาลูกหนังง่ายๆ แต่ทรงพลังแบบนี้ มันดูมีอนาคตจริงๆ


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com