ในฟุตบอลสมัยนี้นักเตะสามารถเป็นที่รักของแฟนบอลได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นเป้าเล่นงานได้เร็วไม่แพ้กัน

         ถ้าคุณทำผลงานได้ดี ผลงานทีมดีตาม แน่นอนว่าแฟนบอลจะยิ่งรักและสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขาพร้อมที่จะให้กำลังใจุณอยู่เสมอ

         ท่ามกลางตลาดซื้อ-ขายในปัจจุบัน สิ่งที่เห็นไม่บ่อยนักเตะการย้ายกลับมาสู่ทีมเก่าอีกครั้งหลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้ว

         เพราะส่วนใหญ่แล้วนักเตะเมื่อย้ายออกไปแล้ว ไม่บ่อยนักเตะที่จะกลับมาสู๋ทีมเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณไม่มีอะไรต้องพิสูจน์กับทีมเดิมอีกแล้ว

         เมื่อความภาคภูมิใจของแฟนบอลครั้งแรก แต่ยังตัดสินใจกลับมาสวมเสื้ออันเป็นที่รักอีกครั้ง และนี่คือ 5 สุดยอดแข้งที่หวนคืนสู่สโมสรเก่าอีกครั้งหลังเติมเต็มความสำเร็จไปแล้ว

เธียร์รี่ อองรี

สโมสร : อาร์เซน่อล

         แทบไม่ต้องบรรยายความยอดเยี่ยมของ เธียร์รี่ อองรี นักเตะผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรอาร์เซน่อล เจ้าของตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร

         สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสย้ายมาค้าแข้งกับทีม “ปืนใหญ่” เมื่อปี 1999 ในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นแข้งธรรมดาให้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ด้วยค่าตัวเพีบง 11 ล้านปอนด์เท่านั้น

         แค่ปีแรกก็ฉายแววว่าจะไปได้ไกลด้วยการทำ 26 ประตู พาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า คัพ น่าเสียดายที่ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ให้กับ กาลาตาซาราย ด้วยการดวลจุดโทษหลังเสมอในเวลา 0-0

         แต่ละปีที่ค้าแข้งกับทีมผลงานเจ้าตัวดีขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับนำความสำเร็จมาสู่ทีมขับเคี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างสูสี รวมถึงอยู่ในชุด “ไร้พ่าย” ในปี 2003/04 ด้วย หลังจากนั้นย้ายไปประสบความสำเร็จกับ บาร์เซโลน่า ในปี 2007 ก่อนไปอยู่กับ นิวยอร์ค เร้ดบูลล์ส ที่เมเจอร์ลีกในปี 2010 

         มีช่วงเวลาสั้นๆในฤดูกาล 2011/12 ที่ย้ายกลับมาอยู่กับ อาร์เซน่อล อีกครั้งในช่วงที่ลีกแดนลุงแซมปิดฤดูกาล แม้จะไม่ได้หวือหวาอะไรมากด้วยอายุที่มากแล้วแต่ก็ยังมีประตูมาให้แฟนๆได้ยิ้มออกถึง 2 ลูกแบ่งเป็น 1 ในพรีเมียร์ลีกและ 1 ในเอฟเอ คัพ

เวย์น รูนี่ย์

สโมสร : เอฟเวอร์ตัน

         ถ้าลองไปถามแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าใครคือกองหน้าที่ดีที่สุดของสโมสร หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ เวย์น รูนี่ย์ อย่างไม่ต้องสงสัย และอาจจะได้รับการเชียร์มากกว่าใครด้วย

         253 ประตูตลอด 13 ปีที่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาคือนักเตะที่ทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร แซงหน้าสถิติของ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ที่อยู่อยู่มายาวนานกว่า 40 ปี

         แชมป์ทุกรายการที่ลงสนามให้ทีม “ปีศาจแดง” ถูกนำมาประดับในตู้โชว์ที่บ้าน แต่เหมือนเจ้าตัวยังมีอะไรค้างคาอยู่ในใจที่จะต้องทำก่อนที่จะแขวนสตั๊ด

         ในวัยเพียง 16 ปี เวย์น รูนี่ย์ สร้างชื่อเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยการยิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะ อาร์เซน่อล เมื่อปีเดือนตุลาคม 2002 และอยู่กับทีมอีกเพียงแค่ปีเศษเท่านั้นก็ย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดในปี 2004

         ปี 2017 ยูไนเต็ดปล่อยตัว รูนี่ย์ ในวัย 32 ปีออกจากทีม และเจ้าตัวก็กลับสโมสรเมื่อครั้งแรกเริ่มอาชีพอย่างทีม “ทอฟฟี่” อีกครั้ง

แม้จะอยู่กับทีมแค่ปีเดียวแต่ก็สร้างสิ่งที่น่าจดจำด้วยการทำแฮตทริคในเกมที่ทีมชนะ เวสต์แฮม 4-0 ซึ่งประตูที่สามของตัวเองในนั้นคือการยิงไกลกว่า 60 หลาตุงตาข่ายท่ามกลางเสียงโห่ร้องของแฟนบอลทั่วทั้งสนาม

กาก้า

สโมสร :  เอซี มิลาน, เซา เปาโล

         หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของบราซิล ใครที่ได้ชมฝีเท้าของเขาล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาเก่งเกินกว่าที่ใคคคาดคิด ยังไม่รวมหน้าตาอันหล่อเหลาที่สาวๆต้องร้องกรี๊ด

         นักเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ปี 2007 เป็นที่รู้จักทั่วโลกในช่วงที่ค้าแข้งกับ เอซี มิลาน โดยเฉพาะช็อต “ผีกาก้า” ที่แฟนบอลในบอลในประเทศไทยในช่วงเวลานั้นไม่มีใครร้องไม่ได้

         ช่วงเวลา 6 ปีในรั้วซาน ซีโร่ระหว่างปี 2003-09 เขานำความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มาสู่ทีม ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะทุ่มเงิน 69 ล้านยูโรดึงตัวไปร่วมทีม

         แต่ช่วงเวลา 4 ปีที่สเปนแม้ผลงานในภาพรวมจะไม่ได้ขี้เหร่อะไรมาก แต่เมื่อเทียบกับสมัยอยู่กับ “ปีศาจแดง-ดำ” ต้องบอกว่าน่าผิดหวัง กระทั่งในปี 2013 ก็แยกทางกับ “ราชันชุดขาว” กลับมาค้าแข้งในอิตาลีอีกครั้ง

         การกลับมาค้าแข้งกับ เอซี มิลาน หนสองผลงานโดยรวมถึงว่าไม่เลว อย่างน้อยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนอยู่กับ เรอัล มาดริด ก่อนที่จะเซ็นสัญญาไปเล่นกับ ออร์แลนโด้ ซิตี้ ในปี 2014 แต่ก็มีช่วงสั้นๆที่ไปเล่นกับ เซา เปาโล สโมสรแรกที่สร้างชื่อและอยู่กับทีมมาตั้งแต่เป็นเยาวชน โดยลงเล่น 24 เกม ทำไป 3 ประตูก่อนไปปิดฉากที่เมเจอร์ลีกในปี 2017

ดีเอโก้ มาราโดน่า

สโมสร : โบคา จูเนียร์ส

         นักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดตลอดกาลเท่าที่โลกเคยมีมา ไม่มีคำพูดไหนที่จะบรรยายความอัจฉริยะชายที่ชื่อ ดีเอโก้ มาราโดน่า ได้

         ด้วยเท้าซ้ายเพียงข้างเดียว “เสือเตี้ย” เสกความสำเร็จให้กับ นาโปลี โดยเฉพาะแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลีสองสมัยในปี 1986/87 และ 1989/90 ซึ่งเป็นแชมป์เพียงสองครั้งที่สโมสรเคยได้ในประวัติศาสตร์สโมสร

         แต่สิ่งที่เป็นที่จดจำมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “หัตถ์พระเจ้า” ที่แฟนบอลอังกฤษไม่มีวันลืมจนพา อาร์เจนติน่า ได้แชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 1986

         แม้จะเริ่มต้นอาชีพกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ แต่การไปเล่นกับ โบคา จูเนียร์ส แค่ปีเดียว แฟนบอลที่นั่นก็ยกให้เขาคือตำนานไปแล้วก่อนจะไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า

         ในปี 1995 ดีเอโก้ มาราโดน่า กลับไปเล่นกับ โบคา จูเนียร์ส อีกครั้งท่ามกลางการต้อนรับเยี่ยงพระเจ้าจากแฟนบอล แม้จะแทบไม่ได้ลงเล่นอะไรมากมาย แต่แค่การมีเขาอยู่ในทีมก็สุดยอดแล้ว

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

         เกิดขึ้นสดๆร้อนๆในช่วงซัมเมอร์นี้เลย และกลายเป็นหนึ่งในการย้ายทีมที่สร้างความฮือฮามากที่สุดดีลหนึ่งของตลาดรอบนี้

ดราม่าเกิดขึ้นตั้งแต่เป็นข่าวเมื่อสื่อใหญ่ทุกสำนักรายงานตรงกันว่าคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังจะได้ตัว คริสเตียโน่ ไปร่วมทีม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงคงเป็นการทำร้ายจิตใจแฟนบอล “ปีศาจแดง” อย่างมาก

         แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เป็นจริงและจัดการเดินหน้าดึงกลับมาสู่รั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ดด้วยการพูดคุยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้เปรียบเมือนบิดาคนที่สองของ โรนัลโด้

         ตลอดช่วงเวลา 6 ปีกับยูไนเต็ด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก้าวจากแข้ง “จอมสับ” จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกกระทั่งย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลกในปี 2009 และก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

         กระทั่งในปี 2018 ก็ย้ายทีมอีกครั้งไปเล่นกับ ยูเวนตุส โดยระยะเวลา 3 ปีในอิตาลีก็ยังรักษาสถิติการถล่มตาข่ายอย่างต่อเนื่องแบบไม่เกรงใจอายุ

         ปัจจุบันแม้จะอายุ 36 ปีแล้ว แต่ยังคงความยอดเยี่ยม ล่าสุดเพิ่งเหมาสองประตูให้ทีมชาติโปรตุเกสแซงเอาชนะ ไอร์แลนด์ 2-1 ในเกมคัดบอลโลก ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูในนามทีมชาติมากที่สุดในโลก 111 ประตู

         ปี 2009 โรนัลโด้ เดินออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะหนึ่งในแข้งที่ดีที่สุดในโลก วันนี้ โรนัลโด้ กลับมาในฐานะหนึ่งในแข้งที่ดีที่สุดตลอดกาล


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com