หากเกิดเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนผู้จัดการทีมเกิดขึ้น Erik ten Hag คือผู้จัดการทีมอีกหนึ่งคนที่เหมาะกับการสานต่องานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากที่สุด

ความพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของลิเวอร์พูลอย่างย่อยยับ 0-5 คาโอลด์ แทรฟฟอร์ดนั้นคือจุดที่ทำให้ทุกอย่างมันชัดเจนว่า ผลงานของยูไนเต็ดในช่วงต้นฤดูกาลนี้น่าผิดหวังพอสมควร ในขณะที่ทีมยังคงต้องพึ่งพานักเตะสตาร์ในการแบกทีมด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมอยู่ ซึ่งพลพรรคปีศาจแดงในปัจจุบันก็ยังคงตามหลังทีมคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซีอยู่ ซึ่งจะเห็นได้จากความหงุดหงิดผิดหวังที่แสดงออกมาหลังจากเหตุการณ์ระหว่างพักครึ่งในเกมแดงเดือดที่แมนเชสเตอร์

ทั้งสื่อและแฟนบอลต่างกังขาการจัดแทคติกของผู้จัดการทีมอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พอๆกับประเด็นที่ว่า “ใคร” ที่เหมาะจะมารับเผือกร้อน และเก้าอี้ร้อนๆนี้เป็นรายต่อไปหากว่าเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งจริงๆ

ท่ามกลางการดีเบทโดยรายชื่อผู้จัดการทีมชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซีเนอดีน ซีดาน, อันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งไม่ทันแล้วเพราะโอเล่ไปจัดการนูโน่ซะก่อน จนคอนเต้โดนสเปอร์ส ชิงตัดหน้าไปแล้ว(ฮา) รวมถึงเบรนดอน รอดเจอร์ส ร

แต่ชื่อของ “เอริค เทน ฮาก” อาจจะเป็นแคนดิเดทที่เพอร์เฟ็คท์ที่สุดอีกคนหนึ่งที่น่าจะมาทดแทน ชื่อเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นลิสต์ที่ดูน่าจะเหมาะกับการมากุมบังเหียนนี้แทนโซลชาได้ เพียงแต่ว่าหากเป็น เทน ฮาก แมนยูไนเต็ดก็อาจจะยังต้อง “รอ” อีกเป็นปีเพื่อที่จะได้ตัวเขามาในช่วงปิดซีซั่น เพราะเทน ฮาก คงจะไม่มีทางย้ายหนีอาแจ็กซ์กลางฤดูกาลแน่ๆ

แต่ผู้จัดการรายนี้ดูน่าสนใจ และ “คุ้มค่าที่จะรอ” อยู่เหมือนกัน

และนี่คือห้าเหตุผลที่ว่าทำไม เทน ฮาก จึงเป็นคนที่อาจจะพายูไนเต็ดกลับมาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งได้

5. ทำผลงานสุดยอดอย่างต่อเนื่องกับ Ajax

การมีข่าวเชื่อมโยงกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยสำหรับ เอริค เทน ฮาก ที่ได้โชว์ฝีมือให้เห็นจากผลงานกับอาแจ็กซ์ ด้วยการคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ สองสมัยกับอาแจ็กซ์ในซีซั่น 2018/19 และ 2020/21 และไปถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาล 2018/19 ด้วยทีมที่มีแต่นักเตะวัยหนุ่มที่กำลังเรียนรู้ประสบการณ์อยู่เต็มทีม

ผลงานล่าสุดในการถล่มยอดทีมอย่างดอร์ทมุนด์ไป 4-0 แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นจอมแทคติกที่เยี่ยมยอดเพียงใด ซึ่ง ณ ปัจจุบันที่เขียนนี้ อาแจ็กซ์ลงสนามไป 4 นัด ชนะรวด 4 นัด เก็บ 12 คะแนนเต็ม และการทำประตูไป “14 ประตู” เสียไปแค่ 2 ประตู เฉลี่ยแล้วพวกเขายิงประตูในUCL ตกนัดละ3ลูก+ ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดา สำหรับการอยู่ในกลุ่ม C ที่ไม่ง่ายเลยเนื่องจากมีทั้งดอร์ทมุนด์, สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เบซิคตัส อยู่ร่วมกรุ๊ป

อาแจ็กซ์เป็นทีมที่เล่นบอลบุกแหลก ซึ่งผู้จัดการทีมชาวดัตช์รายนี้คือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในยุโรป และยูไนเต็ดควรที่จะ “เดินแรง” เล่นเกมเร็วที่สุดในการรีบไปติดต่อเขาแต่เนิ่นๆ เผื่อว่าจะชิงตัวมาได้ในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

เทน ฮาก มีสไตล์การเล่นที่คล้ายกับวิธีการของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยเน้นหนักที่ภาคการครองบอลและการเล่นบอลจังหวะเร็ว (high tempo) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมระดับสูงทำกัน

โค้ชชาวดัตช์รายนี้เรียนรู้และดูดวิชามาอย่างมากในช่วงที่เขาเป็นผู้ช่วยให้กับมิสเตอร์กวาร์ดิโอลาที่บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเมื่อมาคุมอาแจ็กซ์เขาก็ทำได้อย่างเกินความคาดหมายที่นี่

สไตล์การเล่นของเขาน่าจะเป็นสิ่งที่แฟนบอลแมนยูไนเต็ดต้องการเป็นแน่แท้

4. การได้รียูเนี่ยนกับ “ดอนนี่ ฟานเดอเบค”

เวลา(ไม่)ว่างส่วนใหญ่ของ Donny van de Beek ที่อยู่กับแมนยูไนเต็ดนั้น มักจะใช้เวลานั่งคุยกับพนักผิงเก้าอี้ม้านั่งสำรองของทีมซะเยอะกว่าที่จะได้ลงสนามเป็นตัวเลือกแรกให้กับแมนยูไนเต็ด นับตั้งแต่เขาย้ายจากอาแจ็กซ์มาอยู่ที่นี่ เขาแทบจะไม่ได้ลงสนามให้เราได้เห็นเลยในสีเสื้อของแมนยูไนเต็ด และเพิ่งจะได้ลงเล่นเกมเดียวในพรีเมียร์ลีก (ตอนนี้ 10 นัดแล้ว สถิติยังคงเป็น 6นาที อยู่!)

มีแนวโน้มว่าVDBจะย้ายออกจากทีมเพื่อที่จะได้รับโอกาสและเวลาในการลงสนามที่มากกว่านี้

ดอนนี่นั้นคือนักเตะที่แตกต่างออกไปอย่างมากเมื่ออยู่ภายใต้การทำทีมของเอริค เทน ฮาก ที่อาแจ็กซ์ เขาคือpivot คนสำคัญที่เป็นตัวเล่นสั้นบอลเร็ว และนำบอลขึ้นแดนหน้า และดอนนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของอาแจ็กซ์ในชุดที่สร้างอิมแพ็คกับบอลยุโรปในปี 2018/19 ซึ่งความยืดหยุ่นตรงนี้นี่แหละที่ทำให้เขายูนีคมากกว่าคนอื่นๆ

เขาสามารถเล่นได้ทั้งสามposition ไม่ว่าจะเป็นตัวต่ำ ตัวกลาง หรือตัวบนสุดในพื้นที่กลางสนาม

ดาวเตะฮอลแลนด์รายนี้จะได้รับประโยชน์แบบเต็มๆแน่นอนหากว่าเทน ฮาก ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด หากว่าปอล ป็อกบา ปฏิเสธการเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับที่นี่และย้ายออกไปจากโรงละครแห่งความฝัน ดอนนี่ก็จะเป็นตัวแทนในอุดมคติแทนป็อกบาภายใต้ยุคของเทน ฮาก ทันที

ดอนนี่จะมีประโยชน์สำหรับเทน ฮากทั้งในและนอกสนาม จะช่วยให้นักเตะคนอื่นๆปรับตัวเข้ากับแทคติกและสไตล์การเล่นของผู้จัดการทีมดัตช์รายนี้ได้อย่างดี ซึ่งหากเทน ฮาก ปลุกผีมิดฟิลด์รายนี้ขึ้นมาได้ แฟนบอลแมนยูไนเต็ดก็น่าจะรู้สึกดีขึ้นและเพลิดเพลินกับการเล่นอย่างแน่นอน

3. ความชำนาญในการรับมือช่วงเปลี่ยนผ่านของทีม

เอริค เทน ฮาก เหมาะที่จะมาเป็นพยุงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดใน “ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน” เช่นนี้ เขารับมือและเคยชินกับการเจอสถานการณ์ที่ต้องเกิดการเปลี่ยนผ่าน ล้างทีม ถ่ายเลือด อะไรเช่นนี้อยู่หลายๆครั้งกับอาแจ็กซ์ที่มักจะมีนโยบายในการ “พร้อมที่จะขายนักเตะพรสวรรค์ของทีม” ให้กับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปอยู่ทุกฤดูกาล

พูดง่ายๆว่าเสียตัวสำคัญทุกปีนั่นแหละ แต่ก็สามารถพาทีมผ่านมาได้และยังคงรักษาผลงานระดับสุดยอดเอาไว้ ซึ่งผู้จัดการคนนี้ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในการคุมทีมและหาสิ่งที่มาทดแทนการขาดหายไปของนักเตะชั้นยอดเหล่านั้นได้ และยังคงเป็นทีมที่มีความสามารถในการขึ้นมาท้าชิงกับสโมสรอื่นๆในยุโรปอยู่

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเองก็เช่นกัน เมื่อหมดยุคของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ประกาศรีไทร์ตัวเองไป มันก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านมานับตั้งแต่บัดนั้น เช่นเดียวกันกับความล้มเหลวของโจเซ่ มูรินโญ่ กับ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ล้มเหลวในการรับมือกับสิ่งเหล่านั้น

หากเทน ฮาก ได้รับโอกาสในการ arrange ทีมขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมๆกับงบเสริมทีมที่จะมีให้เขาได้จับจ่าย เทน ฮากอาจจะช่วยให้ยูไนเต็ดก้าวต่อไปข้างหน้าได้

2. เทน ฮากปลดปล่อยอิสระให้กับนักเตะ

แมนยูไนเต็ดนั้นล้มเหลวในการดึงศักยภาพสูงสุดของนักเตะในทีมออกมา ตั้งแต่ยุคที่เซ็นอเล็กซิส ซานเชส และ อังเคล ดิมาเรียเข้ามา ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ย้ายทีมไปอยู่ที่อื่นหลังจากมาล้มเหลวที่นี่

ในขณะที่นักเตะอย่าง ป็อกบา, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เฟร็ด ก็ทำไม่สำเร็จเหมือนๆกันในการพัฒนาการเล่นของพวกเขาเองให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับในขณะที่ค้าแข้งอยู่กับปีศาจแดงในตอนนี้ (เคสมาร์กซิยาลนี่ชัดมาก)

หากเป็นเอริค เทน ฮาก เข้ามาคุมทีมด้วยนักเตะเดียวกันนี้นั้น ผู้เล่นบางคนอาจจะเฉิดฉายและเจิดจรัสได้ภายใต้สไตล์การเล่นของเขา

ป็อกบา และรวมถึงฟานเดอเบค จะได้เล่นอย่างอิสระ เพราะเทน ฮากจะปล่อยให้พวกเขาได้เป็นตัวคุมจังหวะการเล่นของเกม (dictate tempo of the play) ส่วนบรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็จะกลายเป็นตัวรุกอิสระ ที่เหมือนเป็น “ตัวโรมมิ่งมีแดเมจ” ที่จะทำเกมรุกตามใจชอบในการเป็นตัวรับบอลและสร้างการโจมตีด้วยภาคการจ่ายบอลที่ดีเยี่ยมของเขาในเรนจ์ทำการที่กว้าง

ทางด้านปีกตัวรุกวัยรุ่นของเราอย่าง เจดอน ซานโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด เทน ฮากจะใช้ตัวเหล่านี้ในการพยายามเลี้ยงผ่านเอาชนะกองหลังคู่แข่งด้วย และก็ทำการ “เพรสสูง” ใส่กองหลังเหล่านั้นด้วยเช่นกัน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยิ่ง “ต๊าช” และเปรี้ยงปร้างกว่าเดิมอีกในฐานะStikerตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า เพราะว่าจะได้รับโอกาสยิงที่มากขึ้นกว่าเดิมที่แผนการเล่นของเทน ฮาก จะสร้างสรรค์ให้เขาได้ดีกว่านี้

ส่วนแนวหลัง ราฟาเอล วาราน กับ แฮรี่ แมกไกวร์ และดาวิด เดเคอา จะเป็นแผงป้อมปราการที่น่าเกรงขามในแดนหลัง ซึ่งในอีกด้านหนึ่งของประเด็นนี้มันแปลว่า ฟูลแบ็คของทีมจะถูกใช้งานให้ดันเกมขึ้นไปสูงมากขึ้นกลางสนาม เพื่อที่จะดึงความสามารถของพวกเขาออกมาให้มากที่สุด

1. เขาเหมาะกับ “ปรัชญาของยูไนเต็ด”

ภายใต้ยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นที่รู้จักกันดีว่าบอลเกมรุกคือสไตล์การเล่นของพวกเขา ซึ่งมันถูกฝังแน่นอยู่ใน DNA ของสโมสรเลยทีเดียว

เราเคยสัมผัสสิ่งเหล่านั้น และบรรยากาศยอดเยี่ยมเก่าๆได้ในยุคของโซลชาที่กลับมาในช่วงแรกๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการทีมสี่รายหลังจากยุคของป๋า ซึ่งต้องรวมโซลชาด้วยนั้น (มอยส์/LVG/มู/โอเล่) ยังไม่มีใครเข้าได้ถึงปรัชญาการเล่นของสโมสรอย่างแท้จริง และเลือกที่จะทำทีมด้วยสไตล์ที่เน้นเอาชัวร์ไว้ก่อนมากกว่า (conservative style)

แฟนบอลยูไนเต็ดอาจจะอยากเห็น total football มานานแสนนานแล้ว ซึ่งเอริค เทน ฮาก ก็อาจจะเป็นคนๆนั้นที่ทำให้แฟนบอลรู้สึกพอใจได้ด้วยการปรับปรุงทีมให้มีระบบการเล่นที่ทันสมัย และสามารถปรับเปลี่ยนเข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างสะดวกโยธิน

เขาสามารถเล่นเกมเร็วได้ เล่นเพรสซิ่งสูงได้ หรือแม้กระทั่งบอลสาย tiki-taka ก็ทำได้เช่นกัน

จอมแทคติกรายนี้คือคนที่ใช่และศูนย์รวมทุกอย่างที่เป็นปรัชญาของแมนยูไนเต็ด การทำทีมสไตล์บุกแหลกแหกค่าย ทำลายป้ายกระทรวงด้วยหัวหน้าหน่วยทะลวงฟันของพี่แก รวมถึงความสามารถในการปรับทีมไปตามสถานการณ์ต่างๆที่จำเป็นนั้น มันแสดงให้เห็นถึง “ความรู้และความเข้าใจเกม” ของชายคนนี้อย่างสูง

ในการให้สัมภาษณ์กับ Ajax TV ในปี 2020 เมื่อเจ้าตัวถูกถามว่า เขาคือ “โค้ชสายบุก” แบบสุดลิ่มทิ่มประตูใช่ไหม เขาได้ให้คำตอบกลับมาอย่างชาญฉลาดมากๆว่า

“ไม่เลย เพราะว่ามีสถานการณ์ต่างๆที่ผมต้องจัดการทีมด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป และต้องปรับให้ทีมเล่นในหลายๆรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งมันเข้ากันกับ DNA ของอาแจ็กซ์พอดี”

“บางทีมันก็อาจจะต่างออกไปอีกถ้าเป็นกับสโมสรอื่น แต่แม้กระทั่งกับ Ajax เองเราก็จำเป็นต้องเชี่ยวชาญกลยุทธ์หลายๆอย่างเพื่อที่จะก้าวสู่การประสบความสำเร็จได้”

วิธีคิดเรื่องความแตกต่างของการปรับเปลี่ยนทีมตามสถานการณ์นี้ค่อนข้างที่จะอยู่ขั้วตรงข้ามกับโอเล่ กุนนาร์ โซลชาอย่างชัดเจน สมกับเป็นโค้ชดัตช์ที่based on การเล่นที่มีความเป็น total football 

และคำตอบนี้ชัดเจนมากๆว่าเขากล้าที่จะใช้ความเป็นแมนยูไนเต็ดสร้างสไตล์การที่ยูนีคขึ้นมาอย่างแน่นอน

อนึ่ง.. บทความนี้ไม่ใช่บทความที่เขียนขึ้นมาเพื่อขับไล่หรือแช่งโซลชา แต่เราทุกคนต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า โซลชามีจุดอ่อนที่สำคัญอะไรบ้าง และดีพอหรือไม่ในการที่จะพาทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้เขียนได้เขียนทุกอย่างไปแล้วบนบทความที่มีชื่อว่า “Enough is Enough : #OleOut” ไปแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมยังยืนยันคำเดิมว่า เรายังให้เกียรติโซลชาอยู่ และยังรักเขาเช่นเคย หากตราบใดที่ยังอยู่ในตำแหน่ง เราก็จะยังต้องเชียร์ “แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด” ให้ชนะกันต่อไป เพราะเราเชียร์สโมสร เราเชียร์ทีมของแมนยูไนเต็ด เราไม่ได้เชียร์ตัวบุคคล

บทความนี้เป็นเพียงเนื้อหาสาระที่แสดงให้เห็นถึง “ทางเลือก” ในscenarioที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว มีโอกาสสูงมากๆ ดังนั้นการนำเสนอเนื้อหาเอาไว้ จึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่เราจะลองมองหาความเป็นไปได้ในสโคปที่น่าสนใจของคนที่จะมารับตำแหน่งสำคัญของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเอาไว้

ซึ่งเมื่อใดก็ตาม หาก “เวลาที่ว่า” มาถึงแล้วจริงๆ นี่คือแคนดิเดทที่น่าสนใจที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งเราอาจจะต้องอดทนรอคอยเขาจนกว่าจะจบฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะได้ตัวเขามา

อดเปรี้ยวไว้กินหวาน จบฤดูกาลเมื่อไหร่ก็ไปฆ่าผัวมันเสีย แล้วเอาเมีย(หมายถึงผู้จัดการทีม)มันมา

ภาวนาให้แมนยูเข้ารอบ UCL ไปเจออาแจ็กซ์หน่อย เผื่อจะได้เห็นอะไรกันชัดขึ้น

และนี่คือทั้งหมดของคนที่เราพูดถึง ชายผู้ซึ่งสมัยเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังนั้นก็ไม่ได้โด่งดังอะไรมากมาย แต่หากเป็นประสบการณ์ในด้านการทำทีมก็ถือว่ามีพอสมควรในระดับหนึ่งเลย เมื่อหลังจากแขวนสตั๊ดช่วงปี 2002 ก็รับงานโค้ช และเป็น Assistant มาตั้งแต่ปี 2009

จนกระทั่งได้ขึ้นมากุมบังเหียนผู้จัดการทีมเต็มตัวตั้งแต่ปี 2012 กับทีม Go Ahead Eagles ที่ลีกดัตช์ ก่อนที่ปีถัดมาจะมาคุมทีมสำรองบาเยิร์นมิวนิคอยู่สองปีจนถึง 2015 แล้วย้ายมาคุมทีม อูเทร็คท์ในช่วง 2015-2017 ก่อนที่จะมาคุม Ajax ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบัน

สมัยเทน ฮากยังเป็นนักเตะ(ขวา)

ความสำเร็จนับตั้งแต่นั้นด้วยสองแชมป์เอเรดิวิซี่, สองถ้วย KNVB Cups และการเข้ารอบรองUCLดังที่กล่าวไปแล้ว แถมด้วย “Net Spend” ที่น้อยมากในระดับที่พอๆกับทีมเล็กอย่าง “นอริช ซิตี้” ใช้เงินเสริมทีม เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อสุดๆ และเอาแทคติกส่วนตัวปรับเข้ากับปรัชญาของอาแจ็กซ์ได้อย่างดีทีเดียวในแผน 4-3-3/4-2-3-1 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และคู่แข่ง

ความเชื่อมั่นในการใช้นักเตะอายุน้อย ความนิ่งและการรวมนักเตะที่เขาเลือกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คืออีกเหตุผลที่น่าจะเหมาะมากๆกับแมนยูไนเต็ด และผลงานสุดบ้าคลั่งในฤดูกาลนี้ที่ลงสนามไปแล้ว 15เกมในทุกรายการ เพิ่งเสียไป 6 ประตู แต่ยิงประตูได้ทั้งหมด “51ลูก” จากเกมแค่ 15 เกม หรือเฉลี่ย “ยิงได้ 3.4 ประตูต่อเกม”

บ้าไปแล้วววววววววววววววววววววว!!!!!!


ดาวยิงสูงสุดในขณะนี้คือ เซบาสเตียน อัลแลร์ ที่ซัดไป 14 ประตู รองลงมาคือ ดูซาน ทาดิช 6 ประตู แต่ทำไป 11 แอสซิสต์ รวมถึงนักเตะคนอื่นๆในทีมที่เรียงหน้าช่วยกันยิง ไม่ได้มีแต่กองหน้าที่แบกภาระการทำประตูแค่คนหรือสองคน นักเตะอย่างสตีเว่น เบิร์กฮุยส์, ดาวิด เนเรส, นูแซร์ มาสราอุย, แอนโทนี่ พวกนี้ก็กระจายการยิงประตูไปคนละ 4-5 ประตูกันทั้งนั้น

เทน ฮาก ทำให้อาแจ็กซ์เป็นทีมดัตช์ทีมแรกที่ชนะในUCL 4เกมรวด และการเจอดอร์ทมุนด์สองเกม พวกเขาระเบิดถังขี้เสือเหลืองไป 7 ลูก จากนัดแรกที่เปิดบ้านถล่ม 4-0 และนัดสองที่โดนนำก่อน จากนั้นแก้เกมเปลี่ยนตัวลงมาไล่ยิงแซงคืนจนบุกไปชนะดอร์ทได้ถึงถิ่น 1-3 ในเกมล่าสุดที่ผ่านมา

สถิติในเกมยุโรปของ “ETH” กับ อาแจ็กซ์ น่าตกใจมากๆ เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีมในปี 2017 เขาเพิ่งจะแพ้เกมเดียวเท่านั้นในการเล่นเป็นทีมเยือน ซึ่งเป็นเกมเยือน “เยือนลิเวอร์พูล” ในแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นที่แล้ว ซึ่งสุดท้ายตกไปอยู่อันดับสามลงไปเล่นยูโรป้าลีก ซึ่งปีที่แล้วอาแจ็กซ์ตกรอบไปซะก่อนที่จะได้เจอแมนยู เพราะโดนโรม่าเขี่ยตกรอบไปนั่นเอง ก่อนที่แมนยูจะถล่มโรม่าเข้ารอบชิง แล้วไปแพ้บียาร์เรอัลอย่างที่เห็น

แต่นั่นคือผลงานปีที่แล้ว และปีนี้ก็อย่างที่ว่าไป การชนะ4นัดรวด โอกาสแชมป์กลุ่ม C แบบแบเบอร์ และนำจ่าฝูงเอเรดิวิซี่แบบทิ้งห่างคู่แข่งขาดกระจุย ด้วยการลงเล่น 11 นัด มี 26 คะแนน ด้วยผลต่างประตูได้เสีย “+35” (ยิงได้ 37 เสีย 2) ในขณะที่อันดับ 2 อ้ันดับ 3 ในลีก GDแค่ +8 กับ +14 ตามลำดับเท่านั้นเอง ถึงจะบอกว่าลีกดัตช์มันต่างกับพรีเมียร์ลีกค่อนข้างมาก แต่ความสามารถของเทน ฮาก ก็เป็นของจริงเช่นกันที่สามารถไปคุมทีมที่ลีกไหนก็ได้บนโลกนี้

อาแจ็กซ์ปีนี้มันปีศาจชัดๆ ภายใต้การคุมทีมอันสุดยอดของโค้ชที่มีพัฒนาการสูงมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรป

นี่คือตัวเลือกคนสำคัญที่น่าสนใจสุดๆ และเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมเขาถึงจะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่ง ในการมาคุมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

บางทีเราอาจจะจำเป็นต้องใช้ “connection” ของเรากับ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ อีกครั้งก็ได้ในการเจรจาขอตัวชายผู้นี้มาสู่ชายคาโรงละครแห่งความฝัน

และนี่คือโคตรแคนดิเดทอีกคนของเราที่ต้องจับตามองอย่าให้คลาดสายตา..

Erik ten Hag

-ศาลาผี-

Reference

https://khelnow.com/football/top-five-reasons-erik-ten-hag-ideal-manchester-united-manager

https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/manchester-united-ten-hag-solskjaer-22064524

https://www.transfermarkt.com/ajax-amsterdam/startseite/verein/610

https://fbref.com/en/players/50dc94ce/Donny-van-de-Beek


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com