อาร์แซน เวนเกอร์ คือผู้จัดการทีมที่มีสถิติคุมทีมในพรีเมียร์ลีกยาวนานและมีจำนวนเกมมากที่สุด แต่ถ้านับเฉพาะ 20 ทีมในฤดูกาล 2021-22 ใครคุมทีมมากที่สุด?

คำตอบคือ ชอน ไดช์ ผู้จัดการทีม เบิร์นลี่ย์

ไดช์ เข้ามาคุมทีม เบิร์นลี่ย์ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2012 แต่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014-15, 2016-17, 2017-18, 2018-19, 2019-20, 2020-21 และเริ่มฤดูกาล 2021-22 ซีซั่นที่ 10 ของตัวเองในถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ และเป็นซีซั่นที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก
แม้ผลงานการคุมทีมไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นแทบจะซีซั่นเว้นซีซั่น การเสริมทัพในแต่ละปีมีให้เห็นน้อยนิด บางฤดูกาลคุณภาพทีมอาจจะอยู่อันดับสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไม ไดช์ ถึงพาทีมรอดตกชั้นมาแล้ว 5 ฤดูกาลติดต่อกัน
นอกจากเรื่องการเล่นเกมหนัก วิ่งสู้ฟัดมากกว่าคู่แข่ง จุดเด่นของ ไดช์ ที่กลายเป็นเครื่องหมายการค้าไปแล้ว นั่นคือระบบการเล่น 4-4-2 คลาสสิก
ระบบการเล่นที่ใช้กองหน้าคู่ ปีกสองข้างที่อย่างน้อยต้องมีปีกสไตล์โบราณอย่างน้อยหนึ่งคน เอาไว้กระชากลากเลื้อยขึ้นไปครอสบอลให้สองศูนย์หน้า
ในอดีต ระบบการเล่นแบบนี้เคยสร้างความสำเร็จให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในทศวรรษที่ 1990 มาแล้ว อาร์เซน่อล ในยุครุ่งเรืองก็ใช้งานระบบนี้เช่นกัน เพียงแต่ความแตกต่างคือปีกสองฝั่งเป็นสไตล์โมเดิร์น
ปัจจุบันระบบการเล่น 4-4-2 คลาสสิก แทบไม่มีทีมใดในพรีเมียร์ลีกกล้าใช้งานกันแล้ว เพราะผู้จัดการทีมหลายคนต้องการวางระบบที่เน้นเกมป้องกันมาก่อน การใส่ศูนย์หน้าลงไปถึงสองคนจึงไม่ใช่ทางเลือก
หรือจะมี ก็คงเป็นแค่บางเกม หรือบางช่วงเวลาในเกมเท่านั้น
ไดช์ เองก็เคยมีบางช่วงเวลาของบางฤดูกาลที่เปลี่ยนใจไปใช้ระบบกองหน้าคนเดียว แต่ดูยังไงก็ไม่ใช่สไตล์ เบิร์นลี่ย์ จึงต้องกลับสู่ 4-4-2 คลาสสิก ในที่สุด
สิ่งที่มองหายากที่สุดสำหรับ 4-4-2 คลาสสิก นั่นคือปีก ปีกที่สามารถกระชากบอลขึ้นริมเส้นแล้วครอส ไม่ใช่ปีกที่โชว์ลีลาสับขาหลอกไปวันๆ แล้วสุดท้ายก็ได้แค่ส่งคืนหลัง
ดไวท์ แม็คนีล คือปีกเท้าซ้ายแท้ๆ ที่ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชน และสามารถทำผลงานในทีมชุดใหญ่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ ไดช์ ทราบดีว่าทรัพยากรตำแหน่งนี้ยังไม่เพียงพอ เพราะหลังจบซีซั่นก่อนมีแค่ โยฮันน์ เบิร์ก กุ๊ดมุนด์สสัน อีกคน
ไดช์ จึงตัดสินใจเซ็นสัญญา อารอน เลนน่อน ปีกวัย 34 กลับรังแบบไม่มีค่าตัว และในช่วงท้ายตลาดซัมเมอร์ก็ทุ่มเงินซื้อ มักซ์เวลล์ กอร์กเนต์ กับ คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์
กอร์กเนต์ มีความสารพัดประโยชน์ สามารถเล่นฝั่งซ้ายได้ทั้งแถบ เริ่มต้นจากการเล่นกองหน้าฝั่งซ้ายหรือปีกซ้ายในช่วงขึ้นมากับ โอลิมปิก ลียง ใหม่ๆ จนกระทั่งซีซั่นที่ผ่านมาถูกจับเล่นแบ็กซ้ายแล้วทำได้ดี
ส่วน โรเบิร์ตส์ เริ่มต้นจากการเล่นปีกขวาที่ใช้ความเร็วเป็นอาวุธ แต่ด้วยระบบการเล่นของ สวอนซี ทำให้ดาวเตะเวลส์ค่อยๆ ขยับมาเล่นวิงแบ็กขวา แล้วไหลลงไปยืนแบ็กขวาในปัจจุบัน
สองคนนี้จึงเป็นอาวุธในตำแหน่งปีกสองฝั่งได้ และทำให้ 4-4-2 คลาสสิกของ ไดช์ สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ต่อ
เริ่มต้นฤดูกาล 2021-22 เบิร์นลี่ย์ แพ้ถึง 3 จาก 4 เกมแรก มีเพียงแค่คะแนนเดียว (ไม่นับเกมเจอ อาร์เซน่อล วันเสาร์ที่ 18 กันยายน) แต่ ไดช์ คงไม่กังวลมากนัก เพราะซีซั่นก่อน ผ่าน 7 เกมแรก ไม่ชนะใคร เสมอ 2 และแพ้ถึง 5 เกม
ถึงจะต้องลุ้นหนีตกชั้นอีกฤดูกาล แต่ ไดช์ สามารถภูมิใจได้กับงบประมาณการเสริมทัพที่มีน้อย และภูมิใจได้กับการยึดมั่นระบบการเล่น 4-4-2 คลาสสิก เกมเยือน แอนฟิลด์ เยือน กูดิสัน พาร์ค และอาจรวมถึงเกมเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ เยือน เอติฮัด สเตเดี้ยม ในอนาคต
นี่คือเหตุผลที่ เบิร์นลี่ย์ มอบความไว้วางใจให้ ไดช์ อย่างเต็มที่ โดยไม่สนว่าจะต้องลุ้นหนีตกชั้นอีกกี่ฤดูกาล ซึ่งสัญญาฉบับใหม่ที่เพิ่งเซ็นกันไปจนถึงปี 2025 คือคำตอบสำหรับทุกอย่าง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com